แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวภูเก็ต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวภูเก็ต แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย เยี่ยมคารวะผู้ว่าฯ ภูเก็ต ฝากดูแลเรื่องความปลอดภัย-สานต่อเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกัน


 
                เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 มิ.ย.56  ที่ห้องรับรองศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายโจนาธาน เคนนา (Mr.Jonathan Kenna) อัครราชทูต ประเทศออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่ง อัครราชทูตประจำสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประเทศไทย
                นายไมตรี กล่าวภายหลังการเข้าพบของอัครราชทูต ประเทศออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ในครั้งนี้ ว่า สำหรับนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต เป็นอันดับ 1 ใกล้เคียงกับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน โดยนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียที่เดินทางเข้ามาภูเก็ต นอกจะมาท่องเที่ยวแล้ว ยังมาใช้บริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะเรื่องของทันตกรรม เพราะจังหวัดภูเก็ต มีค่ารักษาที่ถูกกว่าที่ประเทศออสเตรเลีย 
                และการเข้าพบของอัครราชทูต ประเทศออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ในครั้งนี้ ได้แลกเปลี่ยนสภาพปัญหาการท่องเที่ยว ซึ่งตนก็ได้เรียนให้ทราบถึงปัญหาที่กระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต คือ เรื่องของการคมนาคมขนส่ง ซึ่งมีการจราจรหนาแน่น ทางภูเก็ตกำลังหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้อยู่ ขณะที่ท่านอัครราชทูต ก็บอกว่า เมืองใหญ่ๆ ของประเทศออสเตรเลียหลายแห่งก็มีปัญหาเช่นเดียวกันกับของภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการจราจร ปัญหาเรื่องการดูแลนักท่องเที่ยว ก็จะเป็นปัญหาหลักๆ เช่นเดียวกัน
                โดยในส่วนการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย ตนก็รับปากว่าจะดูแลให้ดีที่สุด ถ้านักท่องเที่ยวมีปัญหาที่ไม่ได้รับความสะดวก หรือได้รับการบริการที่ไม่ดี ให้ติดต่อสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้โดยตรง เรื่องต่างๆ ก็จะไปตามหน่วยราชการต่างๆ ถ้าเกี่ยวกับปัญหาที่รุนแรง                ขณะที่ นายโจนาธาน เคนนา อัครราชทูตประเทศออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย กล่าวว่า การมาเยือนจังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ เพื่อมาเยี่ยมคารวะผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และฝากให้ทางจังหวัดดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวออสเตรเลียมาเที่ยวจังหวัดภูเก็ตเป็นอันดับ 1 ดังนั้น จึงอยากฝากให้ทางจังหวัดดูแลในเรื่องของความปลอดภัย และสานงานต่อในเรื่องของความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556

คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา จัดเสวนา เรื่อง “การจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตที่ยั่งยืน”


วันที่ 13 มิ.ย.56  คณะกรรมาธิการท่องเที่ยว วุฒิสภา และคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ด้านการท่องเที่ยวและปัญหาด้านความปลอดภัย ภาพลักษณ์ และปัญหาการท่องเที่ยว ได้จัดเสวนา เรื่อง การจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตที่ยั่งยืนขึ้นที่โรงแรมกะตะบีช รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดภูเก็ต โดยได้รับเกียรติจากนายสมศักดิ์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา มอบนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันและแผนบูรณาการการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรม ระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน และมี นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา เป็นประธานในพิธีเปิดการเสวนาฯ  โดยมีนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และภาคประชาชน ทั้งจากส่วนกลาง และในจังหวัดภูเก็ต รวมถึงสื่อมวลชน เข้าร่วมจำนวนมาก
พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ด้านการท่องเที่ยว และปัญหาด้านความปลอดภัย ภาพลักษณ์ และปัญหาของการท่องเที่ยว กล่าวถึงการจัดเสวนาฯ ดังกล่าวว่า ด้วยภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม จึงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นิยมเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ ได้อย่างมหาศาล ประกอบกับในปัจจุบันพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดได้มีการพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว อันนำไปสู่การเกิดปัญหาต่างๆ ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลตามมาเป็นจำนวนมาก อาทิการก่อสร้างสิ่งรุกล้ำลำน้ำบริเวณชายหาด การตั้งร่ม เตียงผ้าใบที่ไม่เป็นระเบียบ กลุ่มผู้ค้าหาบเร่ที่สร้างความรำคาญในการพักผ่อนของนักท่องเที่ยว การปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเลโดยไม่ผ่านการบำบัด การเอาเปรียบนักท่องเที่ยว เมื่อซื้อสินค้าและบริการ รถรับจ้างสาธารณะจอดไม่เป็นระเบียบ ส่งผลให้ทัศนียภาพบริเวณแหล่งท่องเที่ยวไม่สวยงามตา และส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศตามมา อันอาจทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความไม่ประทับใจและไม่ต้องการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตอีก             
คณะกรรมาธิการท่องเที่ยว วุฒิสภา จึงกำหนดจัดโครงการเสวนา เรื่อง การจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตที่ยั่งยืนขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และนำไปสู่การฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดภูเก็ต ให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและมีความสวยงาม เพื่อสามารถรองรับการจัดกิจกรรมสำคัญในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ในอันที่จะเป็นการดึงดูดให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และเป็นการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตเกิดความเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
ส่วนนางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา กล่าวเสริมว่า ทางคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินงานดังกล่าว โดยมุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชนและท้องถิ่นของจังหวัดภูเก็ต ร่วมมือร่วมใจกันดำเนินการ อันจะเป็นการสนับสนุนให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตเกิดความเติบโตอย่างยั่งยืน จังได้จัดการเสวนา ดังกล่าวขึ้นเพื่อระดมความคิดเห็นจากจากทุกฝ่ายเกี่ยวข้องเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อสามารถจัดระเบียบพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป และนำไปสู่การสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวเข้าสู่จังหวัดภูเก็ต ได้อย่างสอดคล้องกับนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล ที่จะสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ เป็นจำนวน 2 ล้านล้านบาท ในปี พ.ศ.2558
ขณะที่นายสมศักดิ์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในเรื่องนโยบายการท่องเที่ยวทางรัฐบาลได้มุ่งในเรื่องของการยกระดับการท่องเที่ยว ในเรื่องคุณภาพของนักท่องเที่ยว การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ให้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายของรัฐบาล โดยมองว่าประเทศไทยในบางพื้นที่ควรมุ่งหมายกลุ่มนักท่องเที่ยวในระดับ ไฮเอ็นเพื่อที่จะให้มีรายได้เข้าสู่ประเทศได้มากขึ้น พร้อมทั้งความชื่นชอบของนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ ที่รัฐบาลกำหนดไว้ ซึ่งในส่วนของจังหวัดภูเก็ตก็เป็นจังหวัดยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวได้เข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้รัฐบาลก็พยายามมุ่งหมายที่จะพัฒนาพื้นที่ให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น 
สำหรับจังหวัดภูเก็ต ปัญหาด้านการท่องเที่ยว จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว และบริการทางการท่องเที่ยวอย่างก้าวกระโดด ซึ่งในปี 2555 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้าภูเก็ต 7 ล้านคนเศษ และเป็นนักท่องเที่ยวคนไทยอีก 3 ล้านคนเศษ รวมแล้วประมาณ 10 ล้านคนเศษ และมีรายได้เข้าภูเก็ต 3 หมื่นกว่าล้านบาทต่อปีจากนักท่องเที่ยวคนไทย และเกือบ 2 แสนล้านจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ มีจำนวนเที่ยวบินสู่ภูเก็ต บินตรงในประเทศ 305 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ระหว่างประเทศ 336 เที่ยวบินต่อสัปดาห์  
จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวดังกล่าว ก่อให้เกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องหลายประการ เช่น ความไม่เพียงพอของสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการท่องเที่ยวต่างๆ เช่น สาธารณูปโภค และสาธารณูปการต่างๆ ปัญหาจราจรคับคั่งในพื้นที่เมือง และชายหาด ปัญหาผังเมือง และการพัฒนาพื้นที่/กิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างไร้รูปแบบและทิศทาง ปัญหาแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ชายหาดและพื้นที่สาธารณะประโยชน์ ปัญหาขยะและน้ำเสีย ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว ปัญหาการหลอกลวง การเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ ปัญหาความไม่เพียงพอของมัคคุเทศก์ ปัญหาการบูรณาการ และเอกภาพในการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐทั้งจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน เป็นต้น 
ดังนั้นประเด็นสำคัญเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการในปี 2556 เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาท ในปี 2558 จะต้องเน้นพัฒนาและยกระดับคุณภาพ แหล่งท่องเที่ยว พัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว แก้ปัญหาด้านความปลอดภัย การเอาเปรียบนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เพื่อความรวดเร็วด้านการอำนวยความสะดวก ของ ตม.และต้องสร้างมาตรฐานด้านสินค้าและบริการให้เกิดขึ้น เป็นต้น อย่างไรก็ตามทางกระทรวงมีแผนที่จะผลักดันการแก้ปัญหาต่างๆ ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติ

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ตจัดสัมมนา Phuket Creative Tourism


สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต จัดสัมมนา Phuket Creative Tourism และการสัมมนาเตรียมความพร้อมรับมือเปิดเสรีอาเซียน
          สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กำหนดจัดสัมมนาเรื่อง “Phuket Creative Tourism” หรือ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรที่มีชื่อเสียงหลายคน เช่น นายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GMMZ ซึ่งเป็นนักการตลาดเชิงกลยุทธ์ที่มีประสบการณ์ มาแนะนำผู้ประกอบการถึงหัวใจของการสร้างความแตกต่างอย่างยั่งยืนธุรกิจท่อง เที่ยว และได้รับเกียรติจากนายภิญโญ ไตรสุริยธรรมา นักสื่อสารมวลชนผู้มากประสบการณ์ มาเป็นผู้ซักถาม และเสริมแนวความคิดเรื่องการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
      
       นอกจากนั้น ยังจัดสัมมนาเรื่องการเตรียมความพร้อมการเปิดประชาคมอาเซียน และการสร้างความยั่งยืนของการท่องเที่ยว โดยแนวความคิดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ขึ้นด้วย โดยมีวิทยากรประกอบด้วย นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นายทศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไทยแอร์เอเชีย อาจารย์การดี เลียวไพโรจน์ จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
      
       การจัดการสัมมนาดังกล่าว จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2555 ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต โดยมีค่าลงทะเบียน 300 บาท สำหรับสมาชิกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และ 400 บาทสำหรับผู้สนใจทั่วไป (ค่าลงทะเบียนรวมอาหารเที่ยง) โดยสามารถติดต่อลงทะเบียนได้ที่ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตที่ 0-7661-0365
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ทัพเรือ.ภาค 3 ส่ง ฮ.รับนักท่องเที่ยวจีนจมน้ำหมดสติที่เกาะราชา จ.ภูเก็ต


ทัพเรือภาคที่ 3 ส่งเฮลิคอปเตอร์ รับนักท่องเที่ยวจีนประสบอุบัติเหตุจมน้ำหมดสติขณะดำน้ำดูปะการังที่เกาะ ราชา จ.ภูเก็ต ประเดิมลานจอดเฮลิคอปเตอร์ใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการเพียงแค่ 1 วัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว
          เมื่อเวลาประมาณ 12 .00 น. วันที่  7 ก.ค.55  ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับแจ้งจากเครือข่ายผู้ประกอบการบนเกาะราชา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีน เพศหญิง ประสบอุบัติเหตุจมน้ำและหมดสติ บริเวณอ่าวหลา เกาะราชาใหญ่ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังรับแจ้งทางศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือที่ 3 ได้รายงานให้ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ทราบ และสั่งการให้เฮลิคอปเตอร์จากหมวดบินเฉพาะกิจ กองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 3 ไปรับผู้ป่วยฉุกเฉิน พร้อมประสานกับทีมกู้ชีพฉุกเฉินจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ร่วมให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวดังกล่าว โดยสามารถให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต ในเวลาต่อมา
      
       โดยนาวาเอกกฤษฎา รัตนสุภา รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งขอความช่วยเหลือทางทัพเรือภาคที่ 3 ก็ได้ดำเนินการไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทันทีพร้อมนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ตเพื่อทำการรักษาทันที สำหรับผู้ประสบเหตุดังกล่าวเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนทราบชื่อคือ นาง JIN GIUPING อายุ 29 ปี ซึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัด ภูเก็ตพร้อมกับ นาย ZHENSHUGUANG สามี
          อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวจีนทั้ง 2 คน ได้เดินทางไปดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นบริเวณเกาะราชา กับบริษัทเอกชนรายหนึ่ง โดยในระหว่างที่ดำน้ำดูปะการังอยู่นั้น สามีของนางJIN GIUPING สังเกตุเห็นภรรยานอนคว่ำหน้าดูปะการังนานผิดสังเกต จึงแจ้งให้กับทางมัคคุเทศก์ทราบ และได้เข้าไปช่วยเหลือ พร้อมทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำขึ้นไปทำการปฐมพยาบาลต่อบนเกาะราชา พร้อมขอความช่วยเหลือมาทางทัพเรือภาคที่ 3 ซึ่งหลังจากรับแจ้งทางทัพเรือภาคที่ 3 ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ไปรับผู้ป่วยทันที ซึ่งขณะนี้ยังต้องรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนดังกล่าวได้เดินทางมาที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา และมีกำหนดกลับในวันที่ 10 ก.ค.นี้
            นาวาเอกกฤษฎา กล่าวด้วยว่า นับเป็นความโชคดีที่สามารถนำเฮลิคอปเตอร์เข้าไปรับนักท่องเที่ยวที่ประสบ อุบัติเหตุจมน้ำที่เกาะราชาได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เนื่องจากทัพเรือภาคที่ 3 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันเปิดใช้ลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนเกาะ ราชาไปเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จัดสร้างจากเอกชนบนเกาะ เพื่อรองรับการขนย้ายผู้ป่วยทางเฮลิคอปเตอร์ ยามภัยพิบัติฉุกเฉินทางทะเล รวมกรณีเกิดเหตุกับนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นทางการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอีกทางหนึ่ง ด้วย
ข้อมูลจากผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ตจับมือสมุย จัดกอล์ฟเชื่อมสัมพันธ์ฯ ดันนักท่องเที่ยวเดินทางระหว่างเกาะ


สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว ภูเก็ตจับมือสมุย จัดการแข่งขัน กอล์ฟเชื่อมความสัมพันธ์ไมตรี 2 เกาะ1 ครอบครัวครั้งที่ 5 วันที่ 23 มิ.ย.นี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งสองเกาะ รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวระหว่างกัน เผยการท่องเที่ยวเชื่อมสองเกาะมีการขยายตัวสูง จากที่นักท่องเที่ยวสะดวกในการเดินทาง ทั้งทางเครื่องบิน และรถยนต์
      
       นายมงคล บุญพร กรรมการผู้จัดการฝ่ายกิจการพิเศษ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยการสนับสนุนจากฝ่ายการตลาดภายในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดการแข่งขันกอล์ฟเชื่อมความสัมพันธ์ไมตรี 2 เกาะ 1 ครอบครัว ครั้งที่ 5 ในวันที่ 23 มิ.ย.2555 ณ.สนามกอล์ฟภูเก็ตคันทรีคลับ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต โดยการแข่งขันกอล์ฟดังกล่าวจะจัดขึ้นทุกปีในช่วงโลว์ซีชัน ครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2551 ที่สนามกอล์ฟบลูแคนยอน และผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพในแต่ละปี
      
       โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ภาพระหว่างสมาชิกสมาคมฯ ทั้งสองเกาะ รวมทั้งเพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ และภายในภูมิภาค และเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรม ธุรกิจ ฯลฯ ของสมาชิกทั้งสองสมาคมฯ
      
       นายมงคล กล่าวอีกว่า การแข่งขันทุกครั้งที่ผ่านมา จะมีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวทั้งภูเก็ต และเกาะสมุยเข้าร่วมการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการโรงแรม บริษัทนำเที่ยว ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก เข้าร่วมการแข่งขันปีละ 120 คน พื้นที่ละ 60 คน และมีผู้ติดตามร่วมเดินทางมาด้วย ทำให้มีการเดินทางร่วมกันประมาณปีละ 200 คน ซึ่งการเดินทางดังกล่าว จะทำให้ผู้ประกอบการทั้งสองเกาะได้พบปะ และแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยวกันอีกด้วย
      
       ด้านนายภูริต มาศวงศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ฝ่ายการตลาดต่างประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวระหว่างเกาะภูเก็ตกับเกาะสมุ ยมีเป็นจำนวนมาก จากที่ทั้งเกาะภูเก็ต และเกาะสมุยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ และที่สำคัญ การเดินทางเชื่อมระหว่างสองเกาะสะดวกสบาย สามารถเดินทางได้ทั้งทางเครื่องบิน และรถยนต์ โดยทางเครื่องบินนั้นมีสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส บินตรงระหว่างภูเก็ตกับสมุยวันละ 4 เที่ยวบิน และทางรถยนต์นั้นก็มีรถทัวร์ของบริษัทพันทิพย์ทัวร์เปิดให้บริการทุกวันเช่นกัน
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2555

คู่แต่งงานคนไทย-ออสเตรเลียปั่นจักรยานฮันนีมูนทั่วไทย


คู่แต่งงานคนไทย-ออสเตรเลีย ปั่นจักรยานท่องเที่ยวฮันนีมูนทั่วประเทศ หวังช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ประเดิมพื้นที่จังหวัดภาคใต้ไม่เว้น 3 จังหวัดชายแดน ล่าสุด เดินทางถึงจังหวัดภูเก็ต ททท.สำนักงานภูเก็ตให้การต้อนรับ
           เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 15 มิ.ย.55 ที่หน้าสำนักงานททท.ภูเก็ต นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภูเก็ต ให้การต้อนรับนางลัฐรีย์ เหมันต์ และ นาย Paul Hamon ชาวออสเตรเลีย 2 สามีภรรยา คู่แต่งงานคนไทย-ชาวต่างชาติ ที่เลือกมาฮันนีมูนโดยปั่นจักรยานไปท่องเที่ยวในพื้นของประเทศไทย โดยเริ่มเปิดเส้นทางจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นจังหวัดแรก เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนั้น มุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้ของประเทศ ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ยะลา สตูล ตรัง กระบี่ ภูเก็ต
      
       โดยขณะนี้ ทั้งคู่ได้ปั่นจักรยานมาถึงจังหวัดภูเก็ตแล้ว และหลังจากนั้น จะเดินทางกลับไปที่จังหวัดพังงา ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และจะต่อด้วยภาคตะวันออก ภาคอีสาน และภาคเหนือต่อไป โดยคาดว่าจะใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 5 เดือน
           นางลัฐรีย์ กล่าวถึงสาเหตุที่เลือกเดินทางฮันนีมูนโดยใช้รถจักรยานปั่นไปตามจังหวัด ต่างๆ ของประเทศไทย ว่า ตน และสามีชื่นชอบการปั่นจักรยานอยู่แล้ว และตนเองประกอบอาชีพเป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยว เพราะฉะนั้น การที่จะถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวให้ชาวต่างชาติได้รับทราบ อย่างถูกต้อง เราก็จะต้องมาเห็นด้วยตา และสัมผัสด้วยตัวเอง และการปั่นจักรยานไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ นั้น จะทำให้เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ธรรมชาติ และผู้คนได้อย่างแท้จริง ซึ่งแตกต่างจากการท่องเที่ยวแบบอื่น
            นอกจากนั้น ยังอยากช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวสีเขียวด้วยจักรยานให้ชาวต่างชาติ รู้จักมากขึ้น เพราะนอกจากจะปั่นจักรยานท่องเที่ยวแล้ว ตน และสามียังช่วยกันเขียนสิ่งที่พบเห็นลงในเว็บไซต์ต่างๆ ด้วย ซึ่งจะเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง ประกอบกับปัจจุบันนี้ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีจำนวนมากที่สนใจการท่องเที่ยวแบบนี้ เพียงแต่เขาไม่แน่ใจในเรื่องของการเดินทาง เรื่องของอุปสรรคปัญหาต่างๆ เชื่อว่า ถ้ามีคนนำร่องการท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะได้รับการตอบรับเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งการเดินทางลงไปยัง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในครั้งนี้ มีความประทับใจมากโดยเฉพาะน้ำใจของคนในพื้นที่ ซึ่งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด
            ขณะที่นาย Paul Hamon ชาวออสเตรเลีย กล่าวว่า การเดินทางท่องเที่ยวโดยจักรยานในครั้งนี้ โดยเฉพาะการเดินทางไปจนถึงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ตนเองรู้สึกประทับใจมาก โดยเฉพาะเรื่องของผู้คนที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี และเส้นทางที่ไปก็ไม่ได้มีปัญหาน่ากลัวเหมือนอย่างที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
          ขณะที่ นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า การที่ทั้งคู่เลือกเดินทางท่องเที่ยวโดยจักรยานจะเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย แบะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบัน การเดินทางท่องเที่ยวโดยจักรยานนั้นกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่อง เที่ยวต่างชาติ ซึ่งการเดินทางแบบนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555

งานแสดงเรือนานาชาติที่ภูเก็ตเริ่ม 29 มี.ค.นี้ โชว์เรือยอช์ทหรูระดับโลกใหญ่ที่สุดในเอเซีย

                เรือแบรนด์ดังระดับ โลกเตรียมเปิดตัวเรือรุ่นใหม่ในเอเชียครั้งแรกในงานแสดงเรือนานาชาติ หรือ งาน “PIMEX” ร่วมจัดแสดงบนผืนน้ำอย่างคึกคักรับความนิยมท่องเที่ยวทางทะเลในภูเก็ตที่ เพิ่มขึ้น ณ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า จ.ภูเก็ต 29 มี.ค.-1 เม.ย.55 นี้ ผู้จัดคาดมีคนเข้าชมงานไม่น้อยกว่าปีที่แล้วโดยเฉพาะกลุ่มตลาดรัสเซียที่ เติบโตสูงมาก              มร.แอนดี้ ดาวเดน ผู้อำนวยการงานแสดงเรือนานาชาติภูเก็ต หรือ “PIMEX” กล่าวว่า งานแสดงเรือนานาชาติภูเก็ต หรือ PIMEX ครั้งที่ 9 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 29 มีนาคม ถึง 1 เมษายน 2555 นี้ ณ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า ท่าจอดเรือระดับเวิลด์คลาสชั้นนำของเอเชีย
      
       งาน PIMEX เป็นงานแสดงเรือชั้นนำ และนับได้ว่ามีการแสดงเรือบนผืนน้ำที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย ในปีนี้จะได้ต้อนรับเรือยอชท์กว่า 50 ลำ ที่เป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลกมาแสดง ตั้งแต่เรือซูเปอร์ยอชท์สุดหรูราคาหลายล้านดอลลาร์ หรือเรือยอชท์ เรือใบ และอีกหลายประเภทซึ่งคาดว่าจะดึงดูดคนรักเรือและผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวทาง ทะเลจากทั่วเอเชียและทั่วโลกได้มากกว่าปีที่ผ่านมา
             มร.แอนดี้ ดาวเดน กล่าวว่า ในปีนี้ผู้ที่เข้ามาชมงานและผู้ที่ต้อง การซื้อเรือจะได้สัมผัสกับเรือแบรนด์ชั้นนำและมีคุณภาพสูง ที่ได้เคยแสดงในงานแสดงเรือระดับโลกอย่าง โมนาโค (Monaco), คานส์ (Cannes) และฟอร์ท ลอเดอร์เดล(Fort Lauderdale) มาจัดแสดงในภูเก็ตปีนี้ โดยเรือที่นำมาจัดแสดงมีตั้งแต่เรือขนาด 20 ฟุต ถึงเรือหรูขนาด 92 ฟุต มีทั้งเรือยอชท์เรือใบหลายขนาดและหลายราคาให้เลือกสรร นอกจากนี้ยังมีสินค้าและบริการทุกอย่างเกี่ยวกับการแล่นเรือและสำหรับผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์เรือมากมายภายในงาน
      
       ในส่วนของไฮไลท์งานในปีนี้มีหลากหลาย อาทิ บริษัท เฟอร์เรททิ กรุ๊ป และบริษัท ลี มารีน นำเรือเพอร์ชิง92(Pershing 92) ซึ่งเป็นเรือหรูขนาดใหญ่ที่สุดมาจัดแสดงโชว์ในงาน, บริษัท เดอรานี ยอชท์ นำเรือ แฟร์ไลน์ สแควร์ดอน 78 คัสตอม(Fairline Squadron 78 Custom) มาโชว์เป็นครั้งแรกในเอเชีย, ซันซีกเกอร์ จัดแสดงเรือยอชท์ สุดหรูสามรุ่นใหม่ล่าสุด แมนฮัตตัน73,63 และ 53 (Manhattan 73, 63 and 53), ปริ้นเซส ยังได้นำเรือไฮไลท์อย่าง เอเชีย พรีเมียร์ วี52 (Asia Premieres V52), พี60 (P60) และเรือยอชท์สุดหรูอย่าง 72 เอ็มวาย (72MY) เข้าร่วมจัดแสดงอย่างอลังการ
           นอกจากนั้น ยังมีเรือขนาดกลางอย่างเฌอโน 57(Jeanneau 57), เพรสติช 440เอส (Prestige 440S) และทาร์ทัน4000(Tartan 4000) ที่เพิ่งได้รับรางวัลสุดยอดเรือแห่งปีระดับโลก ได้เข้าร่วมโชว์ครั้งแรกในเอเชีย นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวทางเลือกการเป็นเจ้าของเรือแบบ Fractional Boat Ownership หรือกรรมสิทธิ์ร่วมโดย แอ๊บโซลูท เวิลด์ กรุ๊ป อีกด้วย
              มร.แอนดี้ ดาวเดน กล่าวอีกว่า งาน PIMEX 2011 ที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมงานจากมากกว่า 15 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะเป็นประเทศนอกทวีปเอเชียเป็นจำนวนมาก อาทิ รัสเซียเป็นตลาดใหญ่ในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะเป็นตลาดที่เติบโตมากที่สุดในปีนี้ด้วย เราได้เสียงตอบรับดีมากจากผู้จัดงานปีที่แล้วในเรื่องผู้เข้าชมงานจากหลาก หลายชาติตลอดจนการได้รับความสนใจจากตลาดชาวรัสเซียที่มีกำลังซื้อ ในปีนี้เราวางกลยุทธ์และเน้นกลุ่มเป้าหมายไปที่ผู้เข้าชมงานชาวรัสเซียและ คาดว่ากลุ่มนี้จะมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันก็พุ่งเป้าในการเพิ่มผู้ชมงานจาก สิงคโปร์ ฮ่องกง ตลอดจนชาวต่างชาติที่อาศัยและทำงานอยู่ในภูมิภาคนี้
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2555

ภูเก็ตจัดแสดงละครอิงประวัติศาสตร์ถลางยิ่งใหญ่ เชิดชูเกียรติท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร

องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ทุ่มงบ 6 ล้านบาท จัดแสดง แสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ถลาง ในงานท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ประจำปี 2555 ระหว่างวันที่ 13-15 มี.ค.นี้ เพื่อเชิดชูเกียรติสองวีรสตรีผู้กล้าเมืองถลาง ที่นำทัพต่อสู้กับพม่าจนได้ชัยชนะ
      
       วันที่ 6 มี.ค.55 ที่โรงละครมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย ดร.สาวิตร พงศ์วัชร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นายมานพ ลีลาสุธานนท์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.) ร่วมแถลงข่าวการแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ งานท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ประจำปี 2555 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 มี.ค. 2555 นี้ ที่บริเวณพื้นที่อนุสรณ์สถานเมืองถลาง ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
           นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัด ภูเก็ต ร่วมกับ อบจ.และทุกภาคส่วนจัดงานท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร เป็นประจำทุกปี เพื่อเทิดทูนเกียรติประวัติท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร และวีรชนผู้กล้าเมืองถลางให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนทั่วไป
      
       โดยได้กำหนดกิจกรรมที่หลากหลาย ประกอบด้วย พิธีอุปสมบทหมู่ โดยมูลนิธิท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 2-17 มี.ค.2555 ณ วัดมงคลนิมิต, การแข่งขันวิ่งมินิมาราธอนบนเส้นทางประวัติศาสตร์ถลาง และชกมวยไทย โดย อบต.เทพกระษัตรี ในวันที่ 11 มี.ค.2555 ณ อนุสรณ์สถานเมืองถลาง,การแข่งขันจักรยานคันทรีคลอสบนเส้นทางประวัติศาสตร์ โดยเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี ในวันที่ 11 มี.ค.2555, พิธีบวงสรวงปู่ยา ตายาย บรรพบุรุษผู้กล้าเมืองถลาง โดยมูลนิธิท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ในวันที่ 12 มี.ค.2555 ณ.วัดม่วงโกมารภัจจ์,พิธีวางพวงมาลาและพิธีสดุดีวีรกรรมท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต และอบต.ศรีสุนทร ในวันที่ 13 มี.ค.2555 ณ.อนุสาวรีท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร และกิจกรรมการแสดง แสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ถลาง โดย อบจ.ภูเก็ต
           ด้าน ดร.สาวิตร พงศ์วัชร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต กล่าวว่า การ แสดง แสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ถลาง ในงานท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ในปีนี้นั้น จะจัดให้มีการแสดงในวันที่ 13-15 มี.ค.2555 นี้ ที่บริเวณพื้นที่อนุสรณ์สถานเมืองถลาง เพื่อเชิดชูเกียรติสองวีรสตรี ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ที่ใช้สติปัญญาและความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ในการนำทัพเข้าต่อสู้กับพม่า ที่ยกทัพมาตีเมืองถลาง ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 จนมีชัยชนะ เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2328 ถือเป็นวันถลางชนะศึก
           โดยการแสดงดังกล่าวมีทั้งหมด 12 ฉาก ใช้นักแสดงทั้งสิ้น 1,000 คน เป็นนักแสดงกิตติมศักดิ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และนักเรียนจากโรงเรียนในภูเก็ตและพังงา เริ่มแสดงตั้งแต่เวลา 20.30 น.ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 13-15 มี.ค.2555 นี้ ใช้งบประมาณ 6 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบที่ได้รับการสนับสนุนจาก อบจ.ภูเก็ต ซึ่งการแสดงในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายตรี อัครเดชา แสดงเป็น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก นางสุภางค์พรรณ ขอศานติวิชัย ประธานกรรมการบริษัท ภูเก็ตเสิร์ซแลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด แสดงเป็นท้าวเทพกระษัตรี นางพรทิพย์ เปี่ยมวิวัฒิกุล ประธานกรรมการ บริษัท พรทิพย์ซีสโตร์ จำกัด แสดงเป็นท้าวศรีสุนทร นายจำเริญ ทิพย์พงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แสดงเป็นพระเจ้าปดุง นายปิยวัฒน์ จิรจามร นายกเทศมนตรีตำบลเทพกระษัตรี แสดงเป็น เจ้าพระยาอินทวงษา พ.ต.ต.ฐาปกรณ์ หนูมาศ สวป.สภ.ท่าฉัตรไชย แสดงเป็นพระภูเก็ตเทียน นายวรวุฒิ ทรงยศ นายกเทศมนตรีตำบลศรีสุนทร แสดงเป็นพระปลัดเมือง เป็นต้น
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ภูเก็ตจัดสมรส-ดอกไม้แห่งรักที่แหลมพรหมเทพชวนคู่รักร่วม

ภูเก็ตจัดงานสมรสหมู่เนื่องในวันวาเลนไทน์ที่แหลมพรหมเทพ พร้อมจัดงานดอกไม้แห่งความรัก ชวนคู่รักทั้งคนไทย-ต่างชาติร่วมสมรสแบบไทยบนจุดชมวิวที่คนรู้จักทั่วโลก เผยเป็นครั้งแรกของจังหวัดภูเก็ตที่ความรักและดอกไม้สะพรั่งที่แหลมพรหมเทพ หวังส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ
      
       นายกุศล ทนังผล เจ้าของร้านสวนหลวงเวดดิ้ง ผู้จัดงาน“ANDAMAN PEARL FLOWERS AND THE FIRST STEP OF LOVE” ซึ่งเป็นการจัดงานสมรสหมู่เนื่องในวันวาเลนไทน์ ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 12-15 ก.พ 55 ที่แหลมพรหมเทพ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต และงานดอกไม้แห่งรัก ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-26 ก.พ.55 ที่แหลมพรหมเทพ กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า ร้านสวนหลวงเวดดิ้ง ร่วมกับเทศบาลตำบลราไวย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดงานดังกล่าวขึ้นเพื่อส่งเสริมการแต่งแบบ ไทย และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต
      
       สำหรับการจัดงานแต่งหมู่ในครั้งนี้เป็นการจัดงานแต่งงานบนแหลมพรหม เทพ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดภูเก็ตและเป็นการจัดงาน ครั้งแรก โดยเชิญคู่รักทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเข้ามาร่วม ขณะนี้มีคู่รักตอบรับเข้าร่วมแต่งงานมาแล้วประมาณ 40 คู่ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ชัดเจนนั้นต้องรอถึงวันงาน เพราะบางคู่จองมาร่วมงานแต่งงานเฉพาะวันที่ 14 ก.พ.เท่านั้น ซึ่งขณะนี้คู่แต่งงานที่จองมาแล้วมาจากหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพ ชุมพร สุราษฎร์ฯ หาดใหญ่ และภูเก็ต รวมถึงชาวต่างประเทศ และคู่ระหว่างชาวประเทศกับคนไทย
      
       ส่วนการจัดงานดอกไม้แห่งรัก ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งแรกเช่นเดียวกัน โดยนำไม้ดอกและไม้ประดับนานาชนิดไปตกแต่งที่แหลมพรหมเทพ เพื่อให้เกิดความสวยงามและแปลกตา ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 12-26 ก.พ. 2554 โดยการจัดงานในครั้งนี้จะจัดให้มีพิธีเปิดในวันที่ 12 ก.พ.เวลา 17.00 น. ที่บริเวณจุดชมวิวแหลมพรหมเทพ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งขณะนี้ในส่วนของการจัดดอกไม้และการปรับปรุงภูมิทัศน์คืบหน้าไปแล้วกว่า 80% มั่นใจว่าเมื่อถึงวันงานการปรับปรุงภูมิทัศน์และประดับดอกไม้จะเสร็จ 100% ซึ่งหลังจากเปิดงานแล้วในส่วนของงานไม้ดอกแห่งรักจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปรวม ทั้งนักท่องเที่ยวเข้าชมฟรีจนถึงวันที่ 26 ก.พ. 2555
      
       ขณะที่การจัดงานแต่งสมรสหมู่เนื่องในวันวาเลนไทน์ในวันที่ 14 ก.พ.นั้น คู่รักที่เข้าร่วมจะต้องเสียค่าใช้จ่ายระหว่าง 49,000-69,000 บาท ขึ้นอยู่กับความต้องการ แต่ถ้าต้องการร่วมพิธีเฉพาะวันที่ 14 ก.พ. ก็จะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 7,000 บาท โดยรูปแบบการแต่งงาน จะแต่งงานแบบไทยๆ มีการดน้ำสังข์บนลานอเนกประสงค์ที่แหลมพรหมเทพ เพื่อให้ญาติและเพื่อนของคู่บ่าวสาวได้ร่วมรดน้ำสังข์ในวันดังกล่าว แต่จะไม่มีพิธีทางศาสนา เพื่อให้ทุกชาติ ทุกภาษาและทุกศาสนาเข้าร่วมกิจกรรมได้ ขณะที่ชุดแต่งงานนั้นทางผู้จัดงานจะให้คู่บ่าวสาวเลือกตามความพอใจว่าจะแต่ง ชุดแต่งงานแบบใด
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

นักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกเที่ยวทะเลอันดามันคึกคัก

เที่ยวทางทะเลกลุ่มจังหวัดอันดามัน นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าคึกคัก ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว เผย ปีนี้ นักท่องเที่ยวเข้ามากกว่าช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา เหตุผลกระทบจากการประกาศเตือนการก่อการร้ายที่กรุงเทพทำนักท่องเที่ยวเลือก เที่ยวทะเลแทน
      
       
วันที่ 1 ก.พ.55 ที่บริเวณท่าเรือรัษฎา ท่าเรือติลก ท่าเรือเจียร วานิช ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือที่เชื่อมโยงสู่ทะเลเปิด มีกลุ่มผู้ประกอบการเรือโดยสารนำเที่ยวขนาดใหญ่และเรือสปีดโบ๊ท ให้บริการเป็นจำนวนมาก และบริเวณท่าเทียบเรือต่างก็คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว ชาวจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ตลอดจนกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวตะวันตก ที่ส่วนใหญ่ นิยมเดินทางท่องเที่ยวพร้อมกับครอบครัว
โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เลือกที่จะเดินทางไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวที่มี ชื่อเสียงในฝั่งทะเลอันดามัน เช่น อ่าวมาหยา ที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ รองลงไปเป็นเกาะห้อง เกาะปอดะ เกาะไผ่ นอกจากนั้น ยังเลือกไปเที่ยวเกาะปันหยี ถ้ำลอด และเขาพิงกัน ในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา
 อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามผู้ประกอบการเรือโดยสารนำเที่ยวจังหวัดภูเก็ตรายหนึ่ง กล่าวว่า ในช่วงนี้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เลือกเดินทางท่องเที่ยวทางทะเลเป็นจำนวน มาก และเมื่อเปรียบเทียบช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา พบว่า ในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวมากกว่าช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่าน มา
      
       ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากในช่วง นี้ก็น่ามีผลกระทบมาจากการแจ้งเตือนการก่อการร้ายที่กรุงเทพมหานคร ของหลายๆ ประเทศ ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มทะลักเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัด ภูเก็ต และเลือกที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆมากขึ้นด้วย ส่วนอัตราการเข้าพักโรงแรมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้น ว่า โรงแรมตัวเมือง และบริเวณชายหาดที่สำคัญมีอัตราการเข้าพักในอัตราส่วนที่สูงอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ภูเก็ตมั่นใจระบบเตือนภัยสึนามิยังใช้งานได้ดี

ภูเก็ตมั่นใจระบบเตือนภัยสึนามิยังเตือนภัยได้ ขณะที่การติดตั้งเรดาห์ตรวจจับคลื่นในทะเลสร้างเสร็จแล้วตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมาเตือนภัยได้ภายใน 1 ชั่วโมง               
       
นายสันติ์ จันทรวงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงความพร้อมการเตือนภัยล่วงหน้าในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ว่า ในวันที่ 26 ธ.ค.นี้  จะเป็นวันครบรอบ 7 ปี เหตุการณ์สึนามิถล่มฝั่งทะเลอันดามัน และมีหลายคนที่มีความเป็นห่วงเรื่องของระบบเตือนภัยสึนามิว่ายังสามารถใช้ งานได้ตามปกติหรือไม่ ซึ่งในส่วนของจังหวัดภูเก็ตนั้นในส่วนของระบบเตือนภัยล่วงหน้าโดยเฉพาะหอ เตือนภัยที่มีการติดตั้งไปตามพื้นที่เสี่ยงภัยต่างๆ ทั้ง 19 หอ ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ ที่ผ่านมา ได้มีการทดสอบอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังมีการดำเนินการติดตั้งหอกระจายข่าวในพื้นที่เพิ่มเติมอีกจำนวน หนึ่งเพื่อให้สามารถเตือนภัยได้อย่างทั่วถึงทั้งจังหวัด ยืนยันว่าระบบเตือนภัยล่วงหน้าในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตยังสามารถเตือนภัยได้ อย่างแน่นอน
               
       ขณะที่ นายชัยรัตน์ สุขบาล รองนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต กล่าวถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการเตือนภัยสึนามิในส่วนของจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าตอง ว่า สำหรับในส่วนของพื้นที่ป่าตองนั้นได้มีการติดตั้งหอเตือนภัยสึนามิไว้แล้ว 3 หอ ซึ่งสามารถเตือนภัยได้ และขณะนี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ติดตั้งเครื่องเรดาร์ตรวจวัดคลื่นในทะเล เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเตือนภัยสึนามิ โดยการติดตั้งเครื่องเรดาร์ตรวจวัดคลื่นในทะเลนั้นได้ติดตั้งเสร็จไปแล้ว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ที่บริเวณปลายแหลมคอไสรอด หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต
               
       สำหรับเครื่องเครื่องเรดาร์ตรวจวัดคลื่นในท้องทะเลดังกล่าวจะทำ หน้าที่ในการตรวจจับคลื่นใต้ทะเล ที่อาจก่อตัวเป็นคลื่นยักษ์สึนามิซัดเข้าฝั่งได้ โดยจะตรวจวัดขนาด ความเร็ว และทิศทางของคลื่น สามารถตรวจวัดคลื่นในทะเลได้ครอบคลุมท้องทะเลอันดามัน ระยะทางไกลไปถึงหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ ประเทศอินเดียที่ห่างออกไปประมาณ 600 กิโลเมตรจากหาดหาดป่าตอง
      
       เมื่อเครื่องเรดาร์ตรวจจับคลื่นได้ก็จะส่งข้อมูลไปยังศูนย์ ข้อมูลข่าวสารเทศบาลเมืองป่าตอง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง หากตรวจพบการก่อตัวของคลื่นน้ำทะเลไปเป็นคลื่นขนาดยักษ์ ก็พร้อมที่จะแจ้งเตือนประชาชนให้อพยพได้ภายในเวลา 1 ชั่วโมง
               
       นายชัยรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของพื้นที่หาดป่าตอง นอกจากจะมีการติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องมือในการเตือนภัยสึนามิแล้ว ทาง เทศบาลเมืองป่าตองยังได้นำบทเรียนจากภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ ไปสู่การเตรียมความพร้อมรับมือภัยธรรมชาติด้านต่างๆ ทั้งภัยสึนามิ ดินถล่ม อุทกภัย และอัคคีภัย โดยมีการจัดอบรมให้ความรู้นักเรียน ประชาชน และมีการซ้อมอพยพอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เทศบาลเมืองป่าตอง ได้รับการยกย่องจากสหประชาชาติ และมูลนิธิศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย ให้เป็นเมืองตัวอย่างการบริหารจัดการภัยพิบัติยอดเยี่ยมจากการจัดงาน SASAKAWA AWARD 2011 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปี 2554 นี้
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

การบินไทยเปิดบินตรงโฮเปนเฮเกน-ภูเก็ตเริ่มเที่ยวบินแรก 12 พ.ย.

การบินไทยเปิดบินตรงโฮเปนเฮเกน-ภูเก็ต เริ่มเที่ยวบินแรก 12 พ.ย.นี้ มั่นใจเสียงตอบรับดี พร้อมเปิดบินอีก 2 เส้นทาง ภูเก็ต-เชียงใหม่ และภูเก็ต-โซล-ภูเก็ต              เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 ตุลาคม 54  นายเมธี ตันมานะตระกูล ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์โฮเปนเฮเกน-ภูเก็ต ซึ่งมีกำหนดเปิดบินเที่ยวบินปฐมฤกษ์มายังจังหวัดภูเก็ต ในวันที่ 12 พฤศจิกายน นี้ โดยมีนายประเทือง ศรขำ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต นางสาววรรณประภา สุขสมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต และนายประเสริฐ ตันหรรษ์ ผู้จัดการสำนักงานขาย จังหวัดภูเก็ต บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยส่วนราชการเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด ภูเก็ต
      
       ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยการต้อนรับนั้นจะประกอบด้วยพิธีการด้านการตรวจคนเข้าเมืองด้านพิธีตรวจลง ตราบุคคล และการอำนวยความสะดวกต่างๆให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับสายการบินดัง กล่าว
      
       นายประเสริฐ ตันหรรษ์ ผู้จัดการสำนักงานขายจังหวัดภูเก็ต บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการเปิดเส้นทางบินตรงโฮเปนเฮเกน-ภูเก็ต ของบริษัทการบินไทย ว่า เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกมีนักท่องเที่ยวที่สนใจจะเดิน ทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก และบริษัทการบินไทยก็เล็งเห็นถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ จึงตัดสินใจเปิดเส้นทางบินตรงจากยุโรป คือ โฮเปนเฮเกนเข้ามายังจังหวัดภูเก็ต สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน
      
       เที่ยวบินแรกจะเดินทางถึงสนามบินภูเก็ตในวันที่ 12 พ.ย.นี้ โดยมีผู้โดยสารเต็มลำจำนวนด 336 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารชั้นธุรกิจจำนวน 4 คน ชั้นพรีเมี่ยมฯ จำนวน 29 คน และผู้โดยสารชั้นประหยัด จำนวน 293 คน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง
      
       เส้นทางดังกล่าวขณะนี้มีการจองนี้นั่งเต็มเกือบทุกเที่ยวบิน โดยเปิดบินตรงสัปดาห์ละ 3 เที่ยววัน ประกอบวันอังการ พฤหัสบดี และวันเสาร์ ซึ่งการเปิดเส้นทางบินดังกล่าวเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวใน การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตโดยไม่ต้องแวะที่สนามบิน สุวรรณภูมิ
      
       นายประเสริฐ ยังกล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากจะมีการเปิดเส้นทางบินตรงจากโฮเปนเฮเกนเข้ามายังจังหวัดภูเก็ต ในเร็วๆนี้ทางการบินไทยจะเปิดเส้นทางบินอีก 2 เส้นทาง คือ เส้นทางบินภายในประเทศ เส้นทางภูเก็ต-เชียงใหม่ บินวันละ 1 เที่ยวบิน ทุกวัน ด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส 300-600 ขนาด 247 ที่นั่ง แบ่งเป็นชั้นรอยัล ซิลค์ คลาส จำนวน 46 ที่นั่ง และชั้นประหยัดจำนวน 201 ที่นั่ง ซึ่งจะเริ่มทำการบินได้ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป
      
       อีกเส้นคือเส้นทางบิน ภูเก็ต-โซล-ภูเก็ต สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน โดย เส้นทางภูเก็ต-โซล จะบินวันอังคาร,พฤหัสบดีและวันเสาร์ ส่วนขากลับโซล-ภูเก็ต จะบินในวันพุธ,ศุกร์และอาทิตย์ ด้วยเครื่องบินแบบ แอร์บัส 330-300 ขนาด 305 ที่นั่ง แบ่งเป็นชั้น รอยัล ซิลค์ คลาส จำนวน 42 ที่นั่ง และชั้นประหยัด จำนวน 263 ที่นั่ง โดยจะเริ่มทำการบินได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 เป็นต้นไป
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เตรียมปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตรับเรือขนาดใหญ่ รับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่เห็นด้วย

เตรียมปรับปรุงท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต ให้รองรับเรือสินค้าและเรือท่องเที่ยวได้พร้อมกัน คาด ใช้งบ 176 ล้านบาท บริษัทที่ปรึกษาจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ ส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ห่วงเรื่องของผลกระทบต่อประชาชน       
       
วันที่ 19 ต.ค.54  ที่ห้องประชุมโรงแรมคาทีน่า อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายกรีฑา แซ่ตัน นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต อ.เมืองภูเก็ต เป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนในชุมชนโดยรอบโครงการท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต (การขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ) ซึ่งทางบริษัท เจ้าพระยาท่าเรือสากล จำกัด ในฐานะบริษัทผู้รับสัมปทานบริหารท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตจากกรมธนารักษ์ ได้มอบหมายให้บริษัท เอส ทีเอส เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการศึกษารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต (การขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ)
      
       จากการรับฝังความคิดเห็นของประชาชนในครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะเห็นด้วย แต่มีความกังวลเรื่องของผลกระทบของฝุ่นตะกอนจากการขุดลอกร่องน้ำ ผลกระทบกับวิถีชีวิตของชุมชน โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน ปัญหาการจราจร ปัญหาขยะ ปัญหาของผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายภายในท่าเรือเดิม ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งทางบริษัทที่ปรึกษารับไปจะดำเนินการหามาตรการเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว ทั้งนี้ คาดว่า จะจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ได้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
      
       ขณะที่ นายณรงค์ คุ้มบ้าน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 และนายสุเทพ อเนกธรรมพินิจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของชาวบ้านมีความห่วงใยในเรื่องของผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ ที่เป็นผลมาจากการขุดลอกร่องน้ำ โดยเฉพาะเมื่อโครงการแล้วเสร็จ ทั้งอาชีพการทำประมงพื้นบ้าน ปัญหากลุ่มอาชีพที่ทำมาหากินอยู่บริเวณท่าเรือน้ำลึกทั้งกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ขายของที่ระลึก รถแท็กซี่และอื่นๆ รวมไปถึงปัญหาการจราจรที่จะคับคั่งมากขึ้น
      
       ด้าน นายวัฒนชัย เรืองเลิศปัญญากุล ผู้อำนวยการท่าเรือสงขลา-ภูเก็ต บริษัท เจ้าพระยาท่าเรือสากล จำกัด กล่าวถึงโครงการปรับปรับท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต ว่า ท่าเรือน้ำ ลึกภูเก็ต เป็นท่าเรือสินค้าเอนกประสงค์ มีสินค้าผ่านท่าเฉลี่ยปีละประมาณ 130,000 ตัน ส่วนใหญ่เป็นยางพารา และแผ่นไม้ MDF (Medium Density Fiber Board)
      
       โดยมีเรือสินค้าเข้าเทียบเฉลี่ยสัปดาห์ละ 2-3 ลำ แต่เนื่องจากชายฝั่งทะเลอันดามันในปัจจุบันยังไม่มีท่าเรือที่มีน้ำลึกเพียง พอให้เรือโดยสารระหว่างประเทศเข้าเทียบได้ จึงเข้ามาใช้ท่าเรือภูเก็ตเป็นประจำจากสถิติในอดีต พบว่า หลังจากปี 2541 ปริมาณผู้โดยสารผ่านท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตลดลงอย่างมาก จากเดิมประมาณ 5 แสนคนต่อปี คงเหลือเพียงประมาณ 1.5 แสนคนต่อปี เนื่องจากมีการสร้างท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวขึ้นมา 2 แห่ง คือ ที่ท่าเรือฉลองกับท่าเรือรัษฎาทำให้เรือท่องเที่ยวภายในจังหวัดขนาดเล็กหัน ไปใช้บริการท่าเรือดังกล่าวแทน เนื่องจากมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับ แต่เรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่และเรือท่องเที่ยวระหว่างประเทศยังคงเข้ามาใช้ บริการในจำนวนที่ใกล้เคียงเช่นเดิม
      
       โดยจากสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2548-2553 มีเรือโดยสารระหว่างประเทศประมาณ 1-2 ลำ ต่อสัปดาห์ มีผู้โดยสารผ่านท่าเรือระหว่าง 122,680-212,988 คนต่อปี หรือเฉลี่ยปีละประมาณ 150,000 คน
      
       จากข้อจำกัดของท่าเรือซึ่งมีความยาวหน้าท่า 360 เมตร ลึก 10 เมตร ไม่สามารถที่จะจอดเรือขนาดใหญ่ได้พร้อมกัน และเมื่อมีเรือท่องเที่ยวเข้ามาจอด เรือสินค้าก็ต้องทอดสมอรอ ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังไม่มีความปลอดภัย ประกอบกับท่าเรือภูเก็ตเดิมไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับผู้โดยสารจึงไม่มีสิ่ง อำนวยความสะดวกมารองรับผู้โดยสาร นอกจากนี้การใช้พื้นที่หน้าท่าร่วมกันระหว่างการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารมี ความเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัย
      
       ด้วยเหตุผลดังกล่าวกรมธนารักษ์จึงได้ริเริ่มโครงการปรับปรุงท่าเรือ น้ำลึกภูเก็ตขึ้นใหม่ จากที่ได้เคยทำการศึกษาไว้เมื่อปี 2546 โดยปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน ประกอบด้วย สร้างหลักผูกเรือ (Berth Dolphins) จำนวน 2 ตัวพร้อมสะพานเชื่อม (Access Bridge) สร้างอาคารที่พักผู้โดยสาร ลักษณะเป็นอาคาร 1 ชั้น ขนาด 45x20 เมตร หรือมีพื้นที่ใช้สอย 900 ตารางเมตร ภายในประกอบด้วย Duty free shop, ห้องสุขา, พื้นที่ทำงานสำหรับเจ้าหน้าที่ ICQ (Immigration, Customs, Quarantine), พื้นที่นั่งพักสำหรับผู้โดยสาร,พื้นที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม,ห้องโถง และทางเดิน และพื้นที่จำหน่ายของที่ระลึก
      
       นอกจากนี้ จะมีการปรับปรุงถนนทางเข้าสู่อาคารที่พักผู้โดยสารและที่จอดรถ ขนาด 8,500 ตารางเมตร รองรับรถยนต์ได้ 45 คัน และรถโดยสารขนาดใหญ่ได้ 40 คัน ขุดลอกบริเวณหลักผูกเรือใหม่ จัดทำพื้นที่สีเขียว เนื้อที่ประมาณ 650 ตารางเมตร และจัดทำระบบสาธารณูปโภคประกอบโครงการ คาดว่า จะใช้งบดำเนินการประมาณ 176 ล้านบาท
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ภูเก็ตจัดแต่งงานนานาชาติ108คู่14ก.พ.บันทึกสถิติโลกวิวาห์แหลมพรหมเทพ

ภูเก็ตเตรียมจัดงานมงคลสมรสนานาชาติ 108 คู่ ในวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ.55 คาดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศพร้อมบันทึกสถิติโลก      
       
เมื่อวันที่ 8 ต.ค.54 ที่โรงแรมดุสิตธานี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ดร.สุภกรรณ จันทรวงษ์ รองประธานโครงการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในพิธีมงคลนานาชาติ 108 คู่ หรือ “ANDAMAN PEARL THE FIRST OF LOVE” พร้อมด้วย ดร.อินใจ วงศ์รัตนเสถียร ที่ปรึกษาโครงการฯ ดร.วรภูริ มูลสิน ที่ปรึกษาโครงการฯ นายดิสัน แหล่ทองคำ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต และนายอรุณ โสรส นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์ ร่วมกันแถลงข่าวเตรียมจัดงานพิธีมงคลนานาชาติ 108 คู่ หรือ ANDAMAN PEARL THE FIRST OF LOVE ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 บริเวณแหลมพรมเทพ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต
      
       ดร.สุภกรรณ จันทรวงษ์ รองประธานโครงการฯ กล่าวว่า การจัดงานพิธีมงคลสมรสนานาชาติ 108 คู่หรือ ANDAMAN PEARL THE FIRST OF LOVE ในครั้งนี้เป็นการเผยแพร่ประเพณีอันดีงามของไทย สู่สายตาชาวโลก พร้อมทั้งเป็นการนำเสนอการแต่งงานแบบวิถีไทย และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในฐานะไข่มุกอันดามัน โดยคาดว่าจะมีคู่รักนานาชาติจากทุกมุมโลกมาเข้าร่วมในพิธี โดยเฉพาะ ชาวญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ ออสเตรเลียและคู่รักอีกหลายประเทศ
      
       ทั้งนี้ การจัดงานในครั้งนี้รายได้ส่วนหนึ่งจะนำทูลเกล้าถวายในโครงการพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง สนับสนุนภารกิจขององค์การสหประชาชาติ เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสนานาชาติและร่วมสบทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำ ท่วม
      
       ด้าน ดร.วรภูริ มูลสิน ที่ปรึกษาโครงการฯ กล่าวว่า ขณะนี้มีคู่แต่งงานทั้งไทยและต่างชาติสมัครเข้าร่วมแต่งงานนานาชาติแล้ว 30 คู่ มาจากจีน เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ยุโรป ออสเตรเลีย และไทย ซึ่งในส่วนของคู่แต่งงานคนไทยนั้นจะกำหนดมีไม่เกิน 10 คู่ รวมทั้งการจัดกิจกรรมแต่งงานในครั้งนี้ทางผู้จัดจะเชิญเลขาธิการสหประชาชาติ ทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ เข้าร่วม และที่สำคัญจะมีการบันทึกสถิติโลกด้วย เพราะการจัดแต่งงานในลักษณะดังกล่าวยังไม่เคยจัดขึ้นที่ใดมาก่อน
      
       สำหรับรูปแบบการแต่งงาน จะแต่งงานแบบไทยๆโดยจะมีการดน้ำสังข์ แต่จะไม่มีพิธีทางศาสนา เพื่อให้ทุกชาติ ทุกภาษาและทุกศาสนาเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้ และชุดแต่งงานนั้นทางผู้จัดงานจะให้คู่บ่าวสาวเลือกตามความพอใจว่าจะแต่งชุด แต่งงานแบบใด
      
       อย่างไรก็ตาม ทางผู้จัดงานฯคาดว่าในปี 2556 จะมีคู่แต่งงานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งประมาณว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 193-200 คน จากทั่วโลก ทุกประเทศและทุกภาษา
      
       ขณะที่นายอรุณ โสฬส กล่าวว่า ในส่วนของเทศบาลตำบลราไวย์นั้น พร้อมในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของตำบลราไวย์และจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์แหลมพรหมเทพ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และแหลมพรหมเทพมีความพร้อมและมีความสวยงามตามธรรมชาติที่จะรองรับการจัด กิจกรรมแต่งงานนานาชาติ 108 คู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มสีสันเข้าไปเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ภูเก็ตรุกตลาดอินเดียไปร่วมงาน “PAPATA” ก.ย.นี้ เตรียมจัดงาน“อันดามันฯ”ดึงเอเย่นต์ดูสินค้า 5 จังหวัด

สมาคมท่องเที่ยวภูเก็ตร่วมกับอบจ.รุกตลาดอินเดีย นำผู้ประกอบการโรงแรมร่วมงาน “PAPATA” ต้นเดือนกันยายนนี้ หวังดึงตลาดอินเดียเสริมในช่วงหน้าฝน เตรียมจัดงาน อันดามัน เทรเวล เทรด พ.ย.นี้ เชิญเอเย่นต์ทัวร์ทั่วโลกสัมผัสสินค้าท่องเที่ยวใน 5 จังหวัดอันดามัน
              นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงการทำตลาดท่องเที่ยวของภูเก็ต ว่า สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.) จะนำผู้ประกอบการโรงแรมในภูเก็ตจำนวน 14 ราย เดินทางไปส่งเสริมการขายท่องเที่ยวที่ประเทศอินเดียในงาน PAPATA ในช่วงต้นเดือนกันยายน 2554 นี้ เนื่องจากงานดังกล่าวเป็นงานส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ใหญ่งานหนึ่งที่เปลี่ยนสถานที่จัดงานทุกปี ซึ่งในปีนี้ได้เลือกกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เป็นสถานที่จัดงาน ทางอบจ.ภูเก็ตได้ซื้อพื้นที่ภายในงานเพื่อให้ผู้ประกอบการภูเก็ตได้ไปนำเสนอขายสินค้าในงานดังกล่าวด้วย
      
       ทั้งนี้ เพื่อที่จะนำสินค้าทางการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตไปนำเสนอขายในตลาดอินเดีย เพราะงานนี้จะมีเอเย่นต์ทัวร์ในอินเดียเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวจากอินเดียเดินทางเข้ามาภูเก็ตมากขึ้น จากเดิมที่เข้ามาเพื่อจัดงานแต่งงาน และปัจจุบันเข้ามาในลักษณะของการมาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญตลาดอินเดียเข้ามาในช่วงหน้าฝน ซึ่งจะเป็นการเสริมตลาดที่ดี
      
       “การไปทำตลาดท่องเที่ยวในอินเดียครั้งนี้ ทางสมาคมหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาภูเก็ตเพิ่มมากขึ้นในลักษณะของนักท่องเที่ยวที่เป็นครอบครัว เป็นกรุ๊ปทัวร์ และเข้ามาในลักษณะของกลุ่มประชุมสัมมนาและกลุ่มให้รางวัล เป็นต้น
      
       นายสมบูรณ์ กล่าวอีกว่า นอกจากการออกไปทำตลาดในต่างประเทศแล้ว ทางสมาคมฯจะร่วมกับ การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานอันดามัน เทรเวลเทรดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 พฤศจิกายน 2554 นี้ ที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อดึงเอเย่นต์ทัวร์จากทั่วโลกที่เป็นตลาดหลักของภูเก็ตและตลาดใหม่ มาสัมผัสสินค้าทางการท่องเที่ยวของอันดามัน 5 จังหวัด คือ ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต และตรัง โดยททท.สำนักงานในต่างประเทศจะเชิญเอเย่นต์ทัวร์เข้ามาประมาณ 300 คน
      
       นายสมบูรณ์ ยังเปิดเผยถึงภาพรวมการท่องเที่ยวของภูเก็ตในขณะนี้ ว่า การท่องเที่ยวของภูเก็ตซึ่งอยู่ในช่วงกรีนซีซั่นหรือช่วงหน้าฝน อัตราเข้าพักโรงแรมต่างๆ เป็นที่น่าพอใจมาก เมื่อเทียบกับ 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยมีตลาดนักท่องเที่ยวจากจีน อินเดีย รัสเซีย เกาหลี เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนไฮซีชั่นที่จะถึงในช่วงปลายปีนี้ ต้องดูในส่วนของตลาดยุโรปที่มีปัญหาเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีกลุ่มตลาดที่ยังคงเดินทางท่องเที่ยวแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะไม่ดีก็ตาม เช่น ตลาดในกลุ่มสแกนดิเนเวีย รัสเซีย ที่ยังมีกำลังซื้ออยู่
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

“สะพานสารสิน” แหล่งชมวิวแห่งใหม่ของภูเก็ตพร้อมรับนักท่องเที่ยว

สะพานสารสินแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของภูเก็ต พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวคนไทยต่างชาติชมพระอาทิตย์ตกน้ำ เชื่อเป็นแลนด์มาร์กของภูเก็ต
      
       
นายอรุณ เสน่ห์ ผู้อำนวยการแขวงการทางจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับปรุงสะพานสารสินเดิม ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งสร้างมากว่า 50 ปี ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและจุดชมวิวของจังหวัดภูเก็ตแห่งใหม่ว่า ขณะนี้การปรับปรุงสะพานสารสินเดิมให้เป็นจุดชมวิวด้วยการยกตัวสะพานเดิมให้มีความสูงเท่ากับสะพานสารสิน 2 และสะพานท้าวเทพกระษัตรี รวมทั้งการสร้างอาคารจุดชมวิว 8 เหลี่ยมสไตล์ชิโนโปรตุกีส ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางด้านสถาปัตยกรรมของจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการเสร็จแล้ว เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดในการก่อสร้าง ก่อนที่ทางผู้รับเหมาจะส่งมอบงานให้กับแขวงการทางประมาณปลายเดือนส.ค.นี้
      
       
หลังจากมีการส่งมอบงานแล้ว แขวงการทางจะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติต่อไป ทั้งนี้เชื่อว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวและจุดชมวิวแห่งใหม่ที่ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ
      
       
ขณะนี้ในส่วนของประชาชนในพื้นที่ก็ได้เลือกสะพานสารสินเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับพักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุด และออกกำลังกายแล้ว ซึ่งเชื่อว่าหลังจากเปิดให้ใช้อย่างเป็นทางการจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการแล้วจำนวนมาก โดยหลังจากที่แขวงการทางรับงานมาแล้วก็จะเข้าไปบริหารจัดการและพัฒนาให้บริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น
      
       
นายอรุณกล่าวต่อไปว่า สำหรับจุดเด่นของจุดชมวิวบนสะพานสารสิน นอกจากจะมีอาคารชมวิวที่เป็นเอกลักษณ์แล้วนักท่องเที่ยวยังสามารถชมพระอาทิตย์ตกน้ำอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งสวยงามไม่แพ้จุดชมพระอาทิตย์ตกน้ำ ที่แหลมพรหมเทพ นอกจากนั้นยังจะได้ชมวิถีชีวิตการเลี้ยงปลาในกระชังของชาวบ้าน
      
       
หลังจากที่มีการสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติซึ่งอยู่ใกล้กับสะพานสารสิน จะทำให้จุดชมวิวที่บริเวณสะพานสารสินกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ตอีกแห่งหนึ่งอย่างแน่นอน และจะเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญ ที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้า-ออกจากจังหวัดภูเก็ตจะต้องแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
      
       
ขณะที่ ด.ต.ถนอม ทองแป้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจท่าฉัตรไชย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า หลังจากมีการปรับปรุงสะพานสารสินเดิมเป็นจุดชมวิวทำให้คนในพื้นที่และคนต่างจังหวัดที่ขับรถผ่านเข้าออกพื้นที่จังหวัดภูเก็ต แวะเวียนเข้าไปท่องเที่ยวและชมวิวที่จุดดังกล่าวจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงวันหยุด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในบริเวณท่าฉัตรชัยนอกเหนือจากหาดทรายแก้ว ที่ทำให้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่ขับรถออกจากจังหวัดภูเก็ตเกือบทุกคัน ที่จะต้องแวะถ่ายรูปที่จุดชมวิวดังกล่าว
      
       
อย่างไรก็ตาม อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแลในเรื่องของการจัดเก็บขยะ และเรื่องของสาธารณูปโภคที่อยากให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ก่อนที่จะมีปัญหาเรื่องของขยะและความสกปรกตามมา
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์