แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังสือพิมพ์พลังชน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังสือพิมพ์พลังชน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

“สะพานสารสิน” แหล่งชมวิวแห่งใหม่ของภูเก็ตพร้อมรับนักท่องเที่ยว

สะพานสารสินแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของภูเก็ต พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวคนไทยต่างชาติชมพระอาทิตย์ตกน้ำ เชื่อเป็นแลนด์มาร์กของภูเก็ต
      
       
นายอรุณ เสน่ห์ ผู้อำนวยการแขวงการทางจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับปรุงสะพานสารสินเดิม ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งสร้างมากว่า 50 ปี ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและจุดชมวิวของจังหวัดภูเก็ตแห่งใหม่ว่า ขณะนี้การปรับปรุงสะพานสารสินเดิมให้เป็นจุดชมวิวด้วยการยกตัวสะพานเดิมให้มีความสูงเท่ากับสะพานสารสิน 2 และสะพานท้าวเทพกระษัตรี รวมทั้งการสร้างอาคารจุดชมวิว 8 เหลี่ยมสไตล์ชิโนโปรตุกีส ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางด้านสถาปัตยกรรมของจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการเสร็จแล้ว เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดในการก่อสร้าง ก่อนที่ทางผู้รับเหมาจะส่งมอบงานให้กับแขวงการทางประมาณปลายเดือนส.ค.นี้
      
       
หลังจากมีการส่งมอบงานแล้ว แขวงการทางจะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติต่อไป ทั้งนี้เชื่อว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวและจุดชมวิวแห่งใหม่ที่ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ
      
       
ขณะนี้ในส่วนของประชาชนในพื้นที่ก็ได้เลือกสะพานสารสินเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับพักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุด และออกกำลังกายแล้ว ซึ่งเชื่อว่าหลังจากเปิดให้ใช้อย่างเป็นทางการจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการแล้วจำนวนมาก โดยหลังจากที่แขวงการทางรับงานมาแล้วก็จะเข้าไปบริหารจัดการและพัฒนาให้บริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น
      
       
นายอรุณกล่าวต่อไปว่า สำหรับจุดเด่นของจุดชมวิวบนสะพานสารสิน นอกจากจะมีอาคารชมวิวที่เป็นเอกลักษณ์แล้วนักท่องเที่ยวยังสามารถชมพระอาทิตย์ตกน้ำอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งสวยงามไม่แพ้จุดชมพระอาทิตย์ตกน้ำ ที่แหลมพรหมเทพ นอกจากนั้นยังจะได้ชมวิถีชีวิตการเลี้ยงปลาในกระชังของชาวบ้าน
      
       
หลังจากที่มีการสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติซึ่งอยู่ใกล้กับสะพานสารสิน จะทำให้จุดชมวิวที่บริเวณสะพานสารสินกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ตอีกแห่งหนึ่งอย่างแน่นอน และจะเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญ ที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้า-ออกจากจังหวัดภูเก็ตจะต้องแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
      
       
ขณะที่ ด.ต.ถนอม ทองแป้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจท่าฉัตรไชย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า หลังจากมีการปรับปรุงสะพานสารสินเดิมเป็นจุดชมวิวทำให้คนในพื้นที่และคนต่างจังหวัดที่ขับรถผ่านเข้าออกพื้นที่จังหวัดภูเก็ต แวะเวียนเข้าไปท่องเที่ยวและชมวิวที่จุดดังกล่าวจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงวันหยุด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในบริเวณท่าฉัตรชัยนอกเหนือจากหาดทรายแก้ว ที่ทำให้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่ขับรถออกจากจังหวัดภูเก็ตเกือบทุกคัน ที่จะต้องแวะถ่ายรูปที่จุดชมวิวดังกล่าว
      
       
อย่างไรก็ตาม อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแลในเรื่องของการจัดเก็บขยะ และเรื่องของสาธารณูปโภคที่อยากให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ก่อนที่จะมีปัญหาเรื่องของขยะและความสกปรกตามมา
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ททท.จัด “Seaside Seafood ณ หาดราไวย์” โชว์เมนูกุ้งมังกรและอาหารทะเล

ททท.สำนักงานภูเก็ตร่วมเทศบาลราไวย์ จัดกิจกรรม “Seaside Seafood ณ. หาดราไวย์โชว์เมนูหลากหลายเมนูจากกุ้งมังกร และการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลราคาพิเศษ
      
       การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับ เทศบาลตำบลราไวย์ จัดกิจกรรม “Seaside Seafood ณ หาดราไวย์ระหว่างวันที่ 12-13 ส.ค.2554 นี้ ระหว่างเวลา 17.00-22.00 น. เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติในช่วงวันหยุดยาว 12 สิงหาคมนี้ โดยชูอาหารทะเลของภูเก็ตที่โดดเด่นทั้งความสด ความหลากหลายของร้านอาหารในพื้นที่เป็นจุดขายเพื่อส่งเสริมท่องเที่ยว พร้อมทั้งได้เชิญคุณพล ตัณฑเสถียร เชฟที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมาร่วมปรุงอาหารทะเลให้นักท่องเที่ยวได้ชิม
      
       นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานททท.สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า งาน “Seaside Seafood ณ. หาดราไวย์มีกิจกรรมมากมาย โดยเฉพาะในวันที่ 12 ส.ค.เชฟพล ตัณฑเสถียร จะปรุงเมนูหมี่ภูเก็ตผัดต้มยำล็อบเตอร์ และเมนูหมี่หุ้นล็อบเตอร์สลัดสูตรพิเศษด้วยกุ้งมังกร และชมรมหัวหน้าพ่อครัวภูเก็ต โชว์เมนูเด็ดเมนูดังของภูเก็ตวันละ 8 เมนู โดยเฉพาะเมนู “Phuket Lobster Thermidor” ที่ปรุงจากกุ้งมังกรเจ็ดสีถือเป็นสุดยอดอาหารที่ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวที่ได้เคยลิ้มลองมาแล้ว
      
       สำหรับในวันที่ 13 ส.ค.54 นักท่องเที่ยวจะได้พบกับการแสดงสดจากวงโฟร์กัสซั่ม โดยฟอร์ด สบชัย ไกรยูเสน อู๋ ธรรพ์ณธร เดียร์ A Cappella 7 และต้าร์ มีสเตอร์ทีม
      
       นอกจากนี้ ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารทะเลราคาพิเศษจากการที่เข้าร่วมโครงการเทศกาลอาหารทะเลภุเก็ต และร้านอาหารในชุมชนหาดราไวย์กับเมนูที่พลาดไม่ได้ เช่น ปลาเผาด้วยกาบมะพร้าว และ BBQ กุ้ง ปลาหมึก ปลาสดๆ จากท้องทะเลอันดามัน
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554

อบต.กมลาใช้งบฯกว่า 45 ล้านทำเขาเก็ตหนีเป็นแหล่งน้ำและที่ท่องเที่ยว

อบต.กมลา เมืองภูเก็ต ได้รับการจัดสรรงบประมาณจาก อบจ.และจังหวัดภูเก็ตกว่า 45 ล้านบาท พัฒนา เขาเก็ตหนีเป็นแหล่งน้ำดิบและแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ คาดประมาณปลายปี 55 สามารถเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้
      
       นายจุฑา ดุมลักษณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า อบต.กมลา มีโครงการที่จะพัฒนาเขาเก็ตหนี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่ของจังหวัดภูเก็ต และเป็นแหล่งน้ำสำหรับรองรับการเติบโตของพื้นที่กมลาและเชิงทะเล เนื่องจากเขาเก็ตหนีเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ
      
       โดยเฉพาะบริเวณยอดเขาเก็ตหนีมีแหล่งน้ำที่เกิดจากการทำเหมืองแร่จำนวน 3 ขุม ซึ่งมีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมากเพียงพอในการรองรับการใช้น้ำในเขตพื้นที่กมลา และเชิงทะเล รวมทั้งบนยอดเขาเก็ตหนียังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้อย่างสวยงาม และในส่วนของพื้นที่ที่นอกเหนือจากการทำเหมืองแร่ยังเป็นป่าที่สมบูรณ์
      
       อบต.กมลา สามารถที่จะเข้าไปพัฒนาพื้นที่บนเขาเก็ตหนีได้ เนื่องจากขณะนี้ทางกรมป่าไม้ได้อนุญาตให้เขาเก็ตหนีเป็นป่าชุมชน ที่ทางอบต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าพัฒนาพื้นที่ 1,100 กว่าไร่ได้ โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 โ.ซน คือโซนที่ยังเป็นป่าสมบูรณ์จะมีการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไว้เช่นเดิม กับพื้นที่การทำเหมืองแร่เก่าประมาณ 300 ไร่ จะพัฒนาเป็นป่าชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
      
       นายจุฑา กล่าวต่อว่า ขณะนี้อบต.กมลาได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกรมชลประทานผ่านทางจังหวัดภูเก็ตประมาณ 20 ล้านบาท ในการพัฒนาขุมน้ำทั้ง 3 ขุมบนยอดเขาเก็ตหนีให้สามารถรองรับน้ำได้มากขึ้น และทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต
      
       โดยนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ ก็ได้จัดสรรงบประมาณอีก 20 ล้านบาท ในการก่อสร้างโรงกรองน้ำและวางท่อน้ำระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตรจากยอดเขาเก็ตหนีลงไปยังพื้นราบ เพื่อนำน้ำจากเขาเก็ตหนีลงไปบริการให้กับประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่กมลาและเชิงทะเล เพราะปริมาณน้ำบนเขาเก็ตหนีทั้ง 3 ขุมเพียงพอในการรองรับการใช้น้ำอย่างแน่นอน
      
       อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นั้น นายกอบต.กมลา กล่าวว่า อบต.กมลาได้วางแผนที่จะพัฒนาพื้นที่ประมาณ 300 ไร่จากการทำเหมืองแร่ในการปลูกป่าชุมชน จัดทำเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับ อาคารห้องน้ำ และอาคารสำหรับจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มไว้แล้วในเบื้องต้นประมาณ 5 ล้านบาท จะเร่งดำเนินการในเร็วๆนี้ ซึ่งคาดว่าประมาณปลายปีหน้าน่าที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นมาท่องเที่ยวบนเขาเก็ตหนีได้ และขณะนี้อบต.กมลาก็ได้ปรับพื้นที่ถนนให้สะดวกในการขับรถขึ้นมาบนเขาเก็ตหนี้อีกด้วย
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เปิดแล้วเทศกาลอาหารทะเลภูเก็ต 1-31 ส.ค.นี้ โรงแรม-ร้านอาหารกว่า 60 แห่ง ร่วมลดราคา 20%

เปิดแล้วงานเทศกาลอาหารทะเลภูเก็ต หรือ Phuket Seafood Fiesta 2011 ระหว่างวันที่ 1-31 สิงหาคมนี้ โรงแรมและร้านอาหารร่วมกันลดราคาพิเศษ 10-20% พร้อมจัดสัปดาห์กุ้งมังกรถึง 22 ร้าน และกิจกรรม Seaside Seafood @ หาดราไวย์ ให้นักท่องเที่ยวชิมซีฟู๊ดริมหาด
      
       วันที่ 1 ส.ค.54 ที่ลานเดอะพอร์ท ศูนย์การค้าจังซีลอน หาดป่าตอง นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และ นายนิกร ฟูศักดิ์สมบูรณ์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์ ร่วมกันแถลงและเปิดตัวโครงการเทศกาลอาหารทะเลภูเก็ต หรือ Phuket Seafood Fiesta 2011 ซึ่งทางททท.สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 1-31 สิงหาคมนี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในช่วงโลว์ซีชั่น
      
       โดยเทศกาลอาหารทะเลภูเก็ตนั้น จะมีโรงแรมและร้านอาหารชั้นนำในภูเก็ตและพังงา กว่า 60 ร้าน พร้อมใจกันมอบส่วนลดพิเศษอาหารทุกเมนูตั้งแต่ 10-20% พร้อมทั้งจัดสัปดาห์กุ้งมังกรในวันที่ 12-21 สิงหาคมนี้ ณ.ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ 22 ร้าน
      
       นอกจากนี้ ยังจัดให้มี Seaside Seafood @ หาดราไวย์ขึ้น ในวันที่ 12-13 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 17 นาฬิกาถึง 22 นาฬิกา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชิมอาหารทะเลในบรรยากาศริมหาด พร้อมเลือกซื้อกุ้ง หอย ปู ปลาสดๆ จากท้องทะเลอันดามันมาให้ร้านอาหารปรุงเมนูพิเศษ บนริมหาดราไวย์ตำนานชายหาดท่องเที่ยวแห่งแรกและจุดกำเนิดการเผาปลาด้วยกาบมะพร้าวและน้ำจิ้มสูตรน้ำมะขามเปียกของภูเก็ต นอกจากนั้นยังมีการสาธิตการทำอาหารวันละ 8 เมนูจากชมรมพ่อครัวภูเก็ต เช่น Phuket Lobster Thermidor เมนู Sashimi Phuket Lobster ซึ่งถือเป็นสุดยอดเมนูอาหารที่ปรุงจากกุ้งมังกร, เมนู Deep Fried Tiger Prawns with Tamarind Sauce
      
       นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเมนูกุ้งมังกร ช่วงกลางเดือนสิงหาคมจะต้องไม่พลาดและเป็นที่สันของเทศกาลอาหารทะลในครั้งนี้ โดยเฉพาะเมนูกุ้งมังกร “Phuket Lobster Thermidor” ซึ่งถือเป็นสุดยอดอาหารที่ปรุงจากล็อบเตอร์ เชฟจากร้านอาหารทั้ง 22 ร้านที่เข้าร่วมรายการต่างคัดเลือกเมนูเด็ดสูตรพิเศษพร้อมราคานำเสนอในช่วงระหว่างวันที่ 12-21 สิงหาคมนี้
      
       ด้าน นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาภูเก็ตจะชื่นชอบกับอาหารซีฟู้ดอยู่แล้ว การจัดเทศกาลอาหารทะเลภูเก็ตในครั้งนี้ เพื่อเน้นความสนุกสนานในช่วงกรีนซีซัน และคิดว่า การจัดงานในลักษณะนี้ ททท.น่าที่จะจัดทุกปีเพื่อให้เป็นกิจกรรมประจำปีของภูเก็ต ซึ่งทางสมาคมฯสามารถที่จะไปเสนอกับทางเอเย่นต์ทัวร์ในต่างประเทศ ในการนำเสนอขายให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาในช่วงดังกล่าว
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

กลุ่ม จ.อันดามันซ้อมแผนช่วยเหลือทางทะเล สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ

ระนอง-ภูเก็ต ร่วม ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ระดับกลุ่มจังหวัดอันดามัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลในพื้นที่ภูเก็ต พังงา กระบี่ สมมติเหตุการณ์เรือบรรทุกนักท่องเที่ยวชนเรือสินค้ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
      
       วันที่ 27 ก.ค.54  นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลในระดับกลุ่มจังหวัดอันดามัน ซึ่งจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 จัดขึ้น ณ บริเวณท่าเรือเทียบอ่าวปอ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อเตรียมความพร้อมระบบการป้องกันและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล การประสานการปฏิบัติเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน มูลนิธิต่างๆ เพื่อให้สามารถป้องกันและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลได้ทันเหตุการณ์
      
       รวมทั้งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เดินทางโดยทางเรือ เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันที่กำหนดให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลในระดับโลกประตูเชื่อมโยงเศรษฐกิจสู่นานาชาติ โดยได้รับการสนับสนุนบุคลากรและเรือจาก ทัพเรือภาคที่ 3 ตำรวจน้ำ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มูลนิธิกุศลธรรม รวมไปถึงเรือผู้ประกอบการใน จ.ภูเก็ต ชุดกู้ชีพกู้ภัย และเรือเร็วจาก อบต.อ่าวนาง จ.กระบี่ และ อบต.เกาะปันหยี จ.พังงา เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งการซ้อมแผนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
      
       สำหรับการซ้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลในครั้งนี้ได้สมมุติให้มีเหตุการณ์เรือโดยสารนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่ มีผู้โดยสารประมาณ 200 คน ประสบอุบัติเหตุชนกับเรือบรรทุกสินค้า จนเกิดเพลิงลุกไหม้ ขณะออกเดินทางจากท่าเทียบเรืออ่าวปอเพื่อไปท่องเที่ยวยังอ่าวพังงา จ.พังงา ได้ประมาณ 30 นาที ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
      
       หลังจากนั้น ได้มีการแจ้งขอความช่วยเหลือมายัง อบต.ป่าคลอก หลังรับแจ้งทาง อบต.ได้ประสานขอกำลังจากทัพเรือภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลัง ทีมกู้ชีพกู้ภัย ทีมแพทย์ฉุกเฉิน และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือตามแผน พร้อมกับได้กำหนดแผนบัญชาการเหตุการณ์ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับจังหวัด โดยมี อบต.ป่าคลอก อำเภอถลาง สำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย จ.ภูเก็ต และรองผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมบัญชาการเหตุการณ์
      
       นายพิจิตร วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 กล่าวว่า การซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลในครั้งนี้สืบเนื่องจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ได้รับงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคใต้อันดามันตามโครงการจัดตั้งศูนย์กู้ภัยทางทะเลขึ้น เพื่อจัดหาอุปกรณ์กู้ภัยทางทะเล ขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้มีการส่งมอบอุปกรณ์ให้จังหวัดต่างๆครบแล้วโดยในวันนี้ได้มอบเรือตรวจการณ์จำนวน 3 ลำ เรือยาง 9 ที่นั่ง รถยนต์จำนวน 3 คัน สถานีไลน์การ์ดพร้อมเครื่องมือ 3 ชุด ให้กับ 3 จังหวัด จังหวัดละ 1 ชุด ประกอบด้วย จ.พังงา ตรัง และ จ.ระนอง
      
       ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรในแต่ละพื้นที่ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลจึงได้กำหนดให้มีการซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลขึ้น โดยเลือกพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ท่าเทียบเรืออ่าวปอ เป็นสถานที่ฝึกซ้อมเนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีเรือขนส่งนักท่องเที่ยวและเรือขนส่งสินค้าทางทะเลจำนวนมาก และเป็นพื้นที่ที่เสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุสูง จังหวัดภูเก็ตเป็นสถานที่ซ้อมเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง
      
       การซ้อมแผนในครั้งนี้เป็นการซ้อมแผนที่มีความรุนแรงในระดับ 3 ซึ่งเป็นภัยที่เกิดขีดความสามารถของจังหวัดต้องขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานพื้นที่ใกล้เคียงทั้งจากจังหวัดกระบี่และจังหวัดพังงาเข้าร่วมด้วย
      
       ขณะที่ นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามันเป็นพื้นที่ที่มีความเสียงในการเกิดอุบัติเหตุทางทะเลสูง จึงเป็นโอกาสดีที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันฝึกซ้อมแผนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมีความชำนาญ เข้าใจ และสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ซึ่งจะทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลทำได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ททท.ตรังยันควันไฟป่าไม่กระทบท่องเที่ยว –เรียลลิตี้โชว์ดังจากอังกฤษยกกองถ่ายทำที่เกาะไหง

ททท.ตรัง ยันหมอกควันไฟป่าจากประเทศอินโดนีเซีย ไม่กระทบท่องเที่ยวตรัง แต่กลับได้อานิสงส์จากรายการเกมโชว์เรียลลิตี้ชื่อดัง ที่ยกพลมาถ่ายทำที่เกาะไหง
      
       นายจรัญ ชื่นในธรรม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตรัง รับผิดชอบ จ.ตรัง และ จ.สตูล กล่าวว่า จากกรณีที่ได้เกิดหมอกควันไฟป่าบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย พัดปกคลุมในพื้นที่ 10 อำเภอของ จ.ตรัง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 ก.ค.54 ที่ผ่านมานั้น ยืนยันว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของ จ.ตรัง แต่อย่างใด โดยสถานการณ์ยังคงอยู่ในภาวะปกติ
      
       ทั้งนี้ จากการตรวจสอบยังไม่มีนักเที่ยวยกเลิกการจองห้องพัก หรือเลื่อนกำหนดการเดินทางแต่อย่างใดส่วนของเรือนำเที่ยวก็ยังเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวได้ทุกวัน ยกเว้นกรณีเกิดพายุฝน เช่นเดียวกับเรือโดยสารที่ให้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชน ในพื้นที่เกาะมุกด์ เกาะลิบง และเกาะสุกร ยังเปิดให้ทุกวัน ประกอบกับช่วงดังกล่าว จ.สตูล และ จ.ตรัง อยู่ในช่วงลมมรสุม และมีฝนตกลงมาบ้าง จึงส่งผลให้หมอกควันไฟป่าเจือจางลง และไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
      
       นอกจากนั้น แม้ในช่วงดังกล่าวการท่องเที่ยวของในฝั่งโซนอันดามัน จะอยู่ในช่วงโลว์ซีซัน และมีนักท่องเที่ยวน้อยก็ตาม แต่ จ.ตรัง ก็ยังโชคดี เมื่อมีทีมถ่ายรายการเรียลลิตี้เกมโชว์ยอดฮิต "เซอร์ไวเวอร์" จากประเทศอังกฤษ ยกกองถ่ายมาที่เกาะไหง ประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งก็ไม่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันไฟป่าแต่อย่างใด ทั้งนี้ คาดว่าหากรายการเกมโชว์ดังกล่าวออกอากาศเผยแพร่ไปทั่วโลก ก็จะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของ จ.ตรัง และเกิดเงินหมุนเวียนสะพัดในพื้นที่ จ.ตรัง อย่างแน่นอน
      
       ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตรัง กล่าวอีกว่า ยังได้หารือกับผู้ประกอบการใน จ.ตรัง เพื่อเสนอขายเส้นทางท่องเที่ยวอื่นที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ทั้งนี้ เพื่อจะเป็นจุดขายทดแทนช่วงโลว์ซีซัน เช่น กิจกรรมพายเรือแคนนูถ้ำเจ้าไหม และถ้ำเจ้าคุณ กิจกรรมล่องเรือเส้นทางท่องเที่ยวแม่น้ำท่าจีนเชื่อมกับ อ.กันตัง ฯลฯ คาดว่าหากสามารถทำให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ก็จะสามารถรักษาลูกค้าเก่าได้ ซึ่งรวมไปถึงนักท่องเที่ยวหน้าใหม่ที่ยังไม่เคยเข้ามาท่องเที่ยว จ.ตรัง อีกด้วย
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การบินไทย เปิดบินตรงเส้นทางโคเปนเฮเกน—ภูเก็ต


นายปานฑิต ชนะภัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บมจ.การบินไทย (THAI) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.54 เป็นต้นไป บริษัทจะเปิดให้บริการบินตรงเส้นทางโคเปนเฮเกน-ภูเก็ต ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ให้บริการเส้นทางนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้โดยสาร และเพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางจากประเทศ ในกลุ่มสแกนดิเนเวียสู่จังหวัดภูเก็ตที่เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวสแกนดิเนเวียน

บริษัทจะให้บริการผู้โดยสารสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ในวันพุธ วันศุกร์ และวันอาทิตย์ โดยเครื่องบินโบอิ้ง 747-400 ด้วยเที่ยวบินที่ทีจี 953 ออกเดินทางจากโคเปนเฮเกนเวลา 20.45 น. ถึงภูเก็ตเวลา 13.20 น. ของวันรุ่งขึ้น สำหรับเที่ยวกลับ ผู้โดยสารสามารถเดินทางจากจังหวัดภูเก็ต ด้วยความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อการเดินทางโดยใช้บริการเที่ยวบินภายในประเทศเส้นทางภูเก็ต-กรุงเทพฯ ของการบินไทย และต่อเที่ยวบินกลับโคเปนเฮเกน โดยเที่ยวบินของการบินไทยในเส้นทางกรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน ที่มีให้บริการทุกวัน

ทั้งนี้ ตามตารางบินฤดูหนาวตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2554 การบินไทยยังคงให้บริการผู้โดยสารในเส้นทางไป — กลับ กรุงเทพฯ — โคเปนเฮเกน ทุกวันด้วยเที่ยวไป เที่ยวบินที่ทีจี 950 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 00.50 น. ถึงโคเปนเฮเกนเวลา 06.35 น. และเที่ยวกลับ เที่ยวบินที่ทีจี 951 ออกเดินทางจากโคเปนเฮเกนเวลา 14.00 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 06.30 ของวันรุ่งขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางกรุงเทพฯ — โคเปนเฮเกน ซึ่งจะให้บริการผู้โดยสารตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.54 อีกสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ในวันพุธ วันศุกร์ และวันอาทิตย์ ด้วยเที่ยวบินที่ทีจี 952 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 13.00 น. ถึงโคเปนเฮเกนเวลา 18.45 น. ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 747-400

วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ภูเก็ตจัดงาน “ถนนสายวัฒนธรรมกะทู้” อนุรักษ์วิถีชีวิตและส่งเสริมท่องเที่ยว

ภูเก็ตจัดงาน “ถนนสายวัฒนธรรมเมืองกะทู้” ครั้งที่ 3 15-17 กรกฎาคม 54 นี้ อนุรักษ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของกะทู้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายประยูร หนูสุก วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต นายขันตี ศิลปะ นายอำเภอกะทู้ น.ส.วรรณประภา สุขสมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต นายชัยอนันท์ สุทธิกุล นายกเทศมนตรีเมืองกะทู้ และนายโชคชัย ชีวเจริญกุล ประธานชุมชนบ้านกะทู้ 3 ร่วมแถลงข่าวการจัดงานถนนสายวัฒนธรรมเมืองกะทู้ ครั้งที่ 3 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 กรกฎาคม 2554 ณ บริเวณตลาดศาลเจ้ากะทู้ ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

การจัดกิจกรรมงานถนนสายวัฒนธรรมเมืองกะทู้ในครั้งนี้ เนื่องด้วยเทศบาลเมืองกะทู้ เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีภารกิจดำเนินการในด้านส่งเสริมวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมให้คงอยู่และแพร่หลาย รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองกะทู้ให้เป็นที่รู้จักของชาวไทยและทั่วโลก เพื่อการดำรงอยู่และการสืบต่อของวัฒนธรรมเมืองกะทู้ รวมทั้งเมืองภูเก็ตต่อเนื่องและยั่งยืน

เทศบาลเมืองกะทู้จึงได้กำหนดจัดโครงการจัดงานถนนสายวัฒนธรรมเมืองกะทู้ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2554 มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นเมืองกะทู้ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกต่อเยาวชน ประชาชน ในการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น เพื่อการเผยแพร่วัฒนธรรม ประเพณี ของเมืองกะทู้สู่ภายนอกอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของเทศบาลเมืองกะทู้และจังหวัดภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักของชาวไทยและทั่วโลก

กิจกรรมภายในงานแบ่งเป็นกิจกรรมบนเวทีกลาง มีการแสดงงิ้วเปิดหน้า สิงโตปักกิ่ง กายกรรมฉีหลิง สิงโตวูฟู การแสดงชุดศิลปวัฒนธรรมล้ำเลอค่า โชว์ชุดพื้นเมืองท้องถิ่น การแข่งขันพูดภาษาถิ่นภูเก็ต และกิจกรรมการแสดงของโรงเรียนต่างๆ มากมาย สลับสับเปลี่ยนตลอดทั้งคืน

ขณะที่กิจกรรมบนท้องถิ่นตลอดงาน เช่น การแสดงบนเวทีย่อย 5 เวที ชมขบวนรถโบราณ สาธิตการจัดโต๊ะไหว้ชิมอาหารพื้นเมือง แสดงสินค้า OTOP ชมศิลปะและกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน การแสดงของเด็กๆ จำลองร้านขายยา และชมเหมืองแร่จำลอง นิทรรศการต่างๆ เช่น บ้านเมืองแร่ ไปรษณีย์ย้อนยุค ศิลปกรรมร่วมสมัย ภาพยนตร์โบราณ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เตือนนักท่องเที่ยวเล่นน้ำทะเลภูเก็ต ระวัง “แมงกะพรุนไฟ” อาละวาด


เตือนนักท่องเที่ยวเล่นน้ำหาดในหาน-ในทอน ภูเก็ต ระวังแมงกะพรุนไฟ หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบถูกคลื่นมรสุมซัดเกยตื้นบริเวณชายหาดจำนวนมาก เผย เป็นครั้งแรกที่ทะเลฝั่งอันดามันพบแมงกะพรุนชนิดนี้ พร้อมประสานท้องถิ่นจัดเจ้าหน้าที่ดูแลเฝ้าระวัง เตือนคนถูกแมงกะพรุนไฟอย่าขยี้แผล เพราะจะทำให้พิษกระจายตัว ระบุ การรักษาเบื้องต้นให้ใช้น้ำส้มสายชูราดที่แผลเพื่อแก้พิษ

นายวรรณเกียรติ ทับทิมแสง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน เปิดเผยว่า ขณะนี้สถาบันวิจัยฯ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำหาดในหาน ต.ราไวย์ อ.เมือง และ หาดในทอน ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ว่า มีแมงกะพรุนเกยตื้นบริเวณชายหาด

หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างไว้ตรวจสอบ พบว่า แมงกะพรุนที่พบบริเวณชายหาดดังกล่าวเป็นแมงกะพรุนแบบมีพิษในกลุ่ม Hydrozoa วงศ์ Physalidae ชนิด Physalia sp. ชื่อภาษาอังกฤษ คือ Portuguese Man O’War หรือ Blue bottle ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มของแมงกะพรุนไฟ โดยพบได้ทั่วไปในเขตน้ำอุ่น และมีรายงานพบบ่อยในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งฝั่งทะเลอันดามัน มีรายงานการพบแมงกะพรุนชนิดนี้เป็นครั้งแรก และเชื่อว่าน่าจะพบกระจายไปทั่วทุกหาดในพื้นที่ภูเก็ต

ขณะนี้ทางสถาบันได้ทำหนังสือแจ้งประสานไปยังจังหวัดภูเก็ตและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภูเก็ต และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตในการแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่ลงเล่นน้ำบริเวณชายหาดต่างๆ ให้ระมัดระวังอย่าไปโดน หรือสัมผัสแมงกะพรุนดังกล่าว ซึ่งสังเกตได้ง่ายจะเป็นแมงกะพรุนที่มีลักษณะสีฟ้าสดใส เพราะถ้าโดนหรือสัมผัสจะได้รับอันตรายจากพิษของแมงกะพรุนได้ แม้แต่ตัวที่ตายแล้วก็ยังมีพิษอยู่

การสัมผัสกับแมงกะพรุนดังกล่าว จะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้หลายระดับขึ้นอยู่กับแต่ละคน ตั้งแต่อาการแสบคันจนถึงปวดแสบปวดร้อน ในกรณีที่มีอาการรุนแรงทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นนั้น ให้นำผู้บาดเจ็บขึ้นจากน้ำและใช้วัสดุแข็ง เช่น กระดาษ บัตร ไม้ เขี่ยหนวดออกจากบริเวณที่สัมผัส ห้ามใช้มือสัมผัสโดยตรงเด็ดขาด จากนั้นราดผ่านด้วยน้ำทะเล หรือน้ำส้มสายชู รอดูอาการ หากมีอาการรุนแรงให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล และผู้ที่ถูกพิษแมงกะพรุนดังกล่าวอย่างขยี้บริเวณที่ถูกพิษ เพราะจะทำให้พิษกระจายได้

อย่างไรก็ตาม นายวรรณเกียรติ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ที่โดนพิษของแมงกะพรุนจนบาดเจ็บสาหัส หรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุที่มีการพบแมงกะพรุนดังกล่าวค่อนข้างมากในระยะนี้ เนื่องจากเป็นช่วงนี้เป็นช่วงมรสุม มีลมพัดเข้าฝั่ง ทำให้แมงกะพรุนที่ลอยไปตามน้ำและเป็นแมงกะพรุนที่พบในน้ำถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นชายฝั่งได้

ข้อมูลจาก..ผู้จัดการ ออนไลน์

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

จังหวัดภูเก็ตเปิดสถานีตำรวจท่องเที่ยวเป็นทางการ


วันที่ 17 มิ.ย. 54 ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองบังคับการ 5 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว นายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดสถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว รวมถึงข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าร่วม

สำหรับจังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ปีละประมาณ 4-6 ล้านคน สร้างรายได้ให้จังหวัดภูเก็ต และประเทศไทยปีละประมาณ 9 หมื่นล้านบาท ถึง 1 แสน 1 หมื่นล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดสรรงบประมาณ เพื่อสนับสนุนในการก่อสร้างอาคารที่ทำการถาวรของสถานีตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตแห่งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฎิบัติงานและได้รับความไว้วางใจในการให้การบริการ ดูแลอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ดียิ่งขึ้น อันเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งจะต้องมีการสร้างความเชื่อมั่นว่ามีความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

2 บริษัทนำเที่ยว-แท็กซี่ชุมชนวิชิตภูเก็ต ลงนามข้อตกลงแบ่ง นทท.แก้ปัญหาปิดท่าเรือ


ผู้ประกอบการรถทัวร์บริการนักท่องเที่ยว 2 แห่ง และกลุ่มรถตู้และแท็กซี่ตำบลวิชิต ลงนามข้อตกลงในการบริหารจัดการนักท่องเที่ยว แบ่งผู้โดยสารฝ่ายละ 50-50 ป้องกันความขัดแย้ง จนนำไปสู่การปิดท่าเรือน้ำลึก ขณะที่อีก 30 แห่ง ยังไม่ร่วม เจ้าท่าฯเตรียมร่อนหนังสือบันทึกข้อตกลงให้ร่วมลงนาม

วันที่ 16 มิ.ย.54 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายวีรวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง ว่าด้วยการจัดการให้บริการนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามากับเรือโดยสารที่บริเวณท่าเทียบเรือน้ำลึก ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ระหว่างผู้แทนบริษัทรถทัวร์บริการนักท่องเที่ยว ที่รับผู้โดยสารจากท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ต.วิชิต และผู้แทนรถตู้และแท็กซี่นำเที่ยวในตำบลวิชิต โดยมี นายภูริภัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ เจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต โดยมีตัวแทนบริษัทนำเที่ยว และตัวแทนผู้ประกอบการรถแท็กซี่ และรถตู้โดยสารชุมชนวิชิต ร่วม

โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้มีผู้แทนบริษัททัวร์ร่วมลงนามจำนวน 2 บริษัทคือ บริษัท ซีทัวร์ และบริษัท ลีเกล อินเทอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยหลังจากนี้ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 จะได้ส่งหนังสือบันทึกข้อตกลงไปยังผู้ประกอบการทัวร์ ที่ให้บริการที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ซึ่งมีประมาณ 30 แห่งที่ยังไม่ได้มาร่วมในวันนี้

สำหรับขอบเขตบันทึกข้อตกลงดังกล่าว กำหนดให้บริษัททัวร์ กับรถตู้รถแท็กซี่ในชุมชนวิชิต แบ่งผู้โดยสารที่มาเทียบท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตในแต่ละเที่ยวฝ่ายละ 50% ยกเว้นเรือที่ซื้อแพกเกจทัวร์ ต้องให้ผู้โดยสารแก่บริษัททัวร์เท่านั้น บริษัททัวร์จะต้องเรียกใช้บริการรถตู้ แท็กซี่ของชุมชนวิชิตก่อนเป็นอันดับแรกในการให้บริการนักท่องเที่ยวกรณี และต้องปรับปรุงสภาพรถให้ได้มาตรฐานและปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้ร่วมทำบันทึกข้อตกลงจะต้องไม่กระทำการในลักษณะที่เป็นข้อต่อรอง

เช่น ปิดท่าเรือ หรือการต้อนนักท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ ว่าด้วยความปลอดภัยของเรือระหว่างประเทศโดยเคร่งครัด กำหนดไม่ให้มีรถบัสรับส่งฟรีแก่นักท่องเที่ยวและลูกเรือในทุกกรณี ให้ทั้ง 2 ฝ่ายกำหนดขั้นตอนรายละเอียดการทำงานร่วมกันภายใต้ขอบเขตของบันทึกข้อตกลง ซึ่งได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนาม หากจะยกเลิกต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร

ขณะที่ผู้แทนบริษัททัวร์ ที่ไม่ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ กล่าวว่า ตัวแทนที่มาในครั้งนี้ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ เนื่องจากเป็นสำนักงานสาขา และจะต้องให้ฝ่ายกฎหมายที่สำนักงานใหญ่ในส่วนกลางดูในข้อตกลงก่อนจึงจะสามารถลงนามได้

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ภูเก็ตจัดวิวาห์หวานบาบ๋าสุดปลายฟ้าอันดามันครั้งที่ 3

สมาคมเพอรานาร่วม ททท.ภูเก็ต จัดวิวาห์หวานบาบ๋า สุดปลายฟ้าอันดามัน” พร้อมเชิญผู้ว่าภูเก็ต-นายกเหล่ากาชาด เป็นคู่วิวาห์กิตติมศักดิ์ ระบุหาชมได้เพียงที่ภูเก็ตเท่านั้น

นายแพทย์โกศล แตงอุทัย นายกสมาคมเพอรานากันจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมจัดงานวิวาห์หวานบาบ๋า สุดปลายฟ้าอันดามัน ซึ่งสมาคมเพอรานากันจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภูเก็ต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ว่า การจัดงานวิวาห์หวานบาบ๋า สุดปลายฟ้าอันดามันนั้นจัดขึ้นเพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมเก่าแก่ของจังหวัดภูเก็ตโดยเฉพาะพิธีการแต่งงานแบบบาบ๋า และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตเพื่อให้ภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวในการเลือกมาจัดงานแต่งงาน และเป็นสถานที่ฮันนีมูนของคู่แต่งงานจากทั่วโลก รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งสามารถหาชมได้เพียงที่เดียวที่จังหวัดภูเก็ตเท่านั้น

สำหรับปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-11 มิ.ย.54 ซึ่งในปีนี้ทางสมาคมได้เชิญนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาด เข้าร่วมเป็นคู่วิวาห์กิตติมศักดิ์ในงานวิวาห์บาบ๋าสุดปลายฟ้าอันดามันด้วย โดยจะใช้จวนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตบ้านเจ้าบ่าว รวมถึงงานจัดเลี้ยงตอนเที่ยง และใช้คฤหาสน์หงษ์หยกเป็นบ้านเจ้าสาว ซึ่งบ้านทั้ง 2 หลัง เป็นคฤหาสน์ ชิโน-โปรตุกีส ที่เป็นลักษณะเฉพาะของจังหวัดภูเก็ตซึ่งทั้ง 2 หลังมีความเกี่ยวโยงกัน เพราะทางจวนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตผู้สร้างได้ใช้แบบเดิมจากบ้านหงษ์หยก สังเกตได้จากความคล้ายคลึงกันทั้ง 2 หลังถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิและมีเกียรติแก่ประชาชนชาวภูเก็ต

นายแพทย์โกศล กล่าวต่อว่า สำหรับคู่บ่าวสาวที่จะเข้าร่วมงานในครั้งนี้มีคู่บ่าวสาวที่เป็นคนไทยและชาวต่างชาติสมัครเข้าร่วมแล้วจำนวน 6 คู่ โดยทางผู้จัดงานจะรับคู่บ่าวสาวเข้าร่วมงานเพียง 15 คู่เท่านั้น ซึ่งการจัดงานดังกล่าวไม่ได้เน้นที่ปริมาณของคู่บ่าวสาว แต่จะเน้นถึงคุณภาพ และวัตถุประสงค์ที่ต้องการสืบทอดเจตนารมณ์ ถูกต้องตามประเพณีดังเดิมทุกอย่าง และเป็นการจัดงานแต่งงานย้อนอดีตบาบ๋าเพอรานากันที่หาได้เพียงที่เดียวที่จังหวัดภูเก็ตเท่านั้น สำหรับคู่วิวาห์ที่สนใจเข้าร่วมงานจะต้องเสียค่าใช้จ่าย คู่ละ 50,000บาท โดยจะได้รับเครื่องแต่งกาย ทั้งเจ้าบ่าว เจ้าสาว รวมทั้งมีห้องพัก แพคเกจฮันนีมูน และอีกมากมาย

งานวิวาห์บาบ๋าฯ เริ่มวันที่ 10 มิถุนายน 2554 จัดขึ้นที่ ห้องจามจุรี โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน ซึ่งก่อนจัดเลี้ยงมีการปฐมนิเทศแก่คู่บ่าวสาว ส่วนในวันที่ 11 มิถุนายน จัดที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นบ้านเจ้าบ่าว โดยเจ้าบ่าวทั้งหมดที่มาร่วมงานจะอยู่ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนำเจ้าบ่าวเคลื่อนขบวนไปบ้านเจ้าสาวเพื่อประกอบพิธีแต่งงาน ซึ่งจะเดินไปบ้านเจ้าสาวตลอดถนนถลางไปจนถึง พิพิธภัณฑ์ไทยหัวและร่วมถ่ายภาพ หลังจากนั้นจะกลับมาเลี้ยงที่บ้านจวนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

อันดามันจ้างที่ปรึกษาทำแผนแม่บทท่องเที่ยว-คมนาคม

กลุ่มจังหวัดอันดามันจ้างบริษัทที่ปรึกษาฯ 25 ล้านบาทจัดทำแผนแม่บทพัฒนาท่องเที่ยวและโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยง 5 จังหวัด หวังใช้เป็นแผนในการพัฒนาระยะเร่งด่วน-ระยะยาว เผยอันดามันต้องพัฒนาท่องเที่ยวควบคู่อุตสาหกรรมเกษตร

วันที่ 3 พ.ค.54 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต บริษัท สแปน คอนซัลแตนท์ จำกัด นำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้น “โครงการศึกษาเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวและการค้าทางทะเลสู่อันดามัน” โดยมีนายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ 5 จังหวัดอันดามันเข้าร่วม

สำหรับโครงการศึกษาเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวและการค้าทางทะเลสู่อันดามันนั้น ทางสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน” ได้ว่าจ้างบริษัท สแปนฯ ทำการศึกษาในวงเงินงบประมาณ 25 ล้านบาท และให้แล้วเสร็จเป็นผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ในเดือนมกราคม 2555 ที่จะถึงนี้

ทั้งนี้เพื่อจัดทำเป็นแผนแม่บทการพัฒนาระบบคมนาคมและขนส่งที่เหมาะสมในฝั่งอันดามัน โดยเชื่อมโยงการคมนาคมทุกรูปแบบที่รองรับแหล่งท่องเที่ยว และศึกษาขีดความสามารถในการรองรับการท่องเที่ยวของกลุ่มอันดามันในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งกำหนดกลไกลการพัฒนาการท่องเที่ยวในอันดามัน เพื่อจัดทำเป็นแผ่นแม่บท แผนระยะเร่งด่วน (1-5 ปี) แผนระยะปานกลาง (5-10 ปี) และแผนระยะยาว (มากกว่า 10ปี)

โดยจะทำการศึกษาครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน ประกอบด้วย ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ซึ่งจะเน้นศึกษาใน 3 เรื่องหลักๆ คือ การศึกษาด้านการท่องเที่ยว การศึกษาด้านเศรษฐกิจและการค้า และการศึกษาระบบคมนาคม ขนส่ง และโลจิติกส์

ในส่วนของการท่องเที่ยวนั้น จากการศึกษาในเบื้องต้นพบว่าในพื้นที่อันาดามัน นักท่องเที่ยวที่เข้ามามีความหลากหลายและลักษณะของนักท่องเที่ยวมีความเป็น mass มากขึ้น เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีนและเอเชียที่เข้ามาเป็นกรุ๊ปทัวร์มากขึ้น แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เป็นครอบครัวเข้ามาท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน ซึ่งจุดนี้จะต้องบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ

โดยได้กำหนดตำแหน่งของแต่จังหวัดในการพัฒนาการท่องเที่ยวดังนี้ คือ ระนอง จะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เน้นเรื่องของสุขภาพ เพราะมีน้ำแร่ที่มีชื่อเสียง พังงา เป็น Long Stay ภูเก็ต เป็น ICT City พัฒนาสู่ฐานอุตสาหกรรมความรู้ด้านการแพทย์ การเป็นเมือง MICE และMarina เป็นต้น กระบี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพสูง และตรัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นต้น

ส่วนด้านการคมนาคมนั้น พบว่ามีการใช้คมนาคมครบทุกด้านทั้งทางอากาศ ทางบกและทางน้ำ เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะเดินทางเข้ามาโดยทางเครื่องบินหลังจากนั้นก็จะใช้รถยนต์ในการเดินทางเข้าโรงแรมและท่องเที่ยวต่างแหล่งๆต่างๆ ส่วนการเดินทางเชื่อมระหว่างจังหวัดจะใช้ทางถนนเส้นทางหลัก

อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ปรึกษาได้สรุปผลการศึกษาในเบื้องต้นว่า กลุ่มจังหวัดอันดามันเศรษฐกิจหลักขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยวและการเกษตร ซึ่งจะเห็นว่าหากการท่องเที่ยวเติบโตเศรษฐกิจจังหวัดนั้นๆก็จะเติบโตตามไปด้วย แต่ในบางจังหวัดถึงแม้ว่าท่องเที่ยวจะทรุดแต่เศรษฐกิจไม่ได้ทรุดตามไปทั้งหมด จากที่มีผล ผลิตทางการเกษตรออกมารองรับ

ดังนั้น จะต้องเพิ่มขีดความสามารถด้านการคมนาคมขนส่งให้สะดวกยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในแต่ละจังหวัดและเชื่อมโยงในกลุ่มอันดามัน พร้อมทั้งขยายฐานการลงทุนด้านอุตสาหกรรม ด้วยการพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางรางและทางน้ำรองรับ

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554

ตั้งเป้าดันภูเก็ตสู่เมืองหลวงท่องเที่ยวอาเซียนภายในปี 58


รมช.พาณิชย์ชี้ภูเก็ตต้องกำหนดตัวเองเป็นเมืองหลวงท่องเที่ยวในอาเซียนให้ได้ภายในปี 2558 ที่อาเซียนจะเป็นหนึ่งเดียว ด้วยการทำตลาดเชิงรุกและครอบคลุมทั้งอาเซียน

วันที่ 28 เม.ย.54 ที่โรงแรมเมโทรโพล อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดการสัมมนา เรื่อง “คนภูเก็ตจะเตรียมตัวอย่างไรกับการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) และ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ร่วมกับ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น เพื่อสร้างความองค์ความรู้ และสร้างความพร้อมให้กับประชาชน ภาคราชการ วิสาหกิจ และภาคเอกชน ในการเปิดเสรีการค้าอาเซียน และการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015 หรือในปี 2558 นี้ โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 300 คน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในปี2558 หรือปี 2015 อาเซียนจะเป็นหนึ่งเดียวทั้งในเรื่องของการตลาด ฐานการผลิตสินค้าและบริการ การลงทุนและในทุกๆด้าน โดยเฉพาะในด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะมีความสำคัญและเกิดประโยชน์กับประเทศไทยและประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน โดยการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกันจะอยู่ที่ 1.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เฉพาะไทยมีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ขณะนี้ไทยมีคู่ค้าที่เป็นประเทศในกลุ่มอาเซียนมาเป็นอันดับหนึ่ง รัฐบาลได้ดำเนินการที่จะให้มีการค้าระหว่างไทยกับอาเซียนเพิ่มสูงขึ้น

นายอลงกรณ์ ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของภูเก็ตในการรับการค้าเสรีและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ว่า ภูเก็ตสามารถเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับประโยชย์ที่จะเกิดจากการค้าเสรีอาเซียนและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 3 ปี 8 เดือนข้างหน้านี้ โดยการยกระดับจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองหลวงแห่งการท่องเที่ยวในอาเซียน โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การขยายฐานนักท่องเที่ยวและการลงทุนด้านการท่องเที่ยวจากไทยไปสู่อาเซียนให้มากขึ้น

ด้วยการศึกษาข้อมูลสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามข้อตกลงการค้า บริการ การลงทุน และหัวใจสำคัญผู้ประกอบการจะต้องมีองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันกับผู้ประกอบการในกลุ่มประเทศอาเซียนให้ได้ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์เริ่มขับเคลื่อนการพัฒนาผู้ประกอบการมารองรับในรูปแบบสถาบันผู้ประกอบการหรือ Businees Club ทุกสาขากิจการ

นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตจะต้องจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจระดับจังหวัด ด้วยการกำหนดตำแหน่งของภูเก็ตและระยะเวลาในการไปสู่ตำแหน่งที่กำหนดให้ชัดเจนรองรับการเปิดเสรีการค้าและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยการเชื่อมภูเก็ตเชื่อมโลกโดยใช้ฐานการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนทำตลาดในเชิงรุกมากขึ้น เช่น การทำตลาดเชื่อมโยงกับกลุ่มในประเทศรอบๆอ่าวเบงกอล ด้วยการดึงนักท่องเที่ยวจากประเทศในกลุ่มอ่าวเบงกอลเข้าสู่ภูเก็ต เพราะมีประชากรสูงถึง 1 ใน 4 ของโลก ซึ่งภูเก็ตก็จะเป็นเกตเวย์ทางด้านการท่องเที่ยวของอาเซียนและของโลกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ประกอบการเองก็ต้องปรับตัวเพื่อที่จะรองรับการเปิดการค้าเสรีและการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในระยะเวลาอันใกล้นี้ ด้วยการทำตลาดในเชิงรุกและมองตลาดให้กว้างขึ้น โดยการมองตลาดให้ครอบคลุมทั้งอาเซียนที่มีประชากรกว่า 590 ล้านคน แทนที่จะมองเฉพาะภูเก็ตและประเทศไทยเท่านั้น รวมทั้งผู้ประกอบการจะต้องพัฒนาสินค้าบริการให้สามารถแข่งกันกับสินค้าที่มีอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554

ททท.นำทัพสื่อ ตท.ทดสอบสินค้ารางวัลกินรีหวัง ปชส.ให้นักท่องเที่ยวรู้จักมากยิ่งขึ้น


ททท.นำทัพสื่อต่างประเทศประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าท่องเที่ยวในภูเก็ต 9 แห่งที่ได้รับรางวัลกินรีในปี 2553 ภายใต้เส้นทาง “Kinnaree @ Andaman” หวังโปรโมทสินค้าท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักมากขึ้น

นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำสื่อมวลชนสายต่างประเทศ 10 สำนักข่าวและคณะผู้ประกอบการนำเที่ยว inbound จากกรุงเทพฯ 6 ราย เดินทางมายังจังหวัดภูเก็ต เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพภายใต้โครงการทดสอบสินค้าการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ (Product Testing) ประจำปี 2554 เส้นทาง Kinnaree@Andaman ระหว่างวันที่ 20-23 เมษายน 2554 นี้

เพื่อนำเสนอสินค้าใหม่ของจังหวัดภูเก็ตที่มีศักยภาพ รวมถึงสินค้าท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลจากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 8 ประจำปี 2553 เพื่อสร้างการรับรู้ในสินค้าทางการท่องเที่ยวดังกล่าวให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพได้รู้จักมากยิ่งขึ้น

สินค้าท่องเที่ยวคุณภาพของจังหวัดภูเก็ตที่ ททท.มุ่งหวังจะประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยประจำปี 2553 ได้แก่ สุโขสปา บันยันทรีสปาภูเก็ต โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ย่านการค้าเมืองเก่าภูเก็ตโดยเทศบาลนครภูเก็ต ชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชนเกาะยาว ชุมชนบ้านบางโรง โรงแรมเดอะรอยัลพาราไดส์ และโรงแรมกะตะธานีภูเก็ต บีช รีสอร์ท นอกจากนี้ได้โปรโมทสินค้าใหม่คือ Splash Jungle บริเวณหาดไม้ขาว

โดยในวันที่ 21 เม.ย.54 ททท.สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ต ชมรมเมืองเก่าภูเก็ตถนนถลาง พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัวและบ้านชินประชา นำเสนอภาพลักษณ์วัฒนธรรมชาวจีนภูเก็ตผ่านย่านการค้าเมืองเก่าภูเก็ต โดยเริ่มต้นแนะนำเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชาวเพอรานากัน จากพิพิธภัณฑ์ภูเก็ต ไทยหัว

จากนั้นนำชมบ้านเลขที่ 63 ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารของเทศบาลนครภูเก็ต พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตของชาวเมืองภูเก็ตตลอดถนนถลางชมอาคารรูปแบบชิโนโปรตุกีสและชมการสาธิตการผัดหมี่ฮกเกี้ยน ท้ายสุดชมการสาธิตพิธีวิวาห์บาบ๋าแบบโบราณที่บ้านชินประชา

นางบังอรรัตน์ กล่าวต่อว่า ททท.คาดหวังว่าการนำสื่อมวลชนสายข่าวต่างประเทศและผู้ประกอบการเดินทางมาประชาสัมพันธ์ย่านเมืองเก่าภูเก็ตในครั้งนี้จะเป็นการโปรโมทภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของภูเก็ตให้นักท่องเที่ยวรู้จักมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการซึมซับกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดภูเก็ตอย่างแท้จริง อันจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนในจังหวัดภูเก็ตต่อไป

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554

ททท.เร่งโปรโมตเกาะสมุยและหมู่เกาะต่างๆ หลังนักท่องเที่ยวลดฮวบจากน้ำท่วม


ททท.สุราษฎร์ฯจับมือทุกภาคส่วนเร่งประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเกาะสมุย และเกาะต่างๆ หลังนักท่องเที่ยวลดฮวบในช่วงสงกรานต์จากเหตุการณ์น้ำท่วม

นายภานุ วรมิตร ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงาน สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จากสถานการณ์การท่องเที่ยวในเกาะสมุยและหมู่เกาะต่างๆ มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างมากในปีนี้ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยเละชาวต่างชาติที่จองห้องพักไว้เพื่อมาเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ยกเลิกการจองห้องพักเป็นจำนวนมาก จากปัญหาหน้ามรสุมและน้ำท่วมในพื้นที่

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ททท.จึงร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนายกสมาคมท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานี นากยกสมาคมมัคคุเทศก์ นำบริษัทนำเที่ยว และสื่อมวลชน ลงสำรวจแหล่งท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ กว่า 40 คน เพื่อเร่งประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้ทราบ ว่าแหล่งท่องเที่ยว ทั้งเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า สามารถเดินทางมาท่องเทียวได้ตามปกติ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมขังที่ผ่านมา

“ตอนนี้เราพยายามเร่งประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้ทราบ การเดินทางต่างๆ และเหตุการณ์ต่างๆของทั้งสุราษฎร์ ทั้งสมุย ทั้งเกาะพะงัน ทั้งเกาะเต่าเนี้ย สามารถเดินทางมาท่องเทียวได้ตามปกติ แล้วก็แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมขังที่ผ่านมา” นายภานุกล่าว

ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุราษฎร์ธานี กล่าวอีกว่า จากภาพข่าวที่สื่อมวลชนนำออกไปเผยแพร่หลังจากนี้ นักท่องเที่ยวจะมีความเชื่อมั่น และเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย แหล่งท่องเที่ยวตามหมู่เกาะต่างๆ เพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2554

ททท.เนรมิตถนนถลางเป็นถนนน้ำแข็งรับสงกรานต์


Songkran in Phuket Town 2011 เนรมิตถนนถลางเป็นถนนน้ำแข็งจัดงานสงกรานต์ ขณะที่อบต. สาคู และอุทยานแห่งชาติสิรินาถหาดในยาง รวมทั้งประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันจัดงานสงกรานต์หาดในยาง บรรยากาศคึกคัก เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ขณะที่บรรยากาศการเล่นน้ำที่บริเซรหาดป่าตองภูเก็ตยังคึกคัก

วันที่ 13 เมษายน 54 ททท.สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ตจัดงานสงกรานต์เมืองภูเก็ต หรือ Songkran in Phuket Town 2011 ในวันที่ 13-15 เม.ย.ระหว่างเวลา 18.00-22.00 น. ณ.บริเวณหน้าที่ทำการ ททท. สำนักงานภูเก็ต และบริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ภายใต้คอนเซ็ปต์ ร่วมต้อนรับปีใหม่ไทยกับการเล่นน้ำสงกรานต์บนถนนน้ำแข็ง ตื่นตาตื่นใจกับ ประติมากรรม น้ำแข็ง การแกะสลักน้ำแข็งโชว์ บาร์เทนเดอร์ เย็นฉ่ำกับซุ้มน้ำแข็ง ร่วมถ่ายภาพกับกำแพงน้ำแข็งและเก้าอี้น้ำแข็ง และการเล่นเกมในสระน้ำแข็ง ร้านจำหน่ายอาหารพื้นเมืองและอาหารนานาชาติ

ขณะที่ ที่บริเวณหาดในยาง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ตอีก คึกคักไปด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยวคนไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและเข้าร่วมกิจกรรมสงกรานต์ ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู ร่วมกับอุทยานแห่งชาติสิรินาถหาดในยาง และประชาชนในพื้นที่ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อสงเสริมและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของวันสงกรานต์ รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวของพื้นที่

โดยสุรพงศ์ ปัญญาไวย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ประเพณีสงกรานต์ไทย ในวันที่ 13 เมษายน 54 ไม่ได้เป็นวันสงกรานต์อย่างเดียว แต่เป็นวันของผู้สูงอายุควบคู่ไปด้วย องค์การบริหารส่วนตำบลสาคู พร้อมกับประชาชน และอุทยานแห่งชาติสิรินาถหาดในยาง ร่วมกันจัดงานสงกรานต์ขึ้น โดยมีทั้งการเล่นน้ำสงกรานต์อย่างสนุกสนาน มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาทั้ง พุทธ อิสลาม การรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ และมีการปล่อยพันธ์ปลา พันธ์กุ้ง ลงสู่ทะเล เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ทุก ๆ คน การแข่งขันกีฬาพื้นบ้านที่สืบสานกันมาช้านาน และกีฬาต่าง ๆ หลากหลายชนิด เช่น วอลเลย์บอลชายหาด เซปักตะกร้อ เป็นต้น พร้อมแจกพันธ์ต้นไม้หลายชนิด เช่น ต้นขนุน ต้นมะนาว รวมถึงพืชผักสวนครัว ให้กับผู้ที่มาร่วมงานเพื่อนำกลับไปปลูกที่บ้าน

ขณะที่บรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ที่บริเวณหาดป่าตองยังคงคึกคัก นักท่องเที่ยวยังลงเล่นน้ำลาดน้ำสงกรานต์กันเต็มถนนบางลา ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่ทางเทศบาลเปิดให้มีการเล่นน้ำสงกรานต์ออนเดอะบีช โดยการเล่นสงกรานต์ในพื้นที่ซอยบางลา หาดป่าตอง ได้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ ส่วนการเล่นสงกรานต์ ในตัวเมือง อ.เมืองภูเก็ต เป็นไปอย่างคึกคัก เช่นเดียวกัน ทั้งนี้การเล่นสงกรานต์ในตัวเมืองภูเก็ต ส่วนใหญ่เป็นการนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ และนั่งท้ายรถกระบะเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งบรรทุกมาเต็มท้ายรถเพื่อสาดใส่รถคันที่ขับสวนทางมา บวกกับการเล่นสงกรานต์ของเด็ก ๆ และเยาวชนที่นำถังน้ำออกมาวางเพื่อร่วมเล่นสงกรานต์ บริเวณหน้าบ้านของตนเอง ได้ทำให้การเล่นสงกรานต์ในตัวเมืองหนาแน่นไปด้วยปริมาณรถ และผู้คนที่ออกมาเล่นสาดน้ำสงกรานต์

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554

สื่อมวลชนญี่ปุ่น วิงวอนคนไทยเที่ยวญี่ปุ่น


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) นำคณะสื่อมวลชน จาก ประเทศญี่ปุ่น ทัศนศึกษาภูเก็ต เขาหลัก พังงา ดูพื้นที่เคยประสบภัยพิบัติ สึนามิ

นางสาว อโนมา วงศ์ใหญ่ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานโตเกียว กล่าวว่า การนำคณะสื่อมวลชนญี่ปุ่นมาภูเก็ต เนื่องจากต้องเข้าร่วมงานมหาสงกรานต์ ที่กรุงเทพฯจึงต้องการนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ภูเก็ตพังงา ที่เคยประสบภัยพิบัติ สึนามิ เพื่อให้เห็นพื้นที่จริง เป็นการให้กำลังใจกันและกัน เนื่องจาก ภูเก็ต พังงา เคยเกิดสึนามิ ฟื้นฟูกลับมาได้รวดเร็วเพื่อให้นำกลับไปแลกเปลี่ยนสื่อสารคนญี่ปุ่น ในการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

“หลายคนเดินทางเข้าภูเก็ตพังงาเป็นครั้งแรก เห็นสภาพจริงแล้วเขาตื่นเต้นมาก พอใจที่สุด ที่ภูเก็ต พังงา ฟื้นตัวรวดเร็ว ซึ่ง ญี่ปุ่น สามารถฟื้นตัวได้เร็วเช่นกัน”

นางสาวอโนมา กล่าวต่อไปว่า พาคณะไปดูพื้นที่ท่องเที่ยวกรีนทัวริสซึม แบบท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ด้วย เพื่อร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งได้ประชาสัมพันธ์ว่า

“ประเทศไทย เห็นใจคนญี่ปุ่น เป็นกำลังใจให้คนญี่ปุ่น และ ครั้งที่เคยเกิด สึนามิ ได้เคยรับการช่วยเหลือจากคนญี่ปุ่น ขอบคุณคนญี่ปุ่นมาก ทำโครงการต่างๆ ให้กับทางญี่ปุ่น เพื่อแลกเปลี่ยนกัน เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน”

นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้ามาประเทศไทย ปีที่แล้ว เกือบ1ล้านคน ปีนี้ เข้ามา น้อยลงกว่าปีที่ผ่านมา ทาง ททท.จะร่วมกับผู้ประกอบการเอกชน และ ภาครัฐของญี่ปุ่นให้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลับเข้ามาเที่ยวประเทศไทย กันมากขึ้น

ด้าน Mr.KAZUHIKO SUGIYAMA Game Producer และ AI Kohinata WRITER STORY กล่าวว่า ภูเก็ต สวยงามมาก ทะเลสวย อาหารอร่อย คนต้อนรับดีมาก ซึ่ง สึนามิ ทำให้สภาพพื้นที่เสียหาย หมดสิ้น แต่ ไม่ได้ทำให้น้ำใจคนไทยหายตามไปด้วย เช่นกับ ญี่ปุ่น รัฐบาลให้การดูแลประชาชนดีมาก คาดว่า การฟื้นฟูหลังสึนามิ กลับมารวดเร็วเช่นกับ ประเทศไทย

ด้านMs Junko Sekiya นิตยสารแมกกาซีนTABIKOI (ทาบิโกอิ) กล่าวว่า มาภูเก็ต สวยงามมาก กว่าในภาพที่เคยเห็น รับประทานอาหารพื้นเมืองภูเก็ต อร่อยมาก เผ็ดมากด้วย ส่วน การเกิดสึนามิ ใน ประเทศญี่ปุ่น เกิดขึ้นบางส่วนของประเทศเท่านั้น ส่วนพื้นที่ไม่ได้เกิดสึนามิ มีการป้องกันเข้มแข็งมาก อยากให้คนไทยมั่นใจไปเที่ยวญี่ปุ่นมากๆ

“คนญี่ปุ่นอยากบอกว่า คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นได้ ในพื้นที่หลายเมืองที่ไม่ได้รับผลกระทบทางตอนกลางและตอนใต้ของประเทศ ยังไม่ได้รับผลกระทบ สามารถเข้าไปท่องเที่ยวได้ เช่น เกียวโต โอซาก้า ฟูกูโอกะ ฮิโรชิมา เป็นต้น ถ้าอยากช่วยคนญี่ปุ่น อยากให้กลับไปเที่ยวกัน ช่วยเศรษฐกิจท่องเที่ยว ตอนนี้ เหมือนกับญี่ปุ่นล้มไปหมดทั้งประเทศ”

ทางด้าน นาง บังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า ปี 2546 นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้าภูเก็ต จำนวนกว่า 2 แสนคน เมื่อเกิดสึนามิ นักท่องเที่ยวลดลงประมาณ 70-80% พอปี 2549 ฟื้นตัวขึ้นบ้างเล็กน้อย ปี 2553 มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้ามา ประมาณ 8หมื่น8พันคน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

นายแพทย์ จิรชัย อมรไพโรจน์ นายกสมาคมโรงแรมหาดป่าตอง กล่าวว่า ททท.พยายามกระตุ้นให้คนญี่ปุ่นเข้าใจว่า สภาพพื้นที่จริงของภูเก็ต ไม่เกี่ยวข้องกับ น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ จะเห็นว่า ภูเก็ต ยังสวยเหมือนเดิม ไม่มีปัญหาอะไร มาเที่ยวกันได้ปลอดภัย

แนวโน้มการท่องเที่ยวของภูเก็ตดีขึ้นประมาณ 10% และในช่วงก่อนสงกรานต์ กลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ใหญ่เข้ามาภูเก็ตทุกปี มีคนเข้ามามาก มีกิจกรรมใหญ่ ใช้จ่ายกัน ทำให้มีรายได้กันมากขึ้น ช่วงสงกรานต์ป่าตองห้องพักเต็ม ส่วนตัวเลขเดือนพฤษภาคม ตัวเลขการจองห้องพัก อยู่ที่ 30% เป็นช่วงรอยต่อหน้าฝน โลว์ซีซั่นกับไฮซีซั่น เดิมต้นพฤษภาคม ชาวญี่ปุ่นเข้ามามาก ปีนี้คงหวังไมได้ มีเพียง จีน อินเดีย ที่เข้ามาแทนตลาดญี่ปุ่นในช่วงนี้ได้

“อยากให้ทุกคนช่วยกันดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้น้ำทะเลใส ภูเขาไม่ถูกบุกรุก ไม่ทำสวนยาง ไม่ก่อสร้างบ้าน บนภูเขา มิเช่นนั้นเกิดปัญหาเช่น กระบี่ เป็นต้น ต้องปลอดภัย ไม่ใช่เข้ามาเจอกับน้ำเน่า ภูเขาโล้น มีบังกะโล บ้านอยู่บนภูเขา จะไม่มีคนเข้ามาท่องเที่ยว ถ้าให้ท่องเที่ยวยั่งยืน ต้องดูสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ส่วนการจัดระเบียบชายหาด ต้องฝากทางเทศบาลเมืองป่าตองให้ดีกว่านี้ไม่มีอะไรเกินไปกว่าความสามารถของมนุษย์”

ข้อมูลจาก...ภูเก็ตอันดามัน ออนไลน์

วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2554

ภูเก็ตจัดสงกรานต์ยิ่งใหญ่ทั้งชายหาดและตัวเมือง-คาดนักเที่ยว 6 หมื่นคนเงินสะพัด 800 ล้าน


หลายหน่วยงานในภูเก็ตร่วมจัดกิจกรรมสงกรานต์ยิ่งใหญ่ ร่วมสืบสานประเพณี และดึงนักท่องเที่ยวเข้าภูเก็ตให้ได้ 60,000 คน สร้างรายได้กว่า 800 ล้านบาท ททท.จับมือเทศบาลป่าตองและนครภูเก็ตจัดสงกรานต์ชายหาดป่าตองและตัวเมืองภูเก็ต ขณะที่อบจ.จัดสงกราต์สะพานสารสิน ด้านปภ.และเจ้าท่าฯเข้มความปลอดภัยทางถนนและทางน้ำ

นางบังอรรัตน์ ชินประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ เทศบาลเมืองป่าตองและเทศบาลนครภูเก็ต จัดงานสงกรานต์ประจำปี 2554 นี้ เพื่อร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของคนไทยให้คงอยู่และประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้จักแพร่หลาย โดยได้กำหนดการจัดงานสงกรานต์ 2 พื้นที่ ทั้งในตัวเมืองภูเก็ตและบริเวณหาดป่าตอง

สำหรับกิจกรรมสงกรานต์ภูเก็ตในปีนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 8-10 เม.ย. ด้วยกิจกรรมภูเก็ตบิ๊กไบค์วีค (Phuket Bike Week 2011) ณ.หาดป่าตอง อ.กะทู้ จะมีการจัดงานมอเตอร์ไชค์เคิลเอ็กซิบิชั่น 2011 ที่สนามฟุตบอล หาดป่าตอง โชว์นวัตกรรมมอเตอร์ไชค์รุ่นใหม่จากทุกค่ายรถในประเทศไทย และกิจกรรมภูเก็ตไบค์วีค บีช ปาร์ตี้ 2011 ระหว่างเวลา 16.00-02.00 น. ที่สวนสาธารณะโลมา หาดป่าตอง การประกวดมิสภูเก็ตไบค์วีค 2011 และมหกรรมดนตรีจากศิลปินต่างๆมากมาย

วันที่ 12-13 เม.ย. ททท.ได้ร่วมกับเทศบาลเมืองป่าตอง จัดกิจกรรมสงกรานต์หาดป่าตอง หรือ Songkran on The Beach ที่บริเวณหาดป่าตอง ซึ่งจะมีการแสดงนาฎศิลไทย การประกวดหนูน้อยสงกรานต์ การประกวดเทพีสงกรานต์ และการร่วมเล่นน้ำสงกรานต์อย่างสนุกสนาน ที่บิรเวณหาดป่าตอง ซอยบางลา และในวันที่ 13 เม.ย.จะทำพิธีทำบุญใส่บาตร สรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ ถวายอาหารพระสงฆ์ รดน้ำดำหัวผู้อาวุโส ณ.วัดสุวรรณศีรีวงก์ ในช่วงบ่ายจะมีขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ และขบวนบุปผาชาติที่ตกแต่งอย่างสวยงาม

นางบังอรรัตน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ททท.ยังได้ร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ตจัดงานสงกรานต์เมืองภูเก็ต หรือ Songkran in Phuket Town 2011 ในวันที่ 13-15 เม.ย.ระหว่างเวลา 18.00-22.00 น. ณ.บริเวณหน้าที่ทำการ ททท. สำนักงานภูเก็ต และบริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ภายใต้คอนเซ็ปต์ ร่วมต้อนรับปีใหม่ไทยกับการเล่นน้ำสงกรานต์บนถนนน้ำแข็ง ตื่นตาตื่นใจกับปกฎิมากรรมน้ำแข็ง การแกะสลักน้ำแข็งโชว์ บาร์เทนเดอร์ เย็นฉ่ำกับซุ้มน้ำแข็ง ร่วมถ่ายภาพกับกำแพงน้ำแข็งและเก้าอี้น้ำแข็ง และการเล่นเกมในสระน้ำแข็ง ร้านจำหน่ายอาหารพื้นเมืองและอาหารนานาชาติ

ผอ.ททท.ภูเก็ต ยังกล่าวอีกว่า การจัดเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ หวังกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางเข้าสู่จังหวัดภูเก็ตในช่วงสงกรานต์ไม่ต่ำกว่า 60,000 คน และสร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอบจ.ภูเก็ตได้ร่วมกับอบจ.พังงา อบต.ไม้ขาว และอบต.โคกกลอย จัดสงกรานต์สะพานสารสินขึ้น ที่บริเวณสะพานสารสิน บ้านท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 11-13 เม.ย.นี้ เพื่อร่วมกันอนุรักษ์การเล่นน้ำสงกรานต์แบบดั่งเดิม และภายในงานได้จัดให้มีกิจกรรมมากมาย

ทุกหน่วยงานร่วมดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

ด้านนายสันต์ จันทรวงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก มีการกิน ดื่ม เลี้ยงฉลองในช่วงเทศกาล ทำให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ซึ่งหน่วยงานต่างๆได้มีการรณรงค์และวางมาตรการในการดูแลความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับท้องถนน ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ในปีนี้ภูเก็ตได้วางเป้าหมายที่จะไม่ให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 57 ครั้ง ผู้ได้รับบาดเจ็บ 60 คน และเสียชีวิตไม่เกิน 2 คน โดยเริ่มมาตรการลดอุบัติเหตุบนถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2554 นี้ ตั้งแต่วันที่ 11-17 เม.ย. 2554

ขณะที่นายวิทยา ยาม่วง ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวทางทะเลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้ ว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 ได้จัดชุดปฎิบัติการตรวจสภาท่าเรือ ตัวเรือ และคนประจำเรืออย่างเข้มงวด ระหว่างวันที่ 8-18 เม.ย. ซึ่งมาตรการดังกล่าว กรมเจ้าท่าได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมมาตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและให้นักท่องเที่ยวมีความปลอดภัยสูงสุด

ในส่วนของ 6 จังหวัดอันดามัน ได้มีการตกลงกับทางผู้ประกอบการให้เน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ ทั้งในเรื่องอุปกรณ์ภายในเรือที่จะต้องมีครบและสมบูรณ์พร้อมใช้งานได้ เสื้อชูชีพต้องมีครบตามจำนวนผู้โดยสาร ไม่บรรทุกเกินน้ำหนักที่กำหนด และคนประจำเรือ รวมไปถึงจะต้องปฏิบัติตามคำเตือนของศูนย์อุตุนิยมวิทยาในการแจ้งเตือนสภาพาอากาศ หากแจ้งห้ามเรือออกจากฝั่งก็ต้องงดออกจากฝั่งทันที เพื่อไม่ให้เกิดอุบัตเหตุทางทะเลขึ้นทั้งในช่วงสงกรานต์และช่วงปกติ

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

เจ้าพระยาท่าเรือฯทุ่ม 100 ล้าน ขยายท่าฯภูเก็ตรับเรือท่องเที่ยวระดับโลก


“บริษัท เจ้าพระยาท่าเรือสากล” ผู้บริหารท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เตรียมทุ่มทุน 100 ล้านบาท ขยายท่าเรือเรือน้ำลึกภูเก็ตพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก รองรับเรือโดยสารท่องเที่ยวระดับโลก เสนอกรมธนารักษ์ขอขยายเวลาสัมปทานเป็น 15-20 ปี เพื่อให้คุ้มค่ากับการลงทุน ขณะที่นักวิชาการและชาวบ้านไม่คัดค้าน แต่ต้องไม่กระทบทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทะเล รวมถึงชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง

วันที่ 24 มี.ค.54 ที่โรงแรมคาทีน่า อ.เมือง จ.ภูเก็ต บริษัท เจ้าพระยาท่าเรือสากล จำกัด ร่วมกับ บริษัท เอส เอส เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 เพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โครงการปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต โดยมีนายอาซิ่น อร่ามเมธาพงษ์ศา ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ด้านการท่องเที่ยว เป็นประธาน ซึ่งมีหน่วยงานราชการ และประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตั้งของท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

นายวัฒนชัย เรืองเลิศปัญญากุล ผู้อำนวยการท่าเรือ บริษัท เจ้าพระยาท่าเรือสากล จำกัด ผู้บริหารท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตและสงขลา กล่าวว่า ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตเปิดให้บริการมาเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยการออกแบบท่าเรือเพื่อรองรับเรือขนส่งสินค้าเป็นหลัก และในปัจจุบันเรือท่องเที่ยวระดับโลกได้เข้ามาใช้บริการท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี

ทำให้ความยาวหน้าท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน 360 เมตร ไม่เพียงพอที่จะรองรับเรือท่องเที่ยวระดับโลก และขาดสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะรองรับเรือท่องเที่ยว บริษัทเจ้าพระยาท่าเรือสากล ซึ่งได้รับสัมปทานจากกรมธนารักษ์ในการบริหารท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต มองเห็นปัญหาดังกล่าว และต้องการที่จะพัฒนาท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตให้มีความสามารถในการรองรับเรือท่องเที่ยวระดับโลกได้มากขึ้น

บริษัทจึงมีโครงการที่จะลงทุนขยายท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต โดยได้ให้บริษัทที่ปรึกษาทำการศึกษาแนวทางการศึกษาและประเมินผลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสุขภาพ โครงการขยายท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เพื่อนำโครงการขยายท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต และรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโครงการดังกล่าวเสนอต่อกรมธนารักษ์ เพื่อที่จะขยายเวลาการให้สัมปทานท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตให้ยาวออกไปอีก

ทั้งนี้ เพราะระยะเวลาสัมปทานที่กรมธนารักษ์ให้อยู่ในขณะนี้เป็นเวลา 5 ปี ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน รายได้ที่เกิดจากเรือท่องเที่ยวเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น แต่จะเกิดประโยชน์โดยรวมกับชุมชนในละแวกนั้นและจังหวัดภูเก็ต ระยะเวลาสัมปทานน่าจะเป็น 15-20 ปี ซึ่งบริษัทฯได้หารือกับกรมธนารักษ์ในเบื้องต้นแล้ว และในส่วนของบริษัทเองก็พร้อมที่จะลงทุนขยายท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตรองรับเรือท่องเที่ยวระดับโลกอยู่แล้ว

สำหรับการขยายท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตเพื่อรับเรือท่องเที่ยวระดับโลกจะมีการขยายหน้าท่าเพิ่มอีก 60 เมตร จากเดิมที่มี 360 เมตร โดยวิธีเพิ่มหลักผูกเรือ จำนวน 2 ตัว เพื่อให้สามารถจอดเรือโดยสารท่องเที่ยวและเรือสินค้าได้พร้อมกัน แต่หน้าท่าที่เพิ่มนั้นจะใช้สำหรับจอดเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยวเป็นหลัก และขุดลอกบริเวณหลักผูกเรือใหม่

พร้อมทั้งก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารและร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกพร้อมลานจอดรถ เป็นอาคารผู้โดยสาร 16 คูณ 25 เมตร หรือ 400 ตารางเมตร มีความสูง 8 เมตร ภายในประกอบด้วย ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ร้านอาหารเครื่องดื่ม ที่นั่งพักคอยของผู้โดยสารและห้องน้ำ นอกจากนี้ในส่วนของลานจอดรถสามารถรองรับรถยนต์ 4 ล้อ ได้ 56 คัน และรถโดยสารขนาดใหญ่ได้ 29 คัน

นอกจากนี้ จะมีการก่อสร้างถนนเข้าสู่อาคารที่พักผู้โดยสาร เป็นถนนขนาด 2 ช่องทางจราจร กว้าง 7 เมตร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น โดยแยกกันชัดเจนระหว่างการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร

นายวัฒนชัย ยังกล่าวถึงรายได้ของท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตว่า รายได้หลักของท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตเมื่อปี 2553 อยู่ที่ 40 ล้านบาท และในปีนี้คาดว่าจะเกิน 40 ล้านบาท เนื่องจากทั้งเรือขนส่งสินค้าและเรือท่องเที่ยวมาใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยรายได้ที่เกิดจากเรือท่องเที่ยวอยู่ที่ 20-25% ที่เหลือเป็นรายได้จากเรือขนส่งสินค้า โดยมีสินค้าหลักคือ ยางพาราและไม้ยางพารา แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าหากมีการขยายท่าเรือเพื่อรองรับเรือท่องเที่ยวแล้วเสร็จ รายได้จากเรือท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งเท่าตัวอย่างแน่นอน เนื่องจากในปัจจุบันและอนาคตเรือท่องเที่ยวจะเข้ามาให้บริการมากขึ้น โดยปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวที่มารับเรือท่องเที่ยวระดับโลกปีละ 150,000 คน ชาวบ้านไม่ค้านแต่อย่ากระทบสวล.-ชุมชน

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางและเห็นด้วยที่จะให้มีการขยายท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เพราะจะเกิดประโยชน์กับชุมชนบริเวณนั้น และเกิดประโยชน์กับการท่องเที่ยวของภูเก็ต แต่อยากให้ทางบริษัทเจ้าของโครงการการให้ความระมัดระวังในการก่อสร้างที่จะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทะเลบริเวณนั้น และกระทบต่อประชาชนในชุมชน

นายอาซิ่น อร่ามเมธาพงษ์ศา ที่ปรึกษานายกอบจ.ภูเก็ตด้านการท่องเที่ยว กล่าวว่า ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตควรที่จะได้รับการขยายและปรับปรุงให้สามารถรองรับเรือท่องเที่ยวข้ามทวีปได้แล้ว เพราะขณะนี้มีเรือท่องเที่ยวข้ามทวีปเดินทางเข้ามาแวะที่ภูเก็ตเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการขยายดังกล่าวจะส่งผลดีต่อการทำมาหากินของชาวบ้านในบริเวณนั้น ที่ไม่ขายสินค้าและให้บริการรถรับจ้างกับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

นายณรงค์ คุ้มบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 7 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต กล่าวว่า ชาวบ้านได้รับผลกระทบอยู่แล้วในช่วงของการก่อสร้างทั้งในเรื่องของเสียง ฝุ่น การขนส่ง และการจราจร แต่ชาวบ้านจะได้รับประโยชน์หลังการก่อสร้างแล้วเสร็จและมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ ที่จะมีผลดีต่อรายได้ของชาวบ้านที่จะเข้าไปขายของในบริเวณท่าเรือน้ำลึก และที่ผ่านมาบริษัทเจ้าพระยาฯก็ให้ชาวบ้านเข้าไปขายของอยู่แล้ว ชาวบ้านในละแวกนั้น จึงยินดีที่จะสนับสนุนให้มีการขยายท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต

นายสุทา ประทีป ณ ถลาง กล่าวว่า ตนไม่ได้คัดค้านโครงการ แต่เป็นห่วงเรื่องตะกอนดินที่เกิดจากการก่อสร้างและการขุดลอกบริเวณท่าเรือน้ำลึกจะส่งผลกระทบต่อหญ้าทะเลและปะการังในบริเวณใกล้เคียงกับท่าเรือน้ำลึก จึงอยากให้เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น

ด้านนางสาวนลินี ทองแถม นักวิชาการจากสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่ง และป่าชายเลน กล่าวว่า อยากจะให้ศึกษาข้อมูลทางทะเลให้ครอบคลุมมากกว่านี้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ เช่น ปะการัง หญ้าทะเล ตามเกาะต่างๆที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงที่จะได้รับผลกระทบจากตะกอนในช่วงของการก่อสร้าง รวมไปถึงม่านกันตะกอนจะใช้ได้ผลจริงหรือไม่ ให้เน้นย้ำในเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะที่ผ่านมาการก่อสร้างท่าเรือต่างๆในภูเก็ต ม่านกันตะกอนใช้ไม่ได้ผลเท่าที่ควร ศึกษาถึงบริเวณที่จะทิ้งตะกอนว่าเพียงพอในการรองรับหรือไม่ เป็นต้น

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์