แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวท่องเที่ยวภาคใต้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวท่องเที่ยวภาคใต้ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นักท่องเที่ยวเข้าเกาะเต่าคึกคักช่วงตรุษจีน คาดเงินสะพัดกว่า 500 ล้าน แต่เจอปัญหาขาดน้ำจืด


เทศกาลตรุษจีนปีนี้บรรยากาศการท่องเที่ยวเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี คึกคัก ห้องพักกว่า 2,000ห้อง ถูกจับจองเต็ม คาดเงินสะพัดกว่า 500 ล้านบาท ทำน้ำจืดไม่พอใช้
      
       วันที่ 7 ก.พ.56  ที่ท่าเทียบเรือเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และชาวไทยหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก
      
       นายชยันต์รัฐ รุ่งโรจวรารักษ์ ปลัดอำเภอเกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้า-ออกเกาะเต่าวันละกว่า 1,000 คน แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรป และแถบเอเชีย โดยเฉพาะชาวจีนเข้ามาพักบนเกาะเต่าวันละกว่า 30,000 คน ซึ่งคาดว่าในเทศกาลตรุษจีนปีนี้จะมีเงินสะพัดมากกว่า 500 ล้านบาท
      
       อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอาสาสมัครต้องทำงานกันอย่างหนัก เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว รวมทั้งขณะนี้เกาะเต่าฝนได้ทิ้งช่วงนาน ทำให้แหล่งน้ำจืดบนเกาะเต่าขาดแคลน ผู้ประกอบการต้องนำน้ำมาจากบนฝั่งและซื้อน้ำในราคาแพงมาบริการนักท่องเที่ยว ประกอบกับท่าเทียบเรือแออัดทรุดโทรมขาดการดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอมีการดับบ่อย และเป็นเวลานานส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างหนัก
      
       ส่วนสภาพอากาศที่เกาะเต่า ท้องฟ้าโปร่งใส คลื่นลมเงียบสงบน้ำทะเลใสเหมาะแก่เดินทางเข้ามาพักผ่อน เช่น ท่องเที่ยวพักผ่อนชายหาด นั่งเรือตกปลา ดำน้ำตื้นและน้ำลึก สำหรับเกาะเต่าเป็นแหล่งมีชื่อเสียงติดอับดับต้นๆ ของโลกในเรื่องน้ำใสสะอาด และเป็นแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ข้อมูลจาก.. ASTV Manager ภาคใต้

วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เอกชนเปิดบิ​นกรุงเทพฯ-หั​วหินปลาย มิ.ย.นี้ ไปกลับวันละ 1 เที่ยวบิน


ประจวบคีรีขันธ์ - สายการบินน้องใหม่ thai regional airlines เตรียมเปิดบินกรุงเทพฯ-หัวหินไปกลับวันละ 1 เที่ยวบิน ดีเดย์เที่ยวแรก 29 มิ.ย. 55 จัดโปรโมชันเพียง 1,700 บาท มุ่งหวังนักท่องเที่ยวต่างประเทศและกลุ่มนักธุรกิจชาวไทย ใช้เครื่องบินแบบ 2 เครื่องยนต์ 8 ที่นั่ง ด้านท่าอากาศยานหัวหิน พร้อมสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำขานรับ
      
       นายประอังคาร ปัญธิยา ประธานกรรมการบริษัท thai regional aviation จำกัด สายการบิน thai regional airlines เปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดให้บริการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศไป-กลับวันละ 1 เที่ยวบิน เส้นทางสุวรรณภูมิ-หัวหิน (09.50-10.20 น.) และหัวหิน-สุวรรณภูมิ (17.00-17.30 น.) เริ่มทำการบินปฐมฤกษ์ในวันที่ 29 มิถุนายน 2555 ทั้งนี้ ในช่วงโลว์ซีซันตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน-ปลายเดือนกันยายน 2555 จะทำการบินในวันจันทร์, พุธ, ศุกร์, เสาร์ และอาทิตย์ และงดบินในวันอังคาร และพฤหัสบดี สำหรับอัตราค่าโดยสารในช่วงโปรโมชันอยู่ที่ 1,700 บาทเท่านั้น
      
       นายประอังคารกล่าวอีกว่า สายการบิน thai regional airlines นับเป็นสายการบินพรีเมียมของคนไทย นำเครื่องบินรุ่น Piper Navajo Chieftain ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ได้รับความนิยมสูงและมีความปลอดภัยจากสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องบิน multi engine แบบ 2 เครื่องยนต์ ขนาด 8 ที่นั่ง เพื่อให้ผู้โดยสารเกิดความสะดวกสบาย อีกทั้งเมื่อถึงจุดหมายปลายทางก็สามารถรับกระเป๋าได้ทันที ไม่ต้องรอกระเป๋าจากสายพาน
      
       ทางบริษัทได้เปิดเส้นทางบิน เส้นทางกรุงเทพฯ, บุรีรัมย์, นครราชสีมา และสุรินทร์ ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จ จึงมองโอกาสเพื่อเติมเต็มและเป็นทางเลือกใหม่สำหรับด้านการคมนาคมในพื้นที่ กรุงเทพฯ-หัวหิน ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง และสิ่งสำคัญมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาพักผ่อนในพื้นที่ชะอำ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ เพิ่มมากยิ่งขึ้นในแต่ละปี ทางบริษัทคาดหวังที่จะได้กลุ่มลูกค้าทั้งชาวต่างประเทศ และกลุ่มนักธุรกิจชาวไทย ฯลฯ
      
       สำหรับการทำการตลาด ขณะนี้ทางบริษัทได้มีการพบปะพูดคุยกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ ในเบื้องต้นการเปิดสายการบินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-หัวหิน ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดี รวมไปถึงเปิดโอกาสให้บริษัททัวร์ และโรงแรม ฯลฯ จำหน่าย-รับจองตั๋วผู้โดยสาร และสามารถติดต่อได้ที่ 0-2134-7152, 09-0779-2779, 09-0779-3779 เชื่อมั่นว่าด้วยการนำเครื่องบินที่มีขนาดที่เหมาะสม และปลอดภัย สะดวกสบาย ราคาไม่แพงมาให้บริการผู้โดยสารในเส้นทางกรุงเทพ-หัวหิน ในครั้งนี้จะทำให้ท่าอากาศยานหัวหินกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
      
       ด้าน ดร.รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ กล่าวว่า การที่มีสายการบินใหม่มาเปิดเส้นทางบินกรุงเทพฯ-หัวหิน เป็นเครื่องบินที่รองรับผู้โดยสารเพียง 8 ที่นั่ง สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาพื้นที่ชะอำ หัวหิน ปราณบุรี ปัจจุบันมีทั้งรถไฟ รถยนต์ ที่ใช้เวลาเพียง 2-3 ชม.ถึงหัวหิน แต่หากมีเครื่องบินวันละ 1 เที่ยวบินไปกลับ ที่สะดวกสบาย ก็เป็นทางเลือกใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และกลุ่มนักธุรกิจชาวไทย ก็ต้องยอมรับว่าเป็นการตอบโจทย์ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ซึ่งมีความเจริญ เติบโตทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งย่อมส่งผลดีต่ออนาคตอย่างแน่นอน
      
       ขณะเดียวกัน พันจ่าเอก เมืองชล วงศ์สุวรรณ ผอ.ท่าอากาศยานหัวหิน กล่าวว่า สำหรับในส่วนของท่าอากาศยานหัวหิน เรามีความพร้อมในการรองรับสายการบินนานแล้ว ตั้งแต่สายการบินขนาดเล็กจนถึงโบอิ้ง 737 ในส่วนของสายการบิน thai regional airlines ได้เข้ามาติดต่อประสานงานในการเตรียมที่จะเปิดเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ-หัวหิน โดยมองว่าปัจจุบันการคมนาคมทางรถยนต์ก็ใช้เวลาไม่นาน
       
       แต่ในส่วนของสายการบินนั้น ก็ไม่ได้หมายความจะไม่มีผู้ใช้ แต่ทำอย่างไรจะให้มีผู้โดยสารมาใช้บริการ ที่ผ่านมาก็เคยมีสายการบินมาเปิดเที่ยวบินแต่ก็ต้องหยุดบินในเส้นทางดัง กล่าวไปเนื่องจากไม่คุ้มทุน ปริมาณนักท่องเที่ยวใช้บริการน้อย แต่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นก็อาจเป็นไปได้ว่าการใช้บริการโดยสาร ทางเครื่องบินอาจมีความจำเป็น
       
       อย่างไรก็ตาม ยังอยากเห็นสายการบินเปิดเที่ยวบินจากภูมิภาคต่างๆ มาที่หัวหิน ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ หัวหิน ภูเก็ต กระบี่ หรือทางภาคอีสานมาหัวหิน และไปภูเก็ต กระบี่ เป็นต้น แต่ทั้งนี้ในการเปิดเส้นทางบินของสายการบิน thai regional airlines ก็หวังว่าจะตอบสนองกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้อีกทางหนึ่ง
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ภูเก็ต กำหนดโซนนิ่งการเล่นเจ็ทสกีใน 5 พื้นที่

ภูเก็ตประกาศ เขตปลอดเจ็ตสกี ภายใน 7 ปี ตั้งแต่ปี 2547 จังหวัดเตรียมทบทวน คาด ยังต้องคงไว้เหตุเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวตอบรับ แต่คงจะต้องคงจำนวนและกำหนดมาตรการควบคุม เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องการร้องเรียน

นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ช่วงประมาณปี 2547 ได้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการนำเจ็ทสกีมาให้บริการนักท่องเที่ยวบริเวณชายหาดต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยวที่เล่นน้ำอยู่บริเวณชายหาด ในครั้งนั้นได้มีการเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้อง และได้สรุปมาตรการดำเนินการเพื่อให้เจ็ทสกีหมดไปภายใน 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2547 และกำหนดโซนนิ่งการเล่นเจ็ทสกีใน 5 พื้นที่ ประกอบด้วย หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน หาดกมลาและหาดบางเทา โดยให้คงจำนวนไว้ที่ 219 ลำ และในระหว่างใช้ประกาศดังกล่าวก็ได้มีการเรียกร้องของผู้ประกอบการเพื่อให้บริการเจ็ทสกีได้ตลอดไปภายในเงื่อนไขที่กำหนด และขณะนี้ระยะเวลาตามประกาศดังกล่าวก็ครบแล้วจำเป็นที่จะต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

“การให้บริการเจ็ทสกีเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวอย่างหนึ่งที่สร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยวบริเวณชายหาด และมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่ต้องการกิจกรรมดังกล่าว ดังนั้นจึงเป็นไปได้ยากที่จะยกเลิกไม่มีการให้บริการเจ็ทสกีเลย ตามที่มีการระบุไว้ในประกาศจังหวัดภูเก็ต เรื่องมาตรการจัดระเบียบเจ็ทสกี เมื่อปี 2547 ที่จะทำให้เจ็ทสกีหมดไปจากเกาะภูเก็ต เพราะที่ก่อให้เกิดปัญหาไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้ก็เป็นเพียงส่วนน้อย และต้องคำนึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย”

นายตรี กล่าวด้วยว่า จากการหารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมก็คงจะต้องมีการเชิญผู้ประกอบการเจ็ทสกีมาหารือ และรับฟังความคิดเห็นว่าเป็นอย่างไร รวมถึงการกำหนดมาตรการในการควบคุมดูแล เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากตามกฎหมายแล้วเจ็ทสกีจะต้องนำมาใช้ในเรื่องของการกีฬาไม่สามารถที่จะนำมาให้บริการด้านการท่องเที่ยวได้ แต่ที่ผ่านมาก็ได้มีการอนุโลม เพราะเป็นกิจกรรมที่สร้างสีสันให้กับทางท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง”

ทั้งนี้ธงที่ตั้งไว้เบื้องต้นนั้นยังคงมีการจำกัดจำนวนเจ็ทสกีเช่นเดิม ส่วนพื้นที่ให้บริการและระยะเวลาในการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไรคงต้องรับฟังความคิดเห็นก่อน รวมถึงเงื่อนไขอื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมา ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องเกิดความเป็นธรรมกับฝ่าย ส่วนการควบคุมดูแลเพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดนั้นคิดว่าหากทุกฝ่ายเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตัวเอง รวมทั้งคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมก็คงไม่มีปัญหา แต่สาเหตุที่เกิดปัญหาขึ้นเพราะมีบางอย่างแอบแฝง นายตรี กล่าว

...สาลินี ปราบ สนับสนุนข่าว โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554

ตั้งเป้าดันภูเก็ตสู่เมืองหลวงท่องเที่ยวอาเซียนภายในปี 58


รมช.พาณิชย์ชี้ภูเก็ตต้องกำหนดตัวเองเป็นเมืองหลวงท่องเที่ยวในอาเซียนให้ได้ภายในปี 2558 ที่อาเซียนจะเป็นหนึ่งเดียว ด้วยการทำตลาดเชิงรุกและครอบคลุมทั้งอาเซียน

วันที่ 28 เม.ย.54 ที่โรงแรมเมโทรโพล อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดการสัมมนา เรื่อง “คนภูเก็ตจะเตรียมตัวอย่างไรกับการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) และ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ร่วมกับ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น เพื่อสร้างความองค์ความรู้ และสร้างความพร้อมให้กับประชาชน ภาคราชการ วิสาหกิจ และภาคเอกชน ในการเปิดเสรีการค้าอาเซียน และการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015 หรือในปี 2558 นี้ โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 300 คน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในปี2558 หรือปี 2015 อาเซียนจะเป็นหนึ่งเดียวทั้งในเรื่องของการตลาด ฐานการผลิตสินค้าและบริการ การลงทุนและในทุกๆด้าน โดยเฉพาะในด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะมีความสำคัญและเกิดประโยชน์กับประเทศไทยและประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน โดยการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกันจะอยู่ที่ 1.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เฉพาะไทยมีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ขณะนี้ไทยมีคู่ค้าที่เป็นประเทศในกลุ่มอาเซียนมาเป็นอันดับหนึ่ง รัฐบาลได้ดำเนินการที่จะให้มีการค้าระหว่างไทยกับอาเซียนเพิ่มสูงขึ้น

นายอลงกรณ์ ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของภูเก็ตในการรับการค้าเสรีและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ว่า ภูเก็ตสามารถเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับประโยชย์ที่จะเกิดจากการค้าเสรีอาเซียนและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 3 ปี 8 เดือนข้างหน้านี้ โดยการยกระดับจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองหลวงแห่งการท่องเที่ยวในอาเซียน โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การขยายฐานนักท่องเที่ยวและการลงทุนด้านการท่องเที่ยวจากไทยไปสู่อาเซียนให้มากขึ้น

ด้วยการศึกษาข้อมูลสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามข้อตกลงการค้า บริการ การลงทุน และหัวใจสำคัญผู้ประกอบการจะต้องมีองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันกับผู้ประกอบการในกลุ่มประเทศอาเซียนให้ได้ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์เริ่มขับเคลื่อนการพัฒนาผู้ประกอบการมารองรับในรูปแบบสถาบันผู้ประกอบการหรือ Businees Club ทุกสาขากิจการ

นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตจะต้องจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจระดับจังหวัด ด้วยการกำหนดตำแหน่งของภูเก็ตและระยะเวลาในการไปสู่ตำแหน่งที่กำหนดให้ชัดเจนรองรับการเปิดเสรีการค้าและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยการเชื่อมภูเก็ตเชื่อมโลกโดยใช้ฐานการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนทำตลาดในเชิงรุกมากขึ้น เช่น การทำตลาดเชื่อมโยงกับกลุ่มในประเทศรอบๆอ่าวเบงกอล ด้วยการดึงนักท่องเที่ยวจากประเทศในกลุ่มอ่าวเบงกอลเข้าสู่ภูเก็ต เพราะมีประชากรสูงถึง 1 ใน 4 ของโลก ซึ่งภูเก็ตก็จะเป็นเกตเวย์ทางด้านการท่องเที่ยวของอาเซียนและของโลกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ประกอบการเองก็ต้องปรับตัวเพื่อที่จะรองรับการเปิดการค้าเสรีและการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในระยะเวลาอันใกล้นี้ ด้วยการทำตลาดในเชิงรุกและมองตลาดให้กว้างขึ้น โดยการมองตลาดให้ครอบคลุมทั้งอาเซียนที่มีประชากรกว่า 590 ล้านคน แทนที่จะมองเฉพาะภูเก็ตและประเทศไทยเท่านั้น รวมทั้งผู้ประกอบการจะต้องพัฒนาสินค้าบริการให้สามารถแข่งกันกับสินค้าที่มีอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554

ททท.เร่งโปรโมตเกาะสมุยและหมู่เกาะต่างๆ หลังนักท่องเที่ยวลดฮวบจากน้ำท่วม


ททท.สุราษฎร์ฯจับมือทุกภาคส่วนเร่งประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเกาะสมุย และเกาะต่างๆ หลังนักท่องเที่ยวลดฮวบในช่วงสงกรานต์จากเหตุการณ์น้ำท่วม

นายภานุ วรมิตร ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงาน สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จากสถานการณ์การท่องเที่ยวในเกาะสมุยและหมู่เกาะต่างๆ มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างมากในปีนี้ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยเละชาวต่างชาติที่จองห้องพักไว้เพื่อมาเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ยกเลิกการจองห้องพักเป็นจำนวนมาก จากปัญหาหน้ามรสุมและน้ำท่วมในพื้นที่

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ททท.จึงร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนายกสมาคมท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานี นากยกสมาคมมัคคุเทศก์ นำบริษัทนำเที่ยว และสื่อมวลชน ลงสำรวจแหล่งท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ กว่า 40 คน เพื่อเร่งประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้ทราบ ว่าแหล่งท่องเที่ยว ทั้งเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า สามารถเดินทางมาท่องเทียวได้ตามปกติ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมขังที่ผ่านมา

“ตอนนี้เราพยายามเร่งประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้ทราบ การเดินทางต่างๆ และเหตุการณ์ต่างๆของทั้งสุราษฎร์ ทั้งสมุย ทั้งเกาะพะงัน ทั้งเกาะเต่าเนี้ย สามารถเดินทางมาท่องเทียวได้ตามปกติ แล้วก็แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมขังที่ผ่านมา” นายภานุกล่าว

ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุราษฎร์ธานี กล่าวอีกว่า จากภาพข่าวที่สื่อมวลชนนำออกไปเผยแพร่หลังจากนี้ นักท่องเที่ยวจะมีความเชื่อมั่น และเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย แหล่งท่องเที่ยวตามหมู่เกาะต่างๆ เพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

ผู้แทนด้านการท่องเที่ยวประเทศมาเลเซียเข้าพบผู้ว่าภูเก็ตฯ หารือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 มกราคม 2554 ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายโมฮัมหมัด ฟาห์มี่ นอร์ดิน รักษาการผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวประเทศมาเลเซีย (สำนักงานภูเก็ต) พร้อมด้วย นายธนกร ใจกล้า ผู้จัดการฝ่ายบริหารการตลาด (สำนักงานภูเก็ต) เข้าคารวะ นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมทั้งหารือเรื่องการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย

นายธนกร กล่าวว่า สำหรับการท่องเที่ยวของประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียนั้นไม่มีความแตกต่างกัน ในการจะผลักดันและส่งเสริมการขายใน 3 เมือง คือ ภูเก็ต ปีนัง มะละกา เพราะว่าวัฒนธรรมและ การกินอาหาร ของประเทศไทยและประเทศมาเลเซียมีลักษณะใกล้เคียงกัน และที่สำคัญ ปีนังและมะละกา นั้นเป็นมรดกโลก ซึ่งจังหวัดภูเก็ตก็สามารถจะอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมรวมไปถึงสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ให้ใกล้เคียงกับเมืองมรดกโลกของมาเลเซีย และถือเป็นการตลาดหลัก ๆ ที่จะเน้นในปีนี้ด้วย สำหรับการเติบโตของตลาดมีการเติบโตในเดือนแรกประมาณร้อยละ 10 ซึ่งถือว่าเป็นยอดที่สูง เพราะจากปีใหม่ที่ผ่านมายังไม่มีผลกระทบมากมายนัก แม้จะมีข่าวอุบัติเหตุที่ประเทศมาเลเซียแต่ผู้คนยังจะท่องเที่ยว แต่จะระมัดระวังมากขึ้น

ข้อมูลจาก...ส.ปชส.ภูเก็ต

วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ภูเก็ตต้อนรับคณะแพทย์นักปั่นจักรยานส่งเสริมท่องเที่ยวสุขภาพ


ภูเก็ตต้อนรับคณะแพทย์จากออสเตรเลียปั่นสองล้อเส้นทางหัวหิน-ภูเก็ตส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ เพื่อตอกย้ำศักยภาพและความพร้อมในการเป็นผู้นำด้านการดูแลสุขภาพนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

วันที่ 27 พ.ย.53 บริเวณประตูเมืองภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริการส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายวิรัช มาแก้ว รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไม้ขาว ประธานชมรมจักรยาน จ.ภูเก็ต และคณะเจ้าหน้าที่ รพ.กรุงเทพภูเก็ต ร่วมต้อนรับคณะแพทย์ พยาบาล และชาวออสเตรเลียที่ร่วมปั่นจักรยานตาม โครงการ “Doctors and Friends Big Ride for Thai Medical Aid” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เส้นทางจาก รพ.กรุงเทพหัวหิน ถึงภูเก็ต โดยมีคณะนักปั่นจักรยานในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตร่วมต้อนรับ

สำหรับคณะนักปั่นจักรยานดังกล่าวออกเดินทางจากหัวหินเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา และมาถึงจังหวัดภูเก็ตในวันนี้ หลังจากนั้นได้มีการปล่อยตัวคณะทั้งหมดปั่นจักรยานต่อไปยังโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โดยมีทีมนักปั่นจากออสเตรเลียและภูเก็ตร่วมเดินทาง

นายไพบูลย์ กล่าวว่า การเดินทางเข้ามาของนักปั่นจักรยานจากออสเตรเลียและเลือกจักหวัดภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางของการสิ้นสุดการเดินทางให้ภูเก็ตมีโอกาสได้แสดงศักยภาพความพร้อมของจังหวัดภูเก็ตทางด้านต่างๆ ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก มีทัศนียภาพที่สวยงาม วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และยังมีสถานพยาบาลที่มีความพร้อมในการดูแลสุขภาพของประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในยามเจ็บป่วยและฉุกเฉิน รวมถึงความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วย”

ขณะที่ นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ผู้อำนวยการ รพ.กรุงเทพภูเก็ต กล่าวว่า กิจกรรมการปั่นจักรยานในโครงการ Doctors and Friends Big Ride for Thai Medical Aid นี้ จัดขึ้นโดยรพ.กรุงเทพหัวหิน และคณะแพทย์นักปั่นจักรยานชาวออสเตรเลีย ที่ให้ความสนใจภูเก็ต ในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สำคัญของโลก

จากสถิติที่ผ่านมาพบว่า มีนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียจำนวนมากที่เลือกเข้ารับบริการทางการแพทย์และพยาบาลในสถานพยาบาลของภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็น เพื่อการทำฟัน หรือเพื่อการทำศัลยกรรมความงาม เป็นต้น รพ.กรุงเทพภูเก็ตเองมีการดำเนินงานและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมาโดยตลอด จนได้รับรางวัลยอดเยี่ยม ประเภทสถานพยาบาลที่ส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือรางวัลกินรีทองคำ จากการคัดเลือกสถานพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ ในงานประกาศรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เมื่อเร็วๆ นี้ และเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้แสดงศักยภาพทางการแพทย์ของโรงพยาบาลและของจังหวัดภูเก็ตอีกครั้ง ทางโรงพยาบาลได้ส่งรถพยาบาลผู้ป่วยภาวะวิกฤติฉุกเฉินเคลื่อนที่ หรือ Mobile I.C.U. ไปร่วมดูแลคณะปั่นจักรยาน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่คณะนักปั่นจักรยานในการเดินทางมายังภูเก็ต

คณะปั่นจักรยานเริ่มออกเดินทางจากรพ.กรุงเทพหัวหิน ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย.2553 ที่ผ่านมาและมีกำหนดการเดินทางถึง รพ.กรุงเทพภูเก็ต วันที่ 27 พ.ย. รวมระยะเวลากว่า 1 สัปดาห์ และระยะทางกว่า 600 กิโลเมตร ของเส้นทางการปั่นเพื่อสุขภาพและการส่งเสริมการท่องเที่ยว

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

นักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเกือบ 1พันคน ล่องเรือสำราญ ท่องเที่ยวหาดป่าตอง

นักท่องเที่ยวกลุ่มแอมเวย์ จากอินโดนีเซีย 900 คน เดินทางโดยเรือสำราญเข้าภูเก็ต ททท.เผยอยู่ภูเก็ต 1 วัน สร้างเงินหมุนเวียนกว่า 2 ล้านบาท ขณะที่ช่วงไฮซีซันปีนี้ท่องเที่ยวดีมากอัตราเข้าพักสูงถึง 90%

เมื่อเวลา 10.00 น. วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ที่ท่าเทียบเรือหาดป่าตอง นางสาววรรณประภา สุขสมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ร่วมต้อนรับ คณะAmway SLS 2010 จากประเทศอินโดนีเซียจำนวน 900 คน ในโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต

นางสาววรรณประภา กล่าวว่า ททท.ภูเก็ต ร่วมกับเทศบาลเมืองป่าตอง และสถานีตำรวจภูธรกะทู้ ให้การต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวจากประเทศอินโดนีเซีย การเดินทางมาของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น และตรงกับช่วงฤดูกาลเปิดการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ที่สำคัญจะได้เผยแพร่สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในตลาดอินโดนีเซีย และเป็นการกระตุ้นให้ตลาดอินโดนีเซียหันมาให้ความสนใจตลาดการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตมากขึ้น คาดจะมีเงินสะพัดกว่า2ล้านบาท

อย่างไรก็ตามในปี 2552 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังจังหวัดภูเก็ต กว่า7พันคน เพิ่มขึ้นจากปี 2552 กว่า 30% ส่วนใหญ่จะมาเป็นกลุ่มใหญ่ ประมาณ 900 – 1,500 คน สร้างรายได้ต่อจังหวัดภูเก็ต เดือนละกว่า 1 ล้านบาท ทั้งนี้ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาภูเก็ตด้วยเรือสำราญไม่ต่ำกว่า 5-6 ลำ/เดือน โดยส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวสิงค์โปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

สำหรับภาพรวมการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตนั้น ตัวเลขการจองห้องพักบริเวณชายหาดป่าตองอยู่ที่ร้อยละ 90 บริเวณตัวเมืองภูเก็ต ร้อยละ70 แต่ในช่วงเดือนธันวาคมนั้น ตัวเลขการจองห้องพัก มีจำนวน100 เปอร์เซ็นเต็ม เพราะเป็นช่วงวันคริสต์มาสและวันปีใหม่ ทั้งนี้ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจากอินเดีย จีน ที่ให้ความสนใจและจองห้องพัก ในช่วงวันตรุษจีน ประมาณร้อยละ 80

ข้อมูลจาก...ส.ปชส.ภูเก็ต

วันพุธที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ภูเก็ตพร้อมจัดแข่งเรือใบคิงส์คัพรีกัตต้าเฉลิมพระเกียรติในหลวง-เสริมท่องเที่ยว

จังหวัดภูเก็ตเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพรีกัตต้า 4-11 ธ.ค.นี้ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเล คาดมีเรือเข้าร่วมแข่งขันกว่า 100 ลำ สร้างรายได้เกิดขึ้นในภูเก็ตช่วงการแข่งขันกว่า 100 ล้านบาท

วันที่ 16 พ.ย.53 นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต นายเอี่ยม ถาวรว่องวงศ์ กรรมการโรงแรมในเครือกะตะกรุ๊ป และนายคันแคน เวอร์ททิงตัน กรรมการจัดการแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพรีกัตต้า ร่วมแถลงข่าว การแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า ครั้งที่ 24 ณ.ห้องประชุมศาลกลางจังหวัดภูเก็ต ว่า

การจัดการแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพรีกัตต้า ครั้งที่ 24 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 - 11 ธ.ค. 2553 บริเวณหาดกะตะ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดภูเก็ต เพราะการแข่งขันในแต่ละปีมีจำนวนเรือใบเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 100 ลำ พร้อมนักกีฬากว่า 2,000 คน จากทั่วโลกร่วมลงแข่งขันแล่นใบบนท้องทะเลอันสวยงามของภูเก็ตเพื่อการขับเคี่ยวชิงชัยถ้วยรางวัลพระราชทานอันทรงเกียรติ

การแข่งขันภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า ประจำปีนี้มีเรือที่ตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันแล้ว 97 ลำจากทุกทวีปทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งได้แก่ ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์และประเทศไทยเจ้าภาพ ซึ่งการแข่งขันในปี 2552 ที่ผ่านมาถือเป็นบันทึกประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของรายการคิงส์คัพ รีกัตต้า ด้วยจำนวนเรือใบถึง 111 ลำจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก โดยจากการสำรวจของ Infinity Communications & Consultant พบว่างานนี้ก่อให้เกิดเงินสะพัดสูงถึง 40 ล้านบาท เฉพาะห้องพักและการจับจ่ายในช่วงสัปดาห์ของงานรีกัตต้า หากรวมเรื่องการเดินทางด้วยเที่ยวบิน การเดินทางทั่วไป การท่องเที่ยวระยะสั้นและค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้ว พบว่างานภูเก็ต คิงส์คัพ รีกัตต้า ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจของท้องถิ่นเป็นจำนวนเงินสูงกว่า 100 ล้านบาท

การแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า ได้รับการยอมรับว่าเป็นรายการแข่งขันรีกัตต้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย และในปีนี้มีทีมเรือที่ตอบรับเข้าร่วมแล้วกว่า 97 ลำ ซึ่งเราคาดหวังว่า จำนวนเรือที่เข้าร่วมแข่งขันในปีนี้จะมีมากกว่าปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีนักแล่นเรืออีกจำนวนมากจากทั่วเกาะภูเก็ตที่สนใจเข้าร่วมแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานในครั้งนี้

ผลสำรวจยังพบว่าผู้เข้าแข่งขันหลายคนเป็นนักท่องเที่ยวที่เคยมาเยือนเกาะภูเก็ตแล้ว ซึ่งโดยเฉลี่ยเคยมาท่องเที่ยวที่ภูเก็ตเกินกว่าห้าครั้ง จึงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าภูเก็ตยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในด้านการท่องเที่ยวทางทะเลอีกด้วย

สำหรับปี 2553 นี้ จังหวัดภูเก็ตและงานภูเก็ต คิงส์คัพ รีกัตต้า ยังได้รับรางวัลการรันตีในระดับนานาชาติอีกด้วย โดยจังหวัดภูเก็ตได้รับการโหวตให้เป็น “นครแห่งการท่องเที่ยวทางทะเลของเอเชีย (Best Asian Maritime Capital)” จากงาน 2010 Asia Boating Awards ในขณะที่งานภูเก็ต คิงส์คัพ รีกัตต้า ก็ได้รับการประกาศให้เป็น “รายการแข่งขันรีกัตต้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย (Asian Regatta Of The Year)” จากงาน Asia Marine & Boating Awards ประจำปี 2553

นอกจากนี้ การแข่งขันในปีนี้ยังมีความพิเศษ คือ การจัดการแข่งขันเรือใบประเภทอ็อฟติมิสต์ (Optimist Class) สำหรับนักแล่นใบเยาวชน ภายใต้ชื่อ รายการภูเก็ต ดิงกี้ ซีรี่ส์ (Phuket Dinghy Series) โดยมีจัดการแข่งขันทั้งหมด 4 ครั้ง เริ่มการแข่งขันครั้งแรก คือ เดือนก.ย. และจัดต่อเนื่องทุกเดือน โดยครั้งที่ 4 นั้นจะจัดในช่วงสัปดาห์แรกของภูเก็ต คิงส์คัพ รีกัตต้า ซึ่งจะมีเยาวชนมากมายจากหลายจังหวัดเข้าร่วมในการแข่งขัน อาทิ จากชลบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงาและภูเก็ตเจ้าภาพ ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมเยาวชนและประชาชนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมในกีฬาการแข่งขันเรือใบมากยิ่งขึ้น

รายการภูเก็ต ดิงกี้ ซีรี่ส์ (Phuket Dinghy Series) ถือเป็นการนำร่องเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปร่วมมีส่วนร่วมในการแข่งขันเรือใบ โดยในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักแล่นใบเยาวชนถึง 17 คนเข้าร่วมแข่งขันเรือใบในประเภทอ็อฟติมิสต์ และหวังว่าจะมีเยาวชนมาร่วมแข่งขันในสัปดาห์สุดท้ายที่จะจัดขึ้นในช่วงภูเก็ต คิงส์คัพ รีกัตต้า มีจำนวนมาก

โดยผู้ชนะจากการแข่งขันรายการนี้รวมจะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทาน โดยกำหนดจัดพิธีมอบรางวัลในวันที่ 11 ธันวาคม ณ กะตะ บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา โดยได้รับเกียรติจากหม่อมหลวงอัศนี ปราโมช องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ฯเป็นผู้มอบรางวัล

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ภูเก็ตพร้อมเปิดพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่แหล่งท่องเที่ยวใหม่รับ นทท.

.


ภูเก็ตพร้อมเปิดพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่รับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน มั่นใจนักท่องเที่ยวเข้าชมเพิ่ม พร้อมประสานขอความร่วมมือบริษัทนำเที่ยวดึงนักท่องเที่ยวเข้า

นายชัยอนันท์ สุทธิกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต กล่าวถึงการเปิดให้เข้าชม “พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางด้านวัฒนธรรมแห่งใหม่ของจังหวัดภูเก็ต ว่า สำหรับการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ตนั้น ได้ดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2549 จังหวัดโดยผู้ว่าซีอีโอ และเทศบาลดำเนินการก่อสร้างโดยใช้งบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างประมาณ 50 ล้านบาท และสร้างเสร็จเมื่อปี 2551 เพื่อนำเสนอวิถีชีวิตชุมชนและวิธีการทำเหมืองแร่ในอดีต ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชม ซึ่งเป็นการเพิ่มกิจกรรมทางด้านการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดภูเก็ตอีก 1 แห่ง

พิพิธภัณฑ์ดังกล่าวได้เปิดให้นักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ เข้าชมไปได้ระยะหนึ่ง แต่ด้วยความที่พิพิธภัณฑ์ยังกล่าวยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ เทศบาลเมืองกะทู้ จึงได้ดำเนินการปิดปรับปรุงเพื่อให้พิพิธภัณฑ์มีความสมบูรณ์ ซึ่งขณะนี้การปรับปรุงต่างของพิพิธภัณฑ์ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วโดยใช้งบประมาณเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง

ส่วนการเปิดให้บริการหลังจากการปรับปรุง เทศบาลจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการประมาณปลายเดือนปลายเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งจะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้จำนวนมาก โดยขณะนี้ได้มีการประสานขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวรับทราบ รวมทั้งประสานไปยังบริษัทนำเที่ยวในการดึงคนเข้าพื้นที่ ซึ่งกลุ่มผู้เข้าชมนั้นตั้งไว้ทั้งในส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติและกลุ่มศึกษาดูงาน

ทั้งนี้ เชื่อว่า หลังจากเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ พิพิธภัณฑ์ดังกล่าวจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่น่าสนใจของจังหวัดภูเก็ต เพราะพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่รอคอยให้นักท่องเที่ยวและผู้ในใจเข้าค้นหาทั้งเรื่องราวของศิลปวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ของชุมชน โดยเฉพาะเรื่อง เหมืองแร่และเรื่องเล่าจากชาวเหมือง สำหรับจังหวัดภูเก็ตความยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่ของชาวกะทู้ เป็นเรื่องราวที่ถูกกล่าวขาน แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมานานแล้วก็ตาม

นายชัยอนันท์ กล่าวต่อไปว่า พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ หมู่ 5 ถนนสายกะทู้-นาเกาะ ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต บริเวณเหมืองแร่เก่าท่อสูง ระหว่างเขานางพันธุรัตน์ ด้านเหนือติดกับเทือกเขาเก็ตหนี ด้านตะวันออกหรือระหว่างบ้านเกาะแก้ว-บางคู ติดกับสนามกอล์ฟล๊อกปาล์มกะทู้ อาคารพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ เป็นอาคารแบบชิโนโปรตุกีส 1 ชั้นครึ่ง มีจิ่มแจ้ (ลาน) อยู่ตรงกลาง มีการตกแต่งหน้าต่างด้วยลายปูนปั้นซุ้มโค้งแบน สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามแห่งการผสมผสาน จึงเรียกอาคารนี้ ว่า “อังมอหลาวนายหัวเหมือง”

ส่วนการจัดแสดง พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ มีการแสดงนิทรรศการแบบมีชีวิต (Life Museum) โดยแบ่งการแสดงไว้เป็น 2 ส่วน คือ ภายนอกอาคาร (Outdoor) ประกอบด้วย เหมืองแล่น เหมืองรู เหมืองหาบ เหมืองฉีด เหมืองเรือขุด ส่วยภายในอาคาร (Indoor) “อังมอเหลานายหัวเหมือง” จัดแสดงนิทรรศการ ประวัติความเป็นมาของการทำเหมืองแร่ดีบุก และวิถีชีวิตของชาวเหมือง เช่น ห้องเปิดม่านหลังกาลเวลาเกาะแห่งพญามังกร ย้อนยุคเรื่องราวการทำเหมืองแร่ในจังหวัดภูเก็ต ห้องสายสายแร่แห่งชีวิต นำเสนอเรื่องราวของเหมืองแร่ด้วยการฉายวิดีทัศน์และการบรรยาย

ห้องอารยธรรมบาบ๋า แสดงของมีค่าโบราณของคหปานี เช่น แหวน บาเย๊ะ ผ้าปาเต๊ะ กิ่มตู้น ปิ้นตั้ง หินมีค่า และอัญมณี เป็นต้น ห้องตามรอยเหมืองแร่ นำเสนอเหมืองแร่ประเภทต่างๆ เช่น เหมืองแล่น เหมืองรู เหมืองหาบ รวมทั้งแสดงขั้นตอนการถลุงแร่ และผลิตภัณฑ์จากดีบุก เรื่องเล่าจากชาวเหมือง ย้อนอดีตวิถีชีวิตชาวจีนในยุคเหมืองแร่รุ่งเรือง มีโกปี้เตี้ยม โรงขนมจีน ศาลเจ้า โรงงิ้ว โรงฝิ่น ร้านขายยาจีน เป็นต้น

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

แอร์เอเชียบินเชื่อมภูเก็ต-บาหลี ดึงนักท่องเที่ยวหนุนช่วงโลว์ซีซัน


สายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเส้นทางบินเชื่อมเกาะภูเก็ต-เกาะบาหลี เริ่มเที่ยวบินแรก 17 ธ.ค.นี้ หวังดึงนักท่องเที่ยวจากบาหลีให้เข้ามาเสริมตลาดภูเก็ตในช่วงโลว์ซีซัน

นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยถึงการเปิดเส้นทางบินภูเก็ต-บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ภายหลังเปิดเส้นทางบินใหม่ภูเก็ต-บาหลี โดยมีนายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผอ.ททท.สำนักงานภูเก็ต นายภูริศ มาศวงศ์ศา อุปนายกฝ่ายการตลาดต่างประเทศ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วม ณ โรงแรมเมอเวนพิค หาดกะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต วันที่ 8 พ.ย. ว่า

จากการที่สายการบินไทยแอร์เอเชียได้ใช้ภูเก็ตเป็นฐานในการบินเชื่อมเมืองสำคัญ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปรากฏว่า ได้รับการตอบรับที่ดีในหลายเส้นทาง ทางสายการบินไทยแอร์เอเชียจึงได้มองหาเส้นทางใหม่ ที่มีความต้องการการเดินทางเชื่อมกับภูเก็ตและการเดินทางเชื่อมระหว่างกันก่อนหน้านี้ค่อนข้างที่จะลำบาก จึงได้ข้อสรุปที่จะบินในเส้นทางภูเก็ต-เกาะบาหลี แม้จะเป็นเส้นทางที่หลายสายการบินมองว่าเป็นเส้นทางปราบเซียนก็ตาม แต่ด้วยศักยภาพของเกาะภูเก็ตและเกาะบาหลีที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของออสเตรเลีย เชื่อว่าจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวให้เดินทางจากบาหลีมาภูเก็ตและจากภูเก็ตไปบาหลีได้อย่างแน่นอน

เส้นทางดังกล่าวจะเปิดบินเป็นเที่ยวบินแรกในวันที่ 17 ธ.ค.2553 นี้ บินสัปดาห์ละ 4 เที่ยวบินก่อนในช่วงแรก คือ วันจันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์ ในราคาพิเศษสุดเริ่มต้นที่ 1,490 บาท หลังจากนั้นคาดว่าจะประมาณ 3 เดือนน่าที่จะเปิดบินได้ทุกวัน เพราะจากการศึกษาตลาด พบว่า มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยว ที่บาหลีบางส่วนต้องการที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวต่อที่ภูเก็ตและจากภูเก็ตก็ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวต่อที่บาหลีเช่นกัน และโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเดินทางเข้าบาหลีเพิ่มขึ้นรวดเร็วมาก ซึ่งจะเห็นได้จากการที่ทางสายการบินแอร์เอเชียเปิดบินในเส้นทางอินโดนีเซีย-เพิร์ธ วันละ 2 เที่ยวบิน อัตราการจองที่นั่งสูงถึง 90% และสามารถเปิดบินวันละ 3 เที่ยวบินภายใน 2 เดือน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวออสเตรเลียอัตราการจองที่นั่งสูงถึง 100%

“การเปิดเส้นทางภูเก็ต-บาหลีนั้น ทางเราเชื่อว่า จะเป็นการนำนักท่องเที่ยวจากบาหลีเข้ามาเสริมตลาดภูเก็ตในช่วงโลว์ซีซั่น รวมไปถึงนักท่องเที่ยวจากจีนอีกหลายเมืองที่บินเข้าบาหลี และญีปุ่นอีก 2 เมือง หากสามารถดึงนักท่องเที่ยวจากบาหลีปีละ 3 ล้านคนให้บินต่อเข้ามาภูเก็ต 10-20% ก็ถือว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภูเก็ตได้อีกทางหนึ่ง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวและว่า

ในช่วงแรกของการเปิดเส้นทางภูเก็ต-บาหลี ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของทั้งสองเกาะได้ตั้งเป้าการจองที่นั่งบนเครื่องบินไว้ที่ 85-90% ส่วนช่วงโลว์ซีซันอยู่ที่ 70-75% ก็ถือว่าดีแล้ว

นายทัศพล ยังกล่าวถึงเส้นทางบินเชื่อมระหว่างภูเก็ตกับเมืองสำคัญต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ ว่า หลังจากที่ทางสายการบินไทยแอร์เอเชียได้เปิดบินเชื่อมระหว่างภูเก็ตกับฮ่องกง สิงคโปร์ จาการ์ตา ปรากฏว่า ได้รับการตอบรับดีมาก เช่น ฮ่องกงผู้โดยสารแต่ละเที่ยวบินอยู่ที่ 82% ขณะที่เส้นทางในภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ 90% อุดรธานี 75-78% อุบลราชธานีซึ่งประสบภัยน้ำท่วมอยู่ที่ 60% แต่หลังจากน้ำท่วมคลี่คลายไปแล้ว คาดว่า จะดีขึ้นตามลำดับ ส่วนเส้นทางโอจิมินห์ ประเทศเวียดนาม และเมืองเมดาน ประเทศอินโดนีเซียนั้นได้ยกเลิกการบินไปแล้ว เนื่องจากผู้โดยสารน้อย

ส่วนในอนาคตอันใกล้นี้อยากที่จะบินเชื่อมเส้นทางภูเก็ตกับอินเดีย เพราะขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจากอินเดียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น ส่วนจะเป็นเมืองใด และบินเมื่อใดนั้น ยังไม่สามารถที่จะระบุได้ในขณะนี้

ส่วนปีหน้า สายการบินไทยแอร์เอเชียมีเป้าหมายที่จะทำให้เชียงใหม่เป็นฐานการบินในการบินเชื่อมกับจังหวัดต่างๆ ภายในประเทศที่เป็นเมืองท่องเที่ยวหรือเมืองธุรกิจ

ด้าน นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผอ.ททท.สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า การเปิดเส้นทางบินเชื่อมระหว่างเกาะภูเก็ตกับเกาะบาหลีของอินโดนีเซียในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มความสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมระหว่างสองเกาะ และทั้งเกาะภูเก็ตและเกาะบาหลีก็เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกอยู่แล้ว นักท่องเที่ยวพร้อมที่จะเดินทางระหว่างกันหากการเดินทางสะดวก และนักท่องเที่ยวทั้งสองเกาะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงอยู่แล้ว

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลฯ

วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

สายการบินกาตาร์ ฉลอง 10 ปี เพิ่มเที่ยวบินสู่ภูเก็ต


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2553 ที่ โรงแรมอาคาเดีย จังหวัดภูเก็ต Mr.Akbar Al Baker ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินกาตาร์ เป็นประธานการแถลงข่าวสายการบินกาตาร์โดยมี Mr.Marwan Koleilat รองประธานอาวุโส Mr. Joe Rajadurai ผู้จัดการสายการบินกาตาร์ประจำประเทศไทย กัมพูชา พม่า

ทั้งนี้ สายการบินกาตาร์เป็น สายการบินแห่งชาติของรัฐกาตาร์ ฉลองครบรอบ 10 ปี ของการให้บริการสู่เมืองไทยอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเพิ่มเที่ยวบินเพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งการเปิดให้บริการสู่ภูเก็ตที่ผ่านมานั้น รวมทั้งการเพิ่มเที่ยวบินสู่กรุงเทพฯ ทำให้สายการบินกาตาร์มีเที่ยวบินที่ให้บริการจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ สู่ประเทศไทยเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากสัปดาห์ละ 14 เที่ยวบิน เป็น 28 เที่ยวบิน

Mr.Akbar Al Baker กล่าวว่า การเพิ่มบริการสู่ประเทศสะท้อนให้เห็นได้ชัดเจนถึงความสำคัญของความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน และแน่นแฟ้นขึ้น การที่สายการบินกาตาร์เริ่มเปิดให้บริการเที่ยวบินสู่ภูเก็ต จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภูเก็ตตลอดทั้งปี จากที่เปิดให้บริการมาและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้โดยสารทั่วยุโรป ทำให้เชื่อมั่นในอนาคตของธุรกิจนี้และได้เพิ่มเที่ยวบินสู่ภูเก็ตเป็นวันละ 1 เที่ยวบิน

ข้อมูลจาก...ส.ปชส.ภูเก็ต

วันอังคารที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ททท.มั่นใจวอลเลย์บอลเวิร์ลทัวร์ที่ภูเก็ตทำรายได้กว่า 150 ล.


ททท.ภูเก็ตมั่นใจช่วงการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดหญิงเวิร์ลทัวร์ที่ภูเก็ตทำรายได้สะพัดไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท นักตบลูกยางชายหาดสาวกว่า 80 ทีมจาก 30 ประเทศร่วมแข่งชิงเงินรางวัล190,000 เหรียญสหรัฐ

วันที่ 1 พ.ย.53 ที่โรงแรมกะตะ บีช รีสอร์ท ภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายวิษณุ ไล่ชะพิษ ผู้อำนวยการศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยภาค 4 นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภูเก็ต นายสราวุธ เชื้ออินต๊ะ ผู้จัดการส่วนคลังน้ำมันภูเก็ต ปทต. จำกัด (มหาชน) นายศรัณย์ บุลสุข แบรนด์เมเนเจอร์ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด นายสมปอง ดาบเพชร รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกะรน นายเจฟฟรี่ย โรว์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน

ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดหญิงอาชีพเวิร์ลทัวร์ “ภูเก็ตไทยแลนด์โอเพ่นพาวเวอร์บาย พีทีที ซึ่งกำหนดจัดการแข่งขันขึ้นที่หาดกะรน จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 2-7 พ.ย.นี้ ชิงเงินรางวัล 190,000 เหรียญสหรัฐ สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้มีนักกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดหญิงจาก 30 ประเทศทั่วโลกมาร่วมการแข่งขันจำนวน 80 ทีม อาทิ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยี่ยม บราซิล แคนาดา จีน เช็ก ฟินแลนด์ รัสเซีย สวีเดน สหรัฐอเมริกา ไทย และอื่นๆ

นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า การจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดหญิงฯในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวและเป็นการสร้างสีสันทางด้านการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดภูเก็ต โดยจะมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันเดินทางเข้ามาร่วมไม่น้อยกว่า 1,000 คน และมีผู้ชมที่เดินทางมาจากประเทศต่างๆเข้าชมการแข่งขันไม่น้อยกว่า 10,000-20,000 คน ซึ่งมั่นใจว่าจะสร้างรายได้สะพัดให้กับจังหวัดภูเก็ตในช่วงดังกล่าวไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท

นอกจากนั้นเชื่อว่าบรรยากาศการแข็งขันที่จัดขึ้นที่บริเวณชายหาดกะรนซึ่งเป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดภูเก็ตที่ถูกถ่ายทอดไปทางสถานีโทรทัศน์ของไทยและต่างประเทศในประเทศ ต่างๆทั่วโลกที่มีผู้ชมหลายสิบล้านคนจะทำให้ผู้ที่ได้เห็นภาพได้เห็นความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวและเลือกที่จะตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น

สำหรับความพร้อมของสนามการแข่งขั้นนั้น สนามที่หาดกะรน จ.ภูเก็ต ได้รับการยอมรับจากสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติให้เป็นสนามที่มีทรายเหมาะสมที่สุดในการจัดการแข่งขั้นเวิร์ลทัวร์ในปี 2551-2552 ซึ่งในปีนี้มีสนามการแข่งขันประกอบด้วยสนามเช็นเตอร์คอร์ทที่จุดผู้ชมได้ถึง 3,000 คน และสนามแข่งขันอีก 3 สนาม รวมถึงสนามฝึกซ้อมอีก 1 สนาม นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มสนามอีก 8 สนามสำหรับการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดสมัครเล่นด้วย

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ททท.ร่วมเทศบาลนครภูเก็ตติดต่อศิลปินจีน มาร่วมงานตรุษจีน-ย้อนอดีตเมืองภูเก็ต ครั้งที่ 12

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเทศบาลนครภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดต่อประสานงานและคัดเลือกการแสดงของศิลปินจีน มาร่วมงานตรุษจีน-ย้อนอดีตเมืองภูเก็ต ครั้งที่ 12


นางสาววรรณประภา สุขสมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ตกล่าวว่าในระหว่างวันที่ 23-29 ตุลาคมนี้นางเพ็ญสุดา ไพรอร่าม รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหัวหน้าคณะนำเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานในภาคกลางและสำนักงานภูเก็ต,นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ตพร้อมด้วยคณะเดินทางไปที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อติดต่อประสานงานและคัดเลือกการแสดงของเหล่าศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากเมืองเฉินตู, คุน หมิง, เซี่ยงไฮ้และเมืองสุ่ยหมิง เพื่อให้มาร่วมแสดงในระหว่างการจัดงานตรุษจีน-ย้อนอดีตเมืองภูเก็ต ครั้งที่12ประจำปี2554ในขณะเดียวกันการเดินทางในครั้งนี้ยังจะไปรับตราประทับเจ้าแม่กวนอิม ที่วัดกว่างเต๋อ เมืองสุ่ยหมิงที่ตามตำนานเชื่อว่าเป็นวัดต้นกำเนิดของเจ้าแม่กวนอิมด้วย

นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ตกล่าวว่าการจัดงานตรุษจีน-ย้อนอดีตเมืองภูเก็ตมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ สร้างความตระหนักในการอนุรักษ์อาคารที่เป็นมรดกอันล้ำค่าของเมืองภูเก็ตตลอดจนเพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจของเมืองอีกส่วนหนึ่งอย่างไรก็ดีการจัดงานทุกครั้งที่ผ่านมาปรากฏว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่งเพราะประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเรียกร้องให้มีการจัดงานอย่างต่อเนื่องทุกปีจนอาจจะกล่าวได้ว่า งานตรุษจีน-ย้อนอดีตเมืองภูเก็ตเป็นงานประเพณีของชาวเมืองภูเก็ตที่มีเอกลักษณ์มีการผสมผสานมรดกทางด้านวัฒนธรรมของเมืองเข้าด้วยกัน คือการแต่งกาย อาหาร ขนบธรรมเนียมประเพณีรวมทั้งสถาปัตยกรรมต่างๆ

ข้อมูลจาก :: ชัยวุฒิ พวงสุวรรณ สวท. ภูเก็ต

วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ประชาชน-นักท่องเที่ยวสนใจชมนิทรรศการภาพถ่ายงานถือศีลกินผัก

ประชาชน-นักท่องเที่ยวสนใจชมนิทรรศการภาพถ่าย บอกเล่าแง่มุมความสวยงาม ของงานประเพณีถือศีลกินผัก ที่เทศบาลนครภูเก็ตร่วมกันจัดขึ้น

ที่บริเวณลานนวมินทร์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่จัดให้มีงานแสดงนิทรรศการภาพถ่ายในงานประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ต ร่วมกับชมรมาอ๊าม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดขึ้น ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้าชมการแสดงนิทรรศการภาพถ่ายดังกล่าวจำนวนมาก โดยจะจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 16 ต.ค.2553

สำหรับการจัดนิทรรศการดังกล่าวเป็นการบอกเล่าประเพณีถือศีลกินผักอันดีงาม จากมุมมองของช่างภาพชั้นนำในจังหวัดภูเก็ต และช่างภาพจากกลุ่มสหภาพ ชุมชนคนถ่ายภาพ นำโดยคุณวรนันทน์ ชัชวาลทิพากร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (การถ่ายภาพ) โดยมีภาพถ่ายการจัดงานประเพณีถือศีลกินผักเมื่อปีที่ผ่านมากว่า 100 ภาพ มาจัดแสดงด้วยภาพถ่ายที่มีคุณภาพสูงเทียบเท่างานศิลป์ในต่างประเทศ มีภาพหลากหลายขนาดและรูปแบบที่สื่อให้เห็นความสวยงามในแง่มุมต่างของงานประเพณีถือศีลกินผักที่จังหวัดภูเก็ต

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553

“กาตาร์แอร์เวย์ส” เปิดบินโดฮา-เคแอล-ภูเก็ต

สายการบินกาตาร์เปิดบินในเส้นทางกรุงโดฮา-กัวลาลัมเปอร์-ภูเก็ต เป็นเที่ยวบินแรกแล้ว ททท.และผู้ประกอบการท่องเที่ยวภูเก็ตตอบรับส่งผลดีต่อตลาดตะวันออกลาง ยุโรป และอเมริกาใต้มาก คาดจะทำให้ตลาดตะวันออกกลางโตกว่า 30%

เมื่อคืนวันที่ 12 ตุลาคม 53 ที่ผ่านมา เวลา 22.25 น.นายนฤนาท สุภัทรประทีป นายอำเภอถลาง นายสุทีพ แสนสิริพันธ์ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จวภูเก็ต นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมให้การต้อนรับ นายมาร์วาน โคโลลัท รองประธานอาวุโส ฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินกาตาร์ ในโอกาสที่เดินทางมาพร้อมกับเที่ยวบินเที่ยวบินแรกที่เดินทางมาถึงท่าอากาศยานภูเก็ต ด้วยเที่ยวบิน QR 622

นายมาร์วาน กล่าวถึงการเปิดเส้นทางบินจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์-กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และภูเก็ต ประเทศไทย ว่าจังหวัดภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางแห่งที่ 2 ของสายการบินกาตาร์ที่บินสู่ประเทศไทย โดยได้เปิดบินในเส้นทางกรุงโดฮา-กัวลาลัมเปอร์-ภูเก็ต เที่ยวบินแรกในวันที่ 12 ต.ค.2553 นี้ ด้วยเครื่องบิน แอร์บัส 330-300 ขนาด 272 ที่นั่ง แบ่งเป็นที่นั่งชั้นธุรกิจ 24 ที่นั่ง ชั้นประหยัด 248 ที่นั่ง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีด้วยจำนวนผู้โดยสารที่หลั่งไหลเข้ามา เพราะภูเก็ตถือเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่เห็นว่ามีศักยภาพในการเติบโต เนื่องจากภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามที่คนจากทั่วโลกต้องการเดินทางเข้ามา

การเปิดเส้นทางดังกล่าวจะทำให้ผู้โดยสารจากยุโรป อเมริกา อเมริกาใต้ แอฟริกา และตะวันออกกลาง สามารถเดินทางเข้าสู่ภูเก็ตโดยสายการบินกาตาร์อย่างสะดวกและรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภูเก็ต โดยขณะนี้ได้ทำการบินสัปดาห์ละ 6 เที่ยวบิน แต่หลังวันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นไป จะทำการบิน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ-กรุงโดฮาเป็น 3 เที่ยวบินต่อวัน ซึ่งจะทำให้สายการบินกาตาร์มีเที่ยวบินมาประเทศไทยสัปดาห์ละ 28 เที่ยวบิน

ด้านนางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า การที่สายการบินกาตาร์เปิดบินในเส้นทางโดฮา-กัวลาลัมเปอร์-ภูเก็ตนั้น จะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของภูเก็ต จะทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลางเดินทางเข้ามาภูเก็ตมากขึ้น โดยไม่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงเทพฯ เพราะตลาดตะวันออกกลางเป็นตลาดที่เข้ามาภูเก็ตมีการเติบโตที่สูงถึง 30% โดยมีตลาดหลัก คือ คูเวต สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ อิหร่าน ซึ่งตลาดเหล่านี้เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก ทั้งนี้เพราะแหล่งท่องเที่ยวของภูเก็ตที่เป็นชายทะเล แหล่งบันเทิง แหล่งช้อปปิ้ง การดูแลสุขภาพ ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลาง

“การเปิดเส้นทางบินดังกล่าวคาดว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเข้ามาภูเก็ตมากขึ้น และที่สำคัญนักท่องเที่ยวจากยุโรป อเมริกาใต้ และอื่นๆ สามารถเดินทางมาภูเก็ตได้สะดวกด้วย เพราะสายการบินกาตาร์มีการบินเชื่อมระหว่างกรุงโฮดากับภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งจุดนี้จะเกิดประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของภูเก็ตมาก”

ขณะที่นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวเสริมว่า การเปิดเส้นทางบินดังกล่าวของทางสายการบินกาตาร์จะทำให้นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางเข้ามาภูเก็ตมากขึ้น และยังสามารถที่จะเชื่อมการเดินทางไปยังยุโรปได้อีกด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของภูเก็ตมาก โดยในเดือนพฤษภาคมปีหน้า สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต โดยการสนับสนุนงบประมาณจาก อบจ.ภูเก็ตจะเดินทางไปส่งเสริมการขายท่องเที่ยว ในงานอาระเบียนทราเวลมาร์ท เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของภูเก็ตให้กับกลุ่มตะวันออกกลางได้รับทราบ ถึงการเดินทางที่สามารถเดินทางเข้ามาอย่างสะดวก

นายสมบูรณ์ กล่าวอีกว่า ในสัปดาห์หน้าทางสายการบินกาตาร์จะนำตัวแทนจากบริษัทนำเที่ยวจากประเทศอิหร่านเดินทางเข้ามาภูเก็ต 10 บริษัท เพื่อให้บริษัทนำเที่ยวเหล่านั้นได้เห็นแหล่งท่องเที่ยวและความพร้อมของภูเก็ต ในการที่จะนำเสนอขายภูเก็ตต่อไป สำหรับตลาดตะวันออกกลางนั้นจะเข้ามาภูเก็ตในช่วงโลว์ซีชั่น ระหว่างเดือน กรกฎาคม-กันยายน โดยมีกลุ่มหลัก คือ ดูไบ คูเวต กาตาร์ บาเรน และอิหร่านกำลังเป็นกลุ่มตลาดใหม่ที่มาแรง

ข้อมูล..ส.ปชส.ภูเก็ต

วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ททท.มั่นใจเปิดบินอุบลฯ-ภูเก็ต ช่วยเสริมการท่องเที่ยวภูเก็ต

ผอ.ททท.สำนักงานภูเก็ตร่วมต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เส้นทางอุบลราชธานี-ภูเก็ต เชื่อช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวภูเก็ต-ข้ามภูมิภาค รวมทั้งช่วงส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงถือศีลกินผักและไฮซีซัน

วันที่ 12 ต.ค.53 ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต พร้อมด้วยนายประเทือง ศรขำ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมต้อนรับเที่ยวบินของสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินอุบลราชธานี-ภูเก็ต ซึ่งเปิดเที่ยวบินเที่ยวปฐมฤกษ์นำนักท่องเที่ยวคนไทยและชาวต่างชาติจากจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต

นางบังอรรัตน์กล่าวว่า การเปิดเที่ยวบินบินตรงจากจังหวัดอุบลราชธานีเข้ามายังจังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และเป็นการแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาค โดยเฉพาะการเปิดเที่ยวบินบินตรงเข้ามาในช่วงนี้จะเข้ามาช่วยส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวคนไทย ที่ต้องการเดินทางมาร่วมงานประเพณีถือศีลกินผัก รวมทั้งช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันที่กำลังจะถึงในเร็วๆนี้ด้วย

“เชื่อว่าเป็นทางเลือกใหม่ของนักเดินทางในการเดินทางท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค เพราะจะทำให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น เมื่อการเดินทางสะดวกสบายก็จะทำให้มีการเดินทางระหว่างกันมากขึ้น”

ขณะที่ นายอรุณ ลีลาพันธิสิทธิ ผู้จัดการสถานีภูเก็ต สายการบินแอร์เอเชีย กล่าวว่า การเปิดเส้นทางบินใหม่ระหว่างภูเก็ต-อุบลราชธานี-ภูเก็ต ในครั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนจากจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม รวมทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้คนจากจังหวัดภูเก็ตและใกล้เคียงมีโอกาสในการเดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะทำให้เกิดการท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคมากขึ้น

จากการเปิดเที่ยวบินวันนี้วันแรกพบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งขาออกจากจังหวัดภูเก็ตและขอกลับจากจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีผู้โดยสารประมาณ 85% ที่ใช้บริการในครั้งนี้

สำหรับการเปิดเที่ยวบินภูเก็ต-อุบลราชธานี-ภูเก็ต จะเปิดบินสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน คือวันอังคาร พฤหัส[fu และวันเสาร์ เครื่องบินสามารถรับผู้โดยสายได้จำนวน 180 ที่นั่ง ใช้เวลาบินประมาณ 1.45 ชั่วโมง

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ททท.ส่งเสริมการขายข้ามภูมิภาค ดึงคนใต้ไปเที่ยวภาคกลางมากขึ้น

ททท.สำนักงานสมุทรสงครามนำผู้ประกอบการท่องเที่ยว 35 ราย ส่งเสริมการขายข้ามภูมิภาคที่ภูเก็ต หวังดึงคนใต้ท่องเที่ยวภาคกลางมากขึ้น

นางสาวอังคณา พุ่มพกา ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม (สมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร) กล่าวภายหลังการจัดงานโรดโชว์ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค : เส้นทางภาคใต้ (สมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร -ภูเก็ต) ที่ จ.ภูเก็ต เมื่อคืนวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเมโทรโพลภูเก็ต โดยมีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในภูเก็ตร่วมงานเป็นจำนวนมาก ว่า

จังหวัดสมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร ถือได้ว่ามีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยบรรยากาศการท่องเที่ยวเพื่อตอบแทนสังคม นอกจากนั้นยังเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว มีความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร สนามกอล์ฟ และสปา ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ มีการเดินทางที่สะดวกสบายไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคม

“การจัดงานโรดโชว์ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค เพื่อนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดสมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร ให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สื่อมวลชน ห้างร้าน บริษัท โรงงานอุตสาหกรรม ที่สามารถจัดการท่องเที่ยวเป็นรางวัล และประชาชนที่สนใจทั่วไปในจังหวัดภูเก็ต เพื่อดึงดูดให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค และเดินทางเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคมากขึ้น พร้อมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการกระจายรายได้ และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมากขึ้นด้วย”

นางสาวอังคณา กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมโรดโชว์ครั้งนี้ มีจำนวน 35 ราย ทั้งผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว ชมรมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสงคราม นครปฐม และสมุทรสาคร และมีผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เข้าร่วมจำนวนประมาณ 70 ราย

อย่างไรก็ตาม นางสางอังคณา กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของจังหวัดสมุทรสงคราม นครปฐมและสมุทรสาคร จะเป็นกลุ่มคนไทยจากกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมถึงภาคกลาง โดยเหตุที่เลือกจัดโรดโชว์ในภูมิภาคที่ จ.ภูเก็ต เป็นพื้นที่แรก เนื่องจากมองว่าเป็นเมืองที่มีศักยภาพสูง และหวังจะให้เกิดการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น ทั้งในกลุ่มของนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ เนื่องจากความแตกต่างและจุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวใน 2 ภูมิภาค เช่น ตลาดน้ำอัมพวา โฮมสเตย์ เป็นต้น

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวอินเดียกว่าพันคนมาภูเก็ต

สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวแห่งอินเดีย เลือกภูเก็ตเป็นสถานที่จัดประชุมใหญ่ประจำปีที่มีผู้เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเข้าร่วมกว่า 1,000 คน เชื่อเป็นโอกาสดีในการสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของภูเก็ตให้กลุ่มตลาดอินเดียได้รับทราบ ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตสูงกว่าปีละ 20%
      
       
ที่โรงแรมบันยันทรี หาดบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายราจิน ไรย์ (RAJJI RAI ) นายกสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวแห่งอินเดีย พร้อมด้วยนายพงษ์ธร เกษสำลี ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียนเอเชียใต้และแปซิฟิกไต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายไมเคิล ไอลิ่ง กรรมการผู้จัดการ บมจ.ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล ร่วมกันแถลงข่าวการจัดประชุมใหญ่ประจำปี 2010 ขอสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวแห่งอินเดีย ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 ก.ย.นี้ ณ โรงแรมในเครือลากูน่า ภูเก็ต รีสอร์ท โดยการประชุมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 1,000 คน
      
       
นายราจินกล่าวถึงการเลือกมาประชุมที่จังหวัดภูเก็ตว่า เนื่องจากต้องการให้สมาชิกได้เห็นถึงจุดเด็นและความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งบางคนเคยได้ยินชื่อเสียงของจังหวัดภูเก็ตแต่ยังไม่เคยเดินทางเข้ามา การเลือกมาจัดประชุมที่จังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่สมาชิกของสมาคมจะได้สัมผัสกับความสวยงามของภูเก็ตเพื่อนำไปถ่ายทอดให้กับคนคนเดียได้รับทราบต่อไป
      
       
ขณะที่ นายพงษ์ธรกล่าวว่า การที่ทางสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวแห่งอินเดีย เลือกภูเก็ตเป็นสถานที่ประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการส่งเสริมภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม คุ้มค่าการเดินทาง และเป็นอีกหนึ่งช่องทางเพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับกลุ่มประชุมสัมมนาและกลุ่มคู่แต่งงานของชาวอินเดีย
      
       
เนื่องจากสมาชิกของสมาคม TAAI ประกอบด้วย บริษัทนำเที่ยวทั่วอินเดียกว่า 2,000 ราย ซึ่งศักยภาพในการแนะนำแหล่งท่องเที่ยวต่างประเทศคู่สมาชิก การจัดประชุมใหญ่ประจำปีนอกประเทศทุกปี เป็นการสร้างรายได้โดยตรงและโอกาสทางการตลาดในระยะยาวให้กับประเทศที่จัดการประชุม การประชุมสมาชิกประจำปีของสมาคม TAAI ในครั้งนี้ เป็นการเผยแพร่สินค้าบริการทางการท่องเที่ยวให้แพร่หลายในกลุ่มนักท่องเที่ยวอินเดีย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในพื้นที่ เช่น สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สมาคมสปา สวนสนุก และห้างสรรพสินค้าเป็นอย่างดี
      
       
อย่างไรก็ตาม สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียที่เข้ามาประเทศไทยในปี 2552 มีจำนวนทั้งสิ้น 595,529 คน เพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา รายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 16,500 ล้านบาท และในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2553 นี้ (ม.ค.-ก.ค.) มีจำนวน 405,389 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 20% ตลาดอินเดียถือว่าเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและมีการเติบโตที่สูงมาก
      
       
ขณะที่ นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานนิวเดลี ประเทศอินเดีย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่ทางสมาคมฯ เลือกมาจัดประชุมที่จังหวัดภูเก็ตถือเป็นเรื่องที่ดีทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้นที่ได้รับแน่นอนคือเรื่องของรายได้ที่เกิดระหว่างการจัดประชุม เพราะนอกจากสมาชิกที่เดินทางมาภูเก็ตแล้วยังมีผู้ติดตามด้วย และที่สำคัญในระยะยาวเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยวของภูเก็ต เพราะผู้ที่เข้าร่วมประชุมล้วนแต่เป็นผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยวของอินเดียสามารถที่จะนำข้อมูลต่างๆ ไปบอกต่อและนำเสนอขายให้แก่นักท่องเที่ยวอินเดีย ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้ามาที่จังหวัดภูเก็ตเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน
      
       
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และภูเก็ตนั้น จะเข้ามาพักผ่อนตามชายทะเลเป็นครอบครัว เข้ามาชอปปิ้ง และที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้คือการเข้ามาจัดงานแต่งงานที่ประเทศไทยและจังหวัดภูเก็ต
ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวภูเก็ตห่วงห้องพักล้น มั่นใจปลายปีนี้ท่องเที่ยวดีแน่

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวภูเก็ตมั่นใจปลายปีนี้ท่องเที่ยวดีแน่ จากการเมืองในประเทศและเศรษฐกิจโลกเริ่มดีขึ้น แต่ห่วงปัญหาห้องพักล้นจนต้องตัดราคากันเอง ทำรายได้ท่องเที่ยวลดลงตามไปด้วย

นายแพทย์จิรชัย อมรไพโรจน์ นายกสมาคมโรงแรมหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะถึงนี้ คาดว่าจะดีขึ้น เหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องปัจจัยสำคัญ คือ การเมืองภายในประเทศและเศรษฐกิจโลกที่เริ่มดีขึ้น เห็นได้จากตัวเลขการส่งออกซึ่งเป็นการบ่งชี้เศรษฐกิจที่ดี เพราะเรื่องของการท่องเที่ยวปัจจัยคือความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่น่าห่วง คือ จำนวนห้องพักที่เพิ่มมากขึ้นทำให้มีการตัดราคากันเอง แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มมากขึ้น แต่รายได้ลดลงด้วยเหตุผลดังกล่าว โดยปัจจุบันจากการประเมินคร่าวๆ จำนวนห้องพักในภูเก็ตมีจำนวนประมาณ 50,000 ห้อง ทั้งที่มีใบอนุญาตถูกต้อง และไม่ถูกต้อง

นายแพทย์จิรชัยกล่าวอีกว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ส่วนใหญ่จะเป็นยุโรป สแกนดิเนเวีย ออสเตรเลีย และที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ คือ รัสเซีย

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์