แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ททท.ตรังยันควันไฟป่าไม่กระทบท่องเที่ยว –เรียลลิตี้โชว์ดังจากอังกฤษยกกองถ่ายทำที่เกาะไหง

ททท.ตรัง ยันหมอกควันไฟป่าจากประเทศอินโดนีเซีย ไม่กระทบท่องเที่ยวตรัง แต่กลับได้อานิสงส์จากรายการเกมโชว์เรียลลิตี้ชื่อดัง ที่ยกพลมาถ่ายทำที่เกาะไหง
      
       นายจรัญ ชื่นในธรรม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตรัง รับผิดชอบ จ.ตรัง และ จ.สตูล กล่าวว่า จากกรณีที่ได้เกิดหมอกควันไฟป่าบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย พัดปกคลุมในพื้นที่ 10 อำเภอของ จ.ตรัง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 ก.ค.54 ที่ผ่านมานั้น ยืนยันว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของ จ.ตรัง แต่อย่างใด โดยสถานการณ์ยังคงอยู่ในภาวะปกติ
      
       ทั้งนี้ จากการตรวจสอบยังไม่มีนักเที่ยวยกเลิกการจองห้องพัก หรือเลื่อนกำหนดการเดินทางแต่อย่างใดส่วนของเรือนำเที่ยวก็ยังเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวได้ทุกวัน ยกเว้นกรณีเกิดพายุฝน เช่นเดียวกับเรือโดยสารที่ให้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชน ในพื้นที่เกาะมุกด์ เกาะลิบง และเกาะสุกร ยังเปิดให้ทุกวัน ประกอบกับช่วงดังกล่าว จ.สตูล และ จ.ตรัง อยู่ในช่วงลมมรสุม และมีฝนตกลงมาบ้าง จึงส่งผลให้หมอกควันไฟป่าเจือจางลง และไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
      
       นอกจากนั้น แม้ในช่วงดังกล่าวการท่องเที่ยวของในฝั่งโซนอันดามัน จะอยู่ในช่วงโลว์ซีซัน และมีนักท่องเที่ยวน้อยก็ตาม แต่ จ.ตรัง ก็ยังโชคดี เมื่อมีทีมถ่ายรายการเรียลลิตี้เกมโชว์ยอดฮิต "เซอร์ไวเวอร์" จากประเทศอังกฤษ ยกกองถ่ายมาที่เกาะไหง ประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งก็ไม่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันไฟป่าแต่อย่างใด ทั้งนี้ คาดว่าหากรายการเกมโชว์ดังกล่าวออกอากาศเผยแพร่ไปทั่วโลก ก็จะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของ จ.ตรัง และเกิดเงินหมุนเวียนสะพัดในพื้นที่ จ.ตรัง อย่างแน่นอน
      
       ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตรัง กล่าวอีกว่า ยังได้หารือกับผู้ประกอบการใน จ.ตรัง เพื่อเสนอขายเส้นทางท่องเที่ยวอื่นที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ทั้งนี้ เพื่อจะเป็นจุดขายทดแทนช่วงโลว์ซีซัน เช่น กิจกรรมพายเรือแคนนูถ้ำเจ้าไหม และถ้ำเจ้าคุณ กิจกรรมล่องเรือเส้นทางท่องเที่ยวแม่น้ำท่าจีนเชื่อมกับ อ.กันตัง ฯลฯ คาดว่าหากสามารถทำให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ก็จะสามารถรักษาลูกค้าเก่าได้ ซึ่งรวมไปถึงนักท่องเที่ยวหน้าใหม่ที่ยังไม่เคยเข้ามาท่องเที่ยว จ.ตรัง อีกด้วย
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2554

ททท.เนรมิตถนนถลางเป็นถนนน้ำแข็งรับสงกรานต์


Songkran in Phuket Town 2011 เนรมิตถนนถลางเป็นถนนน้ำแข็งจัดงานสงกรานต์ ขณะที่อบต. สาคู และอุทยานแห่งชาติสิรินาถหาดในยาง รวมทั้งประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันจัดงานสงกรานต์หาดในยาง บรรยากาศคึกคัก เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ขณะที่บรรยากาศการเล่นน้ำที่บริเซรหาดป่าตองภูเก็ตยังคึกคัก

วันที่ 13 เมษายน 54 ททท.สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ตจัดงานสงกรานต์เมืองภูเก็ต หรือ Songkran in Phuket Town 2011 ในวันที่ 13-15 เม.ย.ระหว่างเวลา 18.00-22.00 น. ณ.บริเวณหน้าที่ทำการ ททท. สำนักงานภูเก็ต และบริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ภายใต้คอนเซ็ปต์ ร่วมต้อนรับปีใหม่ไทยกับการเล่นน้ำสงกรานต์บนถนนน้ำแข็ง ตื่นตาตื่นใจกับ ประติมากรรม น้ำแข็ง การแกะสลักน้ำแข็งโชว์ บาร์เทนเดอร์ เย็นฉ่ำกับซุ้มน้ำแข็ง ร่วมถ่ายภาพกับกำแพงน้ำแข็งและเก้าอี้น้ำแข็ง และการเล่นเกมในสระน้ำแข็ง ร้านจำหน่ายอาหารพื้นเมืองและอาหารนานาชาติ

ขณะที่ ที่บริเวณหาดในยาง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ตอีก คึกคักไปด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยวคนไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและเข้าร่วมกิจกรรมสงกรานต์ ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู ร่วมกับอุทยานแห่งชาติสิรินาถหาดในยาง และประชาชนในพื้นที่ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อสงเสริมและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของวันสงกรานต์ รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวของพื้นที่

โดยสุรพงศ์ ปัญญาไวย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ประเพณีสงกรานต์ไทย ในวันที่ 13 เมษายน 54 ไม่ได้เป็นวันสงกรานต์อย่างเดียว แต่เป็นวันของผู้สูงอายุควบคู่ไปด้วย องค์การบริหารส่วนตำบลสาคู พร้อมกับประชาชน และอุทยานแห่งชาติสิรินาถหาดในยาง ร่วมกันจัดงานสงกรานต์ขึ้น โดยมีทั้งการเล่นน้ำสงกรานต์อย่างสนุกสนาน มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาทั้ง พุทธ อิสลาม การรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ และมีการปล่อยพันธ์ปลา พันธ์กุ้ง ลงสู่ทะเล เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ทุก ๆ คน การแข่งขันกีฬาพื้นบ้านที่สืบสานกันมาช้านาน และกีฬาต่าง ๆ หลากหลายชนิด เช่น วอลเลย์บอลชายหาด เซปักตะกร้อ เป็นต้น พร้อมแจกพันธ์ต้นไม้หลายชนิด เช่น ต้นขนุน ต้นมะนาว รวมถึงพืชผักสวนครัว ให้กับผู้ที่มาร่วมงานเพื่อนำกลับไปปลูกที่บ้าน

ขณะที่บรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ที่บริเวณหาดป่าตองยังคงคึกคัก นักท่องเที่ยวยังลงเล่นน้ำลาดน้ำสงกรานต์กันเต็มถนนบางลา ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่ทางเทศบาลเปิดให้มีการเล่นน้ำสงกรานต์ออนเดอะบีช โดยการเล่นสงกรานต์ในพื้นที่ซอยบางลา หาดป่าตอง ได้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ ส่วนการเล่นสงกรานต์ ในตัวเมือง อ.เมืองภูเก็ต เป็นไปอย่างคึกคัก เช่นเดียวกัน ทั้งนี้การเล่นสงกรานต์ในตัวเมืองภูเก็ต ส่วนใหญ่เป็นการนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ และนั่งท้ายรถกระบะเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งบรรทุกมาเต็มท้ายรถเพื่อสาดใส่รถคันที่ขับสวนทางมา บวกกับการเล่นสงกรานต์ของเด็ก ๆ และเยาวชนที่นำถังน้ำออกมาวางเพื่อร่วมเล่นสงกรานต์ บริเวณหน้าบ้านของตนเอง ได้ทำให้การเล่นสงกรานต์ในตัวเมืองหนาแน่นไปด้วยปริมาณรถ และผู้คนที่ออกมาเล่นสาดน้ำสงกรานต์

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2554

แอร์บากันบินเชื่อมภูเก็ต-ย่างกุ้ง เมษาฯนี้ ขนนักท่องเที่ยวชมมนต์เสน่ห์สองเมือง


“สายการบินแอร์ บากัน” เปิดบินตรงเชื่อมภูเก็ต-ย่างกุ้ง 11 เมษายนนี้ หวังอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางชมมนต์เสน่ห์ระหว่างภูเก็ตกับประเทศพม่า

นายสุรนาถ ทวีทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี.บี.ทราเวล เอเจนซี่ เซ็นเตอร์ จำกัด และนางสาว สาว ทันดา นอย ผู้จัดการฝ่ายการตลาด สายการบิน แอร์ บากัน ร่วมแถลงข่าวการเปิดเส้นทางบินใหม่ภูเก็ต-ย่างกุ้ง ประเทศพม่า ว่า ทางสายการบินแอร์ บากัน ซึ่งเป็นสายการบินจากประเทศพม่า จะเปิดเส้นทางบินใหม่เชื่อมระหว่างภูเก็ต และกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า จากที่ประเทศไทย และประเทศพม่า มีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างกัน โดยจะทำการบินเที่ยวบินแรกในวันที่ 11 เมษายน 2554 นี้ ด้วยเครื่องบินฟอกเกอร์ 92 ที่นั่ง ออกจากภูเก็ตในเวลาประมาณ 19.00 น.ซึ่งจะทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน ในวันจันทร์และวันศุกร์

การเปิดบินในเส้นทางดังกล่าว เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดภูเก็ตกับประเทศพม่า ให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศพม่าที่มีทั้งนักท่องเที่ยวยุโรป เอเชีย และชาติอื่นๆ ที่ต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวต่อที่จังหวัดภูเก็ต และนักท่องเที่ยวจากจังหวัดภูเก็ตที่ต้องการเดินทางต่อไปยังพม่า มีความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทางมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องแวะต่อเครื่องที่กรุงเทพฯ โดยใช้เวลาในการเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ทางสายการบินแอร์บากันได้เปิดตัวที่จะบินในเส้นทางดังกล่าว ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ภูเก็ตและต้องการที่จะเดินทางไปต่อที่ประเทศพม่า มีจำนวนไม่น้อย แต่ที่ผ่านมาการเดินทางไปค่อยสะดวกนักท่องเที่ยวจะต้องไม่ต่อเครื่องที่กรุงเทพฯ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเมื่อมีการเปิดบินตรงจะทำให้สะดวก และที่สำคัญการเดินทางไปพม่าโดยสายการบินแอร์บากันนั้น นักท่องเที่ยวสามารถที่จะขอวีซ่าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (VISA ON ARRIVAL) ได้เลย เนื่องจากขณะนี้ทางสายการบินแอร์ บากันได้ขอให้รัฐบาลพม่าสนับสนุนการทำวีซ่าดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น โดยเสียค่าวีซ่า 30 เหรียญสหรัฐฯ รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 ใบ และสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 นาทีเท่านั้น

นายสุรนาถ กล่าวอีกว่า ในช่วงที่เปิดเส้นทางบินใหม่นั้น ทางบริษัท พี.บี.ทราเวล ได้ร่วมกับสายการบินแอร์บากัน จัดเพ็กเก็จทัวร์ราคาพิเศษในช่วงวันที่ 11-18 เมษายน 2554 นี้ ในราคา 19,900 บาท และ 20,900 บาท พร้อมตั๋วเครื่องบิน ห้องพัก อาหาร และโปรแกรมนำเที่ยวย่างกุ้ง หงสาวดี พระธาตุอินทร์แขวน เป็นต้น และเมื่อเดินทางไปถึงย่างกุ้งแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวต่อยังเมืองสำคัญทางการท่องเที่ยวของพม่าไม่ว่าจะเป็น พุกาม มัณฑะเลย์ ยะไข่ ทวาย มะริด เป็นต้น เพราะสายการบินแอร์ บากัน ได้ทำการบินเชื่อมระหว่างย่างกุ้งกับเมืองต่างๆในพม่าถึง 21 เมือง

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2554

“พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต”เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าชมอย่างเป็นทางการ


เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าชมพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ตแล้ว ททท.-สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์เริ่มต้นเน้นรับนักท่องเที่ยวคนไทย-จีน เชื่อเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่แสวงหาความเป็นอดีต

วันที่ 3 มี.ค.54 นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายชัยอนันต์ สุทธิกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกะทู้ นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์ประสิทธิ์ โกยศิริพงศ์ ประธานชมรมพิพิธภัณฑ์ จังหวัดภูเก็ต และ พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต รวมกันแถลงข่าวเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าชมพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต ทั้งอยู่บริเวณหมู่ที่ 5 ถนนสายกะทู้-เกาะแก้ว ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต โดยจะเริ่มเปิดให้บริการรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ห้องจัดแสดงบันซ้านบางเหนียว เก่วเกี้ยวในทู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต

นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ตพร้อมที่จะรองรับผู้เข้าชมแล้วโดยสร้างอยู่บนพื้นที่ประมาณ 400 ไร่ ใช้งบประมาณในการดำเนินการทั้งงบอุดหนุนและงบสมทบตั้งแต่ปี 2549-ปี 2551 รวมประมาณ 181 ล้านบาท โดยมีการจัดแสดงเล่นเรื่องราวการทำเหมืองแร่ในอดีตที่ผ่านมาทั้งพื้นที่ด้านนอกอาคาร และภายในอาคาร

ในส่วนของด้านนอกอาคาร ยังสามารถพัฒนาปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ ซึ่งการสร้างพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ตนั้น ตรงกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ตด้านการท่องเที่ยว ทำให้การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นนอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีหาดทราย ชายทะเล ซึ่งพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่นั้นเป็นการนำเสนอขายทางด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต

ในการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต จะต้องมีสิ่งเหล่านี้เข้ามาเกี่ยวข้องจะอาศัยขายเพียงธรรมชาติอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นจะต้องทำให้ภูเก็ตเป็นเมือง “ครีเอทีฟทัวริสซึม” เมื่อถึงจุดนั้น จังหวัดภูเก็ตก็จะสามารถเลือกนักท่องเที่ยวเข้ามายังจังหวัดภูเก็ตได้

ด้าน นายชัยอนันท์ สุทธิกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกะทู้ กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ตเกิดขึ้นจากแนวความคิดที่จะส่งเสริมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและประวัติศาสตร์ชุมชน โดยเฉพาะตำบลกะทู้ในอดีตมีการทำเหมืองแร่เกือบทั่วพื้นที่ ซึ่งการดำเนินการพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ เป็นการนำต้นทุนทางประวัติศาสตร์มาทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวภายในจัดให้มีการแสดงนิทรรศการภายใต้ชื่อ “เปิดลับแลม่านฟ้าเกาะพญามังกรทอง” มีห้องแสดงนิทรรศการในอังมอเหลา ซึ่งประกอบไปด้วย โปท้องหง่อก่ากี่ชิน วิถีอัญมณีนายหัวเหมือง,เรืองดารากรสายแร่แห่งชีวิต, นิรมิตเล่นแร่แปรธาตุ, ฉลาดนาวาชีวิตลิขิตปรัชญ์สืบสาน, บันซ้านบางเหนียว, เก่วเกี้ยวในทู และห้องอื่นๆ อีกจำนวนมาก

ด้านนายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การสร้างพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ตนั้นเป็นเรื่องที่ดี ที่จะทำให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาวิถีชีวิตของคนภูเก็ตในอดีต รวมทั้งวิถีชีวิตการทำเหมืองแร่ การสร้างเมืองภูเก็ต และจุดเปลี่ยนแบบก้าวกระโดดของการสร้างเมืองภูเก็ต เชื่อว่า พิพิธภัณฑ์เหมืองแต่ภูเก็ตจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ เพราะปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวต่างก็ต้องการที่จะศึกษาเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม วิถีชีวิตนอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ

ที่ผ่านมา ภูเก็ตมักจะถูกเปรียบเทียบกับบาหลี ในเรื่องของวัฒนธรรมหลายคน บอกว่า มาภูเก็ตไม่มีสิ่งเหล่านี้ให้เข้าไปศึกษาเรียนรู้ ซึ่งจริงแล้วในส่วนของภูเก็ตเรามีทั้งวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต เพียงแต่ยังมีไม่มีใครนำมาเสนอต่อนักท่องเที่ยวเท่านั้นเอง

นายสมบูรณ์ กล่าวต่อไปว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวที่คาดว่าน่าจะได้รับความสนใจหลังจากมีการเปิดตัวพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทย และคนจีน เนื่องจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังแสวงหาความเป็นอดีต โดยเฉพาะชาวจีนนั้นสามารถที่จะมาศึกษาวิถีชีวิตของชาวจีน ที่ย้ายเข้ามาอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะการศึกษาวิถีชีวิตในช่วงที่จีนปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นจุดขายที่สำคัญของตลาดจีน นอกจากนั้น ในการทำโรดโชว์ในต่างประเทศทางสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ก็พร้อมที่แนะนำแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบ

ขณะที่นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า ทาง ททท.พร้อมที่จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศและคนไทยได้รู้จัดแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ เพราะถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ เป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาท่องเที่ยวในมิติแห่งการเรียนรู้ ซึ่งปัจจุบันนี้เทรนความต้องการของนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับการเรียนรู้มากขึ้นโดยเฉพาะทางด้านวัฒนธรรม

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมงานเทศกาลตรุษจีนย้อนอดีตเมืองภูเก็ตคืนสุดท้ายคับคั่ง


สำหรับงานดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครภูเก็ตกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต สมาคมเพอรานากัน ชุมชน Old Phuket Town ซึ่งร่วมกันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ครอบคลุมพื้นที่ย่านเมืองเก่า ประกอบด้วย ถนนถลาง ซอยรมณีย์ ถนนกระบี่ ถนนพังงา และถนนเทพกระษัตรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและฟื้นฟูการท่องเที่ยวและต้องการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอันล้ำค่าของเมืองภูเก็ตให้ชาวภูเก็ตและผู้มาเยือนได้ชื่นชมมรดกทางวัฒนธรรม

ทั้งนี้กิจกรรมมีการละเล่นพื้นเมืองภูเก็ต ล่องเรือกอจ๊าน การแสดงของนักเรียนเยาวชนภูเก็ต การประกวดภาพถ่าย การจำหน่ายอาหารพื้นเมืองภูเก็ต การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากสาธารณรัฐประชาชนชน และพิธีไหว้เทวดา

ข้อมูลจาก...ส.ปชส.ภูเก็ต

วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว เปิดให้เยี่ยมชมแล้ว ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก


เมื่อเวลา 09.00 น. วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554 ที่ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นางนลินี อัครเดชา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต ร่วมรับประทานอาหารเช้า เพื่อพบปะปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นข้อราชการกับหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดภูเก็ต โดยมี หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ภาคเอกชน ในจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม

นายสมบัติ อติเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิกุศลสงเคราะห์จังหวัดภูเก็ต (ล๊อกเซียนก๊ก) กล่าวว่า การสร้างพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีคนจีนและประวัติศาสตร์ของโรงเรียนจีนในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศิษย์เก่า พ่อค้า แม่ค้า ที่ได้ให้ข้อมูล ของคนจีน เพื่อรวบรวมมาอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ โดยใช้เวลาในการสร้างเป็นเวลา 4 ปี ส่วนงบประมาณการลงทุนทั้งหมด 16 ล้านบาท เริ่มทำการเปิดเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สำหรับพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวเปิดให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งได้รับการตอบรับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมอยากทราบถึงประวัติบุคคลสำคัญของคนภูเก็ต ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทางโรงแรม และทั่วการท่องเที่ยวช่วยกระจายข่าว ความนิยมจากคนไทยภาคอื่นๆ เพราะได้มีสารคดีต่าง ๆ ได้มาถ่ายที่นี้ และได้ไปลงตามสื่อต่าง ๆ วันนี้ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ได้ประชาสัมพันธ์ให้กับคนภูเก็ต และส่วนราชการเพื่อที่จะได้บอกต่อให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจต่อไป

สำหรับค่าเข้าเยี่ยมชมนักท่องเที่ยวเก็บคนละ 200 บาท และ ราคาคนไทยอยู่ที่คนละ 50 บาท ส่วนภายในพิพิธภัณฑ์ จะมีกิจกรรมตั้งแต่ คนจีนที่อพยพมาจากเมืองจีนเข้ามาทางภูเก็ตได้อย่างไร ส่วนใหญ่ เป็นคนมณฑลใด เข้ามาอยู่ในภูเก็ตและบุคคลเหล่านี้ ได้มีอยู่กี่ตระกูลใหญ่ๆ จนถึงวิธีชีวิตที่มาจากเมืองจีนมาถึงจังหวัดภูเก็ตได้อย่างไร ผ่านจุดตรวจคนเข้าเมืองได้อย่างไร จนถึงการรวบรวมคนจีนที่มาอยู่แล้ว มาอยู่เป็นชุมชนได้อย่างไร โดยอาศัยแซ่สมัยก่อน ซึ่งคนที่มาแล้วใช้แซ่อะไร และก็มีการอุปถัมภ์คนที่มาแล้วยังไม่เจอญาติจะช่วยอุปถัมภ์ให้ และมีการรวมกันเป็นสมาคมหรือศาลเจ้าในปัจจุบันที่ยังลงเหลืออยู่

อีกห้องจะเป็นประวัติศาสตร์ของคนที่ได้ทำคุณงามความดี ให้กับจังหวัดภูเก็ตโดยเฉพาะโรงเรียนจีนซึ่งได้ศิลาจารึกอยู่ที่ป้ายโรงเรียน ให้ทำประวัติเชิดชูบุคคลเหล่านั้น ถือว่าเป็นคนที่มีจิตใจดีสร้างการศึกษา ให้กับลูกหลาน อีกด้านหนึ่งจะเป็นประวัติศาสตร์ของจังหวัดภูเก็ตกับประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ของประเทศจีนมาเยี่ยมภูเก็ตและได้เก็บรูปภาพไว้ จนถึงเรื่อง ของพระยารัษฎา ที่มาทำให้จังหวัดภูเก็ตนั้นเจริญรุ่งเรืองอย่างไร และอีกด้านเป็นประเพณีเหมืองแร่ซึ่งเป็นอีกส่วน และประเพณี การค้าขายของคนจีน อาทิ เสื้อผ้า ประเพณีการแต่งงาน ประเพณีงานศพ อาหาร ขนม จนถึงอาคารต่าง ๆ ที่มีแบบชิโนโปตุกีส ที่ยังลงเลือกในภูเก็ต ของดั้งเดิมของคนจีนนี้ก็เป็นหลักใหญ่ที่เราได้เก็บรวบรวมมาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว

ข้อมูลจาก...ส.ปชส.ภูเก็ต

วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

ผู้ประกอบการนำเที่ยวทางทะเลรับได้ปิดบางจุดฟื้น “ปะการัง”


ผู้ประกอบการนำเที่ยวทางทะเลภูเก็ต เห็นด้วยปิดอุทยานบางจุด เพื่อฟื้นฟูแนวปะการังที่ได้รับความเสียหายจากการฟอกขาว หลังกรมทรัพยากรทางทะเลฯเสนอปิดอุทยานฟื้นแนวปะการัง

จากกรณีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เสนอกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขอให้ปิดอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา เพื่อฟื้นฟูแนวปะการังที่ได้รับความเสียหายและตายจากการฟอกขาว หลังเกิดปัญหาปะการังฟอกขาวในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน จนส่งผลให้ปะการังตายมากถึง 90% โดยเฉพาะปะการังเขากวาง ปะการังวงแหวน ปะการังดาวใหญ่ ปะการังโขด

สาเหตุการเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว พบว่า มาจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นถึงกว่า 30 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2553 ที่ผ่านมา ต่อเนื่องกันถึง 3 เดือน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้ประกอบนำเที่ยวทางทะเลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่ให้บริการนำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำชมความสวยงามของแนวปะการัง และโลกใต้ทะเลฝั่งอันดามัน ต่างต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด โดยการกำหนดมาตรการที่เข้มงวดในการเข้าไปชมแหล่งดำน้ำของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว รวมทั้งการควบคุมจำนวนเรือและผู้เข้าไปใช้บริการในแต่ละวัน ส่วนการปิดอุทยานนั้นหากปิดเป็นบางจุดส่วนใหญ่เห็นด้วย

นายต่อพงษ์ วงเสถียรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีสตาร์อันดามัน จำกัด ซึ่งให้บริการนำเที่ยวและดำน้ำบริเวณหมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ และเกาะตาชัย จ.พังงา กล่าวว่า กรณีที่มีการเสนอปิดพื้นที่ดำน้ำบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์-สิมิลัน

ความคิดเห็นส่วนตัว มองว่า สาเหตุของแนวปาการังที่ได้รับความเสียหายนั้นเกิดจาก 2 สาเหตุ คือความผิดปกติทางธรรมชาติที่น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูง ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวและตายเป็นจำนวนมาก และผลกระทบที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ดังนั้นการที่อุทยาน หรือกระทรวงทรัพย์ จะทำการปิดแหล่งดำน้ำ เพื่อให้ปะการังฟื้นตัวนั้น คิดว่า ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องและตรงจุด เพราะในแต่ละปีจะมีการปิดอุทยานฯอย่างน้อย 6 เดือนอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ปะการังฟื้นตัว คิดว่า น่าจะดำเนินการในเรื่องของการกำหนดมาตรการที่เข้มงวดในการเข้าไปใช้บริการดำน้ำในเขตอุทยานฯ ของผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเรือที่จะทำให้ไม่มีคราบน้ำมันเกิดขึ้น รวมถึงการสร้างจิตสำนึกของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบเรือของผู้ประกอบการ

มาตรการการให้ความรู้กับทั้งผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ก่อนที่จะลงดำน้ำรวมทั้งการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว และจะต้องมีการกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวด้วย เพราะปัจจุบันมีความเสียหายเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก และเกิดขึ้นก่อนที่จะมีปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะบริเวณอ่าวมาหย่า ทั้งนี้ เป็นผลมาจากขาดการบริหารจัดการที่ดี ทำให้ความเสื่อมโทรมเกิดขึ้นอย่างมาก
เชื่อปิดหมดกระทบภาพรวม

ดังนั้น หากจะแก้ปัญหาก็ควรจะดำเนินการให้ตรงจุด ก็ต้องมีการกำหนดมาตรการและเข้มงวดในการเข้าไปใช้บริการ โดยเฉพาะการสร้างจิตสำนึกไม่ให้มีการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความยั่งยืนได้ โดยห้ามจับ ห้ามเก็บและห้ามทิ้ง ยกตัวอย่าง การให้อาหารสัตว์น้ำ และมีการทิ้งขยะลงไปในทะเล ซึ่งสัตว์น้ำไม่สามารถแยกแยะได้ เมื่อกินเข้าไปก็จะตายในที่สุด ที่เป็นข่าวมาต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นเต่าทะเล พะยูนหรือปลาขนาดใหญ่

นายต่อพงษ์ กล่าวด้วยว่า หากมีการปิดอุทยานฯ ก็จริงย่อมที่จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในวงกว้างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมโยงกับการประกอบการอื่นๆ เพราะที่ผ่านมาก็มีการดำเนินการปิดแหล่งดำน้ำในบางจุดอยู่แล้ว แต่ถ้าปิดอุทยานบางจุด เพื่อให้ปะการังที่เสียหายมากๆฟื้นตัวก็เห็นด้วยแต่ไม่ใช้ปิดทั้งหมด

ขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจให้บริการเรือนำนักท่องเที่ยวดำน้ำ ในฝั่งอันดามันรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เห็นด้วยถ้าเป็นการปิดอุทยานเพียงบางจุดเพื่อให้ปะการังฟื้นตัว แต่ถ้ามีการปิดทั้งหมดนั้น เชื่อว่าจะส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวแน่นอน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ

การแก้ปัญหาเพื่อให้แนวปะการังที่เกิดจากปรากฏการณ์การฟอกขาว คิดว่า แนวทางที่ดีที่สุดคือ การจำนวนเรือที่เข้าไป รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้แหล่งดำน้ำแออัดเกินไป การเข้าไปของนักท่องเที่ยวจำนวนมากๆ อาจจะไปกระตุ้นให้แหล่งปะการังฟื้นตัวช้าขึ้น และจะต้องกระจายนักท่องเที่ยวไปในแหล่งๆอื่นเพื่อให้แนวปะการังได้ฟื้นตัว

สำหรับในฝั่งทะเลอันดามัน มีแหล่งดำน้ำจำนวนมาก และแต่ละแหล่งมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ซึ่งจากการนำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำ พบว่า บางจุดยังเห็นความเสียหายไม่ชัดเจน แต่บางจุดก็เห็นชัด เช่นที่เกาะราชา เกาะบอน เกาะเฮ เกาะแอว จังหวัดภูเก็ต พบว่า ปะการังที่ได้รับความเสียหายและตายจำนวนมาก คือ ปะการังเขากวาง ส่วนที่เกาะสิมิลัน เกาะสุรินทร์ นั้นการนำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำส่วนใหญ่จะไปดำน้ำบริเวณน้ำลึกซึ่งเป็นจุดที่ปะการังเสียหายไม่มากนัก เปิดรายงานศึกษาผลกระทบการเกิดปะการังฟอกขาวปี 2553

จากการศึกษาเก็บรวบรวมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า ปี 2553 แนวปะการังเสียหายจากการฟอกขาวมากที่สุด เนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลจากปกติ 29 องศาเซลเซียสได้เริ่มสูงขึ้นเป็น 30 องศาเซลเซียสตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2553 สามสัปดาห์ต่อมาปะการังได้เริ่มฟอกขาวแผ่พื้นที่เป็นวงกว้างคลุมทะเลทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย

จากการสำรวจโดยหลายหน่วยงาน พบว่า ในแต่ละพื้นที่มีปะการังฟอกขาวมากน้อยต่างกันไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับชนิดปะการังที่ขึ้นคลุมพื้นที่มากเป็นพวกที่ไวต่อการฟอกขาว พื้นที่นั้นก็จะได้รับผลกระทบมาก อย่างเช่น แนวปะการังที่มีปะการังเขากวาง (Acropora spp.) ขึ้นเป็นดงกว้างใหญ่ พื้นที่นั้นก็จะได้รับผลกระทบมาก นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับว่าชายฝั่งที่แนวปะกรังขึ้นอยู่นั้นได้รับอิทธิพลจากคลื่นลมมากน้อยเพียงไรด้วย ด้านที่รับแรงจากคลื่นลมจะเป็นด้านที่อุณหภูมิไม่สูงอยู่ตลอดเวลา (เช่น ด้านตะวันตกของเกาะต่างๆ ทางฝั่งทะเลอันดามัน) ปะการังจึงฟอกขาวน้อยกว่าด้านอื่น

จากการตรวจสอบในหลายพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม 2553 โดยเฉพาะที่หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เกาะราชา จ.ภูเก็ต เกาะไข่นอก และหมู่เกาะสุรินทร์-สิมิลัน จ.พังงา พบว่า ในแต่ละแห่งแนวปะการังได้รับผลกระทบ เกิดความเสียหายมาก

จากการที่แนวปะการังได้รับความเสียหายจากการฟอกขาวอย่างรุนแรงในปี 2553 นี้ ทำให้สภาพแนวปะการังเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก แนวปะการังหลายแห่งเปลี่ยนจากสภาพสมบูรณ์ไปเป็นสภาพเสียหายมาก การฟื้นตัวของแนวปะการังจะเกิดขึ้นได้ โดยขบวนการทางธรรมชาติ โดยโคโลนีของปะการังที่ยังหลงเหลืออยู่เจริญเติบโตต่อไป และจากการเข้ามาลงเกาะใหม่ของตัวอ่อนปะการัง ซึ่งอาจเป็นตัวอ่อนที่ได้จากแม่พันธุ์ที่อยู่ภายในแนวปะการังนั้น หรือมาจากแหล่งอื่นที่อยู่ใกล้เคียงหรือห่างไกลออกไป

ดังนั้น การจัดการพื้นที่จึงต้องครอบคลุมเป็นพื้นที่กว้าง เพราะแนวปะการังถึงแม้มิใช่เป็นผืนเดียวกัน แต่ก็มีความเชื่อมโยงกัน เพราะต้องอาศัยตัวอ่อนที่แพร่กระจายไปตามกระแสน้ำ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแนวปะการังครั้งนี้ แน่นอนที่สุดในแต่ละพื้นที่ใช้เวลาแตกต่างต่างกันในการฟื้นตัวกลับคืนสู่สภาพดีดังเดิม

การสำรวจหลังการฟอกขาวของปะการังในครั้งนี้ ได้พบโคโลนีวัยอ่อน ขนาดเล็กกว่า 5 ซม. ของปะการังในสกุล Acropora ขึ้นในหลายพื้นที่ แสดงให้เห็นว่าสิ่งแวดล้อมในแนวปะการังเหล่านั้นยังอยู่ในสภาวะที่เอื้ออำนวยต่อการลงเกาะและการเจริญเติบโตของตัวอ่อน มีอยู่เพียงแห่งเดียวที่น่าเป็นห่วง คือบริเวณฝั่งตะวันออกของเกาะเมียง (หาดเล็ก) ซึ่งไม่พบปะการังวัยอ่อนเลย แต่กลับพบว่ามีสาหร่ายในกลุ่ม blue-green algae (cyanobacteria) ขึ้นคลุมบนซากปะการังที่ตายจากการฟอกขาว

สิ่งนี้เป็นข้อบ่งชี้ถึงมวลน้ำที่ไม่สะอาด สาเหตุอาจเกิดจากของเสียที่ถูกถ่ายเทลงน้ำ โดยเฉพาะของเสียจากเรือที่จอดอยู่เป็นจำนวนมากในบริเวณนั้น รวมทั้งอาจเป็นของเสียที่ไหลซึมผ่านชั้นดินเนื่องจากพื้นที่นั้นไม่ไกลจากที่พักของนักท่องเที่ยว ฉะนั้น การจัดการพื้นที่เพื่อให้คุณภาพน้ำดีเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทางอุทยานฯ ต้องจัดการ

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

“รมว.สุวิทย์” เปิดศูนย์ประสานงานเครือข่ายกู้ภัยทางทะเลที่ภูเก็ต


รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มั่นใจว่า ประชาชนและนักท่องเที่ยวจะมีความมั่นใจมากเพิ่มขึ้น เพราะมีศูนย์ประสานงานเครือข่ายการกู้ภัยทะเลทุกแห่ง พร้อมเน้นย้ำห้ามมีการร้องเรียนเด็ดขาด

วันที่ 17 ม.ค.54 นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานเครือข่ายการกู้ภัยทางทะเล และเปิดฝึกอบรมดำน้ำหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (อันดามัน) จังหวัดภูเก็ต

ภายในงานจัดให้มีการแสดงนิทรรศการให้ความรู้ทางทะเล และชมการสาธิตการกู้ภัยทางทะเล ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล กรณีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชจัดขึ้น เพื่อฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ประจำหน่ายค้นหา และกู้ภัยทางทะเลตามโครงการทำดีเพื่อแผ่นดิน ร่วมใจกู้ภัยทางทะเล และเป็นการฝึกอบรมหลักสูตรดำน้ำเบื้องต้นให้กับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติจำนวน 40 คน โดยมีข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลจากจังหวัดต่างๆ และนักเรียนในพื้นที่เข้าร่วม

นายสุวิทย์ กล่าวว่า โครงการทำดีเพื่อแผ่นดิน ร่วมกู้ภัยทางทะเล ถือเป็นโครงการที่จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติต่างๆ ได้เพิ่มมาก เพราะในขณะนี้ในเขตอุทยานแห่งชาติต่างๆ จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติทางทะเลทั้ง 6 แห่ง เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เกาะสุรินทร์ เกาะสิมิลัน อ่าวพังงา เขาลำปี-หาดท้ายเหมือง

สำหรับการอบรมเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางทะเล เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมจะต้องมีความรู้เรื่องของการปฐมพยาบาล เรื่องของการช่วยชีวิต รวมถึงเรื่องของการประสานขอความร่วมมือจากเครือข่ายที่จะต้องมีการดำเนินการร่วมกัน

การอบรมให้ความช่วยเหลือนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ ในส่วนของหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทางทะเลเองจะต้องดำน้ำลึกได้ และสามารถที่จะนำบุตรหลานเข้าร่วมได้ ตนเชื่อว่า ต่อไปภูเก็ต พังงา กระบี่ จะมีฤดูกาลท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาได้ตลอดเวลา

นายสุวิทย์ ยังได้กล่าวต่อไป สิ่งสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว คือ เรื่องของความยั่งยืนทางธรรมชาติ ถ้าปัจจุบันภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ แต่ถ้ามีการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนและแหล่งท่องเที่ยวไม่แตกต่างจากที่อื่น ต่อไปภูเก็ตก็จะไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา เพราะฉะนั้นในส่วนของหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่ง จะต้องให้ความสำคัญดูแลไม่ให้มีการบุกรุกเข้าไปในอุทยานฯ ซึ่งอุทยานแห่งชาติจะต้องเป็นอุทยานเขียว น้ำใส จึงจะต้องช่วยกันดูแล

ทั้งนี้ หากมีการบุกรุกเข้าไปและมีการร้องเรียนเข้ามา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งตนจะเอาผิดกับหัวหน้าอุทยานฯที่ถูกร้องเรียนเข้ามา เพราะฉะนั้นหัวหน้าอุทยานฯ อย่าเห็นแก่ผลประโยชน์เล็กน้อย เพราะทรัพยากรนั้นเมื่อเสียหายไปแล้วฟื้นฟูกลับมายาก เพราะฉะนั้นจะต้องป้องกัน และดูแลและอย่าให้มีการร้องเรียนเกิดขึ้น อยากให้หยุดขายแผ่นดิน กินป่า และมาร่วมกันทำความดีเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายสุวิทย์ กล่าวต่อไปเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ ถือเป็นเรื่องสำคัญปัญหาน้ำเสียเมื่อเกิดขึ้นแล้วฟื้นฟูให้กับมาเหมือนเดิมอยาก พื้นที่ใดที่มีปัญหาและมีความจำเป็นที่จะต้องปิดก็จะต้องปิด เพื่อเปิดโอกาสให้ทรัพยากรธรรมชาติฟื้นฟู ส่วนเรื่องของการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯเพื่อปลูกปาล์ม หรือสวนยางพาราถ้าหาจับกุมแล้ว จะต้องตัดทำลายและปลูกพืชทดแทนอย่าปล่อยไว้จะต้องมีการดำเนินการอย่างเด็ดขาด

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554

ภูเก็ตเปิดบ้านเลขที่ 63 ถนนถลางให้ข้อมูลท่องเที่ยวย่านเมืองเก่า

เทศบาลนครภูเก็ตเปิดบ้านเลขที่ 63 ถนนถลางเป็นศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ที่เริ่มขยายตัวเข้ามาท่องเที่ยวในตัวเมืองมากขึ้น

นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวถึงการเปิดศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว เทศบาลนครภูเก็ต ณ บ้านเลขที่ 63 ถนนถลาง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่า ขณะนี้แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะย่านการค้าเมืองเก่าถนนถลาง อ.เมือง จ.ภูเก็ต กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

เดิมนั้นจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในระดับโลก หาดทรายที่สวยงามเป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ในปัจจุบัน ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประเพณีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันเป็นอัตลักษณ์ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น

ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เทศบาลนครภูเก็ตจึงได้เปิดศูนย์บริการข้อมูลทางด้านการท่องเที่ยว ที่บ้านเลขที่ 63 ถนนถลาง ซึ่งภายในจะเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของย่านการค้าเมืองเก่า ข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ย่านเมืองเก่าของภูเก็ต

น.ส.สมใจ กล่าวต่อไปว่า และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนโดยเฉพาะย่านการค้าเมืองเก่า จึงอยากให้ชาวภูเก็ตร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจเมืองภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักของนักลงทุน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยร่วมกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในเขตเมือง ในระดับประเทศและระดับสากล

รวมทั้งร่วมกันรักษาความเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นให้คงอยู่อย่างยั่งยืนถาวร ร่วมกันใส่ใจดูแล รักษาสิ่งแวดล้อมเมืองให้มีความสะอาด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการต้อนรับนักท่องเที่ยว รวมถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดี

สำหรับ ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว เทศบาลนครภูเก็ตนับเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือร่วมใจระหว่างองค์กรภาครัฐ และภาคประชาชน อันจะนำไปสู่ความสำเร็จร่วมกันต่อไปในภายหน้า เชื่อว่าหลังจากเปิดศูนย์ให้บริการนักท่องเที่ยวแล้ว แหล่งท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าจังหวัดภูเก็ตจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเข้าชมจำนวนมาก ซึ่งศูนย์บริการข้อมูลดังกล่าวเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ที่สำคัญต่อไป

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแหลมพันวา ภูเก็ตเปิดโซนน้ำตก รับนักท่องเที่ยว


สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแหลมพันวา ภูเก็ต เปิดตัวโซนน้ำตกจำลอง สร้างระบบนิเวศน์พันธุ์ปลาน้ำจืด สัตว์หายากสร้างแรงดึงดูดเพิ่มนักท่องเที่ยวเข้าชม

นางสาวราตรี สุขสุวรรณ นักวิชาการประมงชำนาญการ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลนกล่าวถึงการปรับปรุงสถานแสดงพันธ์สัตว์น้ำภูเก็ตเพื่อสร้างความหลากหลายให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าชม ด้วยการสร้างน้ำตกจำลอง ขนาดพื้นที่ 10 ตารางเมตร ภายในโซน 3 ตู้แสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ตว่า ขณะนี้ ทางสถานพันธ์สัตว์น้ำภูเก็ตได้สร้างน้ำตกจำลองขนาดพื้นที่ 10 ตารางเมตรเสร็จแล้วและเปิดให้นักท่องเที่ยวรวมทั้งประชาชนทั่วไปเข้าชมในวันเด็กแห่งชาติที่กำลังจะมาถึง

ซึ่งนอกจากจะมีน้ำตกจำลองแล้วภายในโซนน้ำตกจำลองยังมีการแสดงพันธ์ปลาน้ำจืดทั้งของไทยและต่างประเทศ ที่สวยงามและหายากมาจัดแสดงให้ผู้เข้าชมได้ชมด้วย

สำหรับปลาน้ำจืดที่คาดว่าจะได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยว คือ ปลาจระเข้ฟอริด้า หรือ Alligator (อัลลิเกเตอร์) ขนาดใหญ่จำนวน 2 ตัวนี้ มีขนาดความยาวประมาณ 2 ฟุตและ 1 ฟุต ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีปลาน้ำตกที่สวยงาม ควรค่าแก่การอนุรักษ์ อย่าง ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาหมอบัตเตอร์ ปลาเปคู ปลาแรดเผือกมาจัดแสดงชาวปลาพันธ์ปลาน้ำจืดเหล่านี้จะได้รับความสนใจไม่น้อยไปจากอุโมงค์ปลาน้ำเค็มที่จัดแสดงอยู่แล้ว

ส่วนโซนด้านนอกนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำปูไก่ ซึ่งเป็นปูที่หาดูได้ยากพบเห็นไม่บ่อยนักมาจัดแสดงให้ผู้เข้าชมได้ชมด้วย สำหรับปูไก่นั้นมีเอกลักษณ์ที่กระดองเป็นรูปไข่ เวลาหากินจะมีเสียงร้องเจี๊ยบๆคล้ายลูกไก่

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554

ททท. ภูเก็ต พร้อมเตรียมเปิดตลาดเอเชียเพิ่ม รองรับช่วงเทศกาลตรุษจีน




เมื่อเวลา 11.00 น. วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต สรุปการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2554 ที่ผ่านมาว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม อัตราการจองห้องพักในแถบชายทะเล อย่างเช่น หาดป่าตอง กะรน อยู่ที่ 90-100 % ห้องพักค่อนข้างเต็ม ส่วนในตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 60 และกลุ่มนักท่อง เที่ยวที่เข้ามาเที่ยวมาก จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวแสกนดิเนเวีย ออสเตเรีย รัสเซีย และ ตะวันออกกลาง และที่น่าแปลกใจก็คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชีย เช่น จีนที่เคยมาท่องเที่ยวมาก จะหายไปค่อนข้างมาก อยู่ที่ 20% และกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยอีกด้วยที่หายไปจากจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวสึนามิ

สำหรับหาดทราย ชายทะเล ที่เป็นยอดฮิตที่สุดที่นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวมาก คือ เกาะพีพี สิมิลัน หมู่เกาะราชา ส่วนคนไทยมีประมาณ 20% แต่จะท่องเที่ยวในลักษณะวัฒนธรรม มากกว่าการท่องเที่ยวที่เป็นชายทะเล ในส่วนของรายได้นั้น จะมากกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 15% อย่างไรก็ดีนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปในช่วงปีใหม่นั้นได้มีการจองห้องพักเข้ามาตั้งแต่ 15 มกราคม 2554 ถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยช่วงนี้จะเป็นนักท่องเที่ยวเอเชียที่จะเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น ส่วนการวางแผนตลาด ในปีหน้าได้ร่วมหารือกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ต สมาคมโรงแรมไทย ภาคใต้จะเน้นส่งเสริมตลาดเอเชีย เนื่องจากด้วยวิกฤติในเรื่องของภัยทางธรรมชาติ จะเป็นอุปสรรคมากกับกลุ่มยุโรปที่จะเข้ามา จึงจะเน้นไปที่ประเทศจีน เกาหลี อินเดียให้มากขึ้น ส่วนตลาดฮ่องกงนั้นจะไม่ค่อยตื่นตระหนก ค่อนข้างจะรับฟังข่าวสารจากเมืองไทยอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ททท.จะมีการวางแผนปฏิทินกิจกรรมต่าง ๆ มีการเตรียมจัดงานใหญ่ ๆ หลายงาน ซึ่งได้หารือกันว่าจะเป็นการชูเอกลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตที่เป็นพรีเมี่ยมอัพเดทขึ้นไปให้มีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตามปีนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดภูเก็ตอยู่ที่ 3 ล้านคนเศษ และคาดว่าปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 10% โดยสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยลดลง โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาทดแทน

ข้อมูลจาก...ส.ปชส.ภูเก็ต

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ยิ่งใหญ่อลังการงานเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวภูเก็ต


งานเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ณ หาดป่าตอง ครั้งที่ 25 สุดอลังการ นักท่องเที่ยวรอชมแน่น ขบวนแห่ Patong Canival ใน 2 รูปแบบสุดยิ่งใหญ่ ผสมผสานขบวนรถธรรมชาติ-ไฟหลากสี ประกาศความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวโลกในไฮซีซันนี้

เมื่อคืน 15 ธ.ค.53 ที่ผ่านมา ที่ลานบางลา หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต ณ หาดป่าตอง ครั้งที่ 25 ประจำปี 2553 โดยเทศบาลเมืองป่าตอง ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดขึ้น มีนายศิริพัฒ พัฒกุล นายอำเภอกะทู้ นายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง ฝ่ายบริหาร สมาชิกสภา ข้าราชการ พนักงานเทศบาลเมืองป่าตอง แขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในเขตเทศบาลเมืองป่าตองและใกล้เคียง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศเข้าร่วมในพิธี จำนวนมาก

โดยงานเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. ด้วยขบวนแห่ง Patong Canival สุดอลังการ มีผู้สนับสนุนจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน ตลอดจนโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ ประกอบด้วย ขบวนที่มีความสวยงามตระการตา ผู้เข้าร่วมขบวนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหลากหลายสีสัน ซึ่งผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสกับความมีชีวิตชีวา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสนุกสนานริมทะเลชายหาดป่าตอง

โดยปีนี้ทางเทศบาลเมืองป่าตองได้นำเสนอขบวนแห่ Patong Canival ใน 2 รูปแบบ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างขบวนรถที่ตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติ และขบวนรถที่ตกแต่งด้วยไฟหลากสี ร่วมกับการนำเสนอขบวนพาเหรดที่มีผู้เข้าร่วมขบวนจำนวนหลายร้อยคน เพื่อสะท้อนให้เห็นความงดงามของการตกแต่งกายจากตำนาน และอารยธรรมไทยทุกยุคทุกสมัย แดนดินถิ่นสี่ภาค ซึ่งที่เริ่มจากซอยตัน ถนนผังเมืองสาย ก.เลี้ยวขวาเข้าถนนประชานุเคราะห์ตรงไปตามถนนประชานุเคราะห์ เลี้ยวขวาเข้าถนนทวีวงศ์ ตรงไปตามถนนทวีวงศ์ไปสิ้นสุดขบวน ณ บริเวณสนามฟุตบอลแหลมเพชร ซึ่งตลอดสองข้างทางที่ขบวนแห่ผ่านเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ รวมถึงประชาชนในพื้นที่ ที่ออกมารอรับ เพื่อชมความสวยงามของขบวนแห่ ที่ปีนี้จัดได้ยิ่งใหญ่อลังการจริงๆ

นายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง กล่าวว่า การจัดงานเปิดฤดูการการท่องเที่ยว ณ หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ และสร้างความหลากหลายในกิจกรรมให้กับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและการเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้เกิดความประทับใจ ซึ่งเป็นการร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน โรงแรม และสถานบันเทิง

โดยการจัดงานในปีนี้ เทศบาลเมืองป่าตองได้ร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นภายใต้บรรยากาศริมทะเลชายหาดป่าตอง ประชาชนและนักท่องเที่ยวจะได้พบกับการแสดงแสงสีเสียง ยามค่ำคืน การแสดงศิลปวัฒนธรรม และคอนเสิร์ตจากศิลปินดังจาก GMM แกรมมี่ ทุกค่ำคืน นอกจากนี้ยังจะได้พบกับความบันเทิงจากอีก 2 เวทีหลัก คือ เวทีแสดงศิลปวัฒนธรรมจากนักเรียน นักศึกษา ณ ลานบางลา และเวทีคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง ณ สนามฟุตบอลแหลมเพชร

นายเปี่ยนกล่าวถึงกิจกรรมในส่วนของวันที่ 16 ธ.ค.ด้วยว่า ทางเทศบาลและหน่วยงานเกี่ยวข้องได้จัดให้มีกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตลอดทั้งวัน ภายใต้ชื่อ “หาดสวย ทะเลใส ป่าตองใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ซึ่งจะประกอบด้วยการแข่งขันดำน้ำเก็บขยะ การแข่งขันเรือหางยาว การช่วยกันรักษาความสะอาดของท้องทะเล และชายหาดป่าตอง นิทรรศการด้านสิ่งแวดล้อม และกิจกรรมอื่นๆ เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้สวยงามเป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยว และพร้อมรับการกลับมาเยือนอีกหลายๆ ครั้ง

นอกจากนี้ ตลอดแนวชายหาดป่าตอง มีการออกบูธร้านค้า การจำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น การจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ และอาหารไทยพื้นบ้านอีกมากมาย ที่รอคอยให้นักท่องเที่ยวได้มาลิ้มรส ตลอดการจัดงานเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต ณ หาดป่าตอง ซึ่งกำหนดจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 15-20 ธันวาคม 2553 นี้

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

รมว.ท่องเที่ยวพร้อมหนุนท่องเที่ยวภูเก็ต


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมหนุนงบสนับสนุนการท่องเที่ยวภูเก็ต

วันที่ 29 พ.ย.53 นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดโรงแรม Westin Siray Bay Resort & Spa บ้านเกาะสิเหร่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ถึงการสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่รู้จักไปทั่วทุกมุมโลก มีชื่อเสียงด้านความงามของทิวทัศน์ และสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก และเห็นด้วยที่จะให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองที่ปกครองตนเองเพื่อจะได้ปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวระบบสาธารณูปโภคให้ดียิ่ง

อย่างไรก็ตาม คงต้องฝากให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ช่วยดูแลสถานที่ท่องเที่ยว การบริการขั้นพื้นฐาน เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเกิดความประทับใจต่อจังหวัดภูเก็ต ในส่วนรัฐบาลเองพร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนา และส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว โดยในส่วนของจังหวัดภูเก็ตในสนับสนุนงบประมาณการขยายสนามบินภูเก็ต การก่อสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติ และล่าสุด รัฐบาลได้ลงนามให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชี่ยน บีชเกมส์ ในปี 2014 ซึ่งกิจกรรมโครงการเหล่านี้จะเกิดผลดีต่อจังหวัดภูเก็ตในอนาคตแน่นอน

ทั้งนี้ ในช่วงไฮซีซันนี้ การที่ผู้ประกอบการโรงแรมมาลงทุนในจังหวัดภูเก็ต ถือเป็นการตัดสินใจถูกต้อง เพราะขณะนี้กลุ่มนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลีย สแกนดินีเวีย และจากจีน เดินทางเข้ามาภูเก็ตจำนวนมาก คงต้องฝากให้โรงแรมดูแลแขกชาวต่างชาติ การบริการแขกที่เข้าพัก และการอำนวยความสะดวกในทุกๆ ด้าน เพื่อให้เกิดความประทับใจ

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ศูนย์ประชุมฯ ภูเก็ตได้ข้อสรุปแนวคิดรูปแบบแล้ว ผสมผสานความเป็นนานาชาติกับอัตตลักษณ์ภูเก็ต

ได้ข้อสรุปกรอบแนวคิดรูปแบบศูนย์ประชุมฯ ภูเก็ตแล้ว ผสมผสานความเป็นนานาชาติเข้ากับความเป็นอัตตลักษณ์ภูเก็ต ชูหอนาฬิกาสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสเป็นแลนด์มาร์ก

วันที่ 23 พ.ย.53 ที่ห้องพระพิทักษ์แกรนด์บอลรูม โรงแรมเมโทรโพล ภูเก็ต กรมธนารักษ์ โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณลาดกระบัง จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 3 โครงการ การศึกษาและวิเคราะห์โครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นในด้านมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีต่อโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต เพื่อให้โครงการดังกล่าวมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดและมีมาตรการที่ป้องกันและแก้ไขผลกระทบได้อย่างครบถ้วน โดยมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและมีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนภาคประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก

โดยทางสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ได้นำเสนอแนวคิดในการออกแบบอาคารศูนย์ประชุมผสมผสานความเป็นนานาชาติ ความเป็นภูเก็ตและสภาพอุทยานป่าที่มีอยู่บริเวณใกล้ที่ตั้ง และจากปรากฏการณ์ที่มีเต่าทะเลเคยขึ้นมาวางไข่บนชายหาดใกล้กับที่ตั้งโครงการ จึงเสนอแนวคิดเพื่อให้เป็นศูนย์ประชุมฯในอุทยานธรรมชาติ (Convention in the Natural Park) ได้แก่ ความเป็นนานาชาติที่ทันสมัย โดยนำเสนอรูปทรงอาคารที่มีเส้นสายเป็นธรรมชาติเท่าที่ทำได้ การออกแบบที่ผสมผสานความเป็นภูเก็ตทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีส มาประยุกต์ใช้ รวมถึงจุดเด่นอื่นๆ

เช่น หอนาฬิกามาเป็นแลนด์มาร์ก เป็นต้น มีการเชื่อมต่อสภาพที่เป็นธรรมชาติของป่าสงวนและทะเล โดยนำเสนอผนังและหลังคากระจก เพื่อให้สามารถสัมผัสได้ถึงธรรมชาติภายนอกอาคาร นำเสนอหลังคาสีเขียวที่ได้รับการปลูกหญ้าและเชื่อมต่อระหว่างพื้นชั้นล่างบนระดับดินและเดินขึ้นสู่ระดับชั้นสองที่เป็นบริเวณระเบียงจัดเลี้ยง และเชื่อมเป็นสะพานข้ามบ่อน้ำเดิมไปสู่บริเวณป่าชายหาดเพื่อเดินลงไปสู่หาดทราย นอกจากนี้ยังจัดพื้นที่เพื่อรองรับและส่งเสริมกิจกรรมในเชิงอนุรักษ์ เช่น จุดเรียนรู้ธรรมชาติ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมของการแสดงความคิดเห็นนั้นยังคงมีความกังวลในเรื่องของรูปแบบอาคารที่ต้องการความเป็นเอกลักษณ์ไม่เฉพาะความเป็นภูเก็ตเท่านั้นแต่รวมถึงเอกลักษณ์ของความเป็นภาคใต้ด้วย ปัญหาด้านการคมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะเมื่อมีการประชุมขนาดใหญ่ สถานที่จอดรถซึ่งอาจจะไม่เพียงพอ ระบบการรักษาความปลอดภัย ระบบการอำนวยความสะดวก ระบบน้ำที่ใช้ในโครงการ การจัดแบ่งพื้นที่ใช้สอย การเข้าใช้ประโยชน์ของชุมชนบริเวณที่ตั้งโครงการ การบริหารจัดการหลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ

นายพิทักษ์ ดิเรกสุนทร ผู้อำนวยการสำนักบริหารที่ราชพัสดุ 2 กรมธนารักษ์ กล่าวว่า ตามที่กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์โครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต บนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ภก.153 บริเวณหาดไม้ขาว ต.ไม้ขาว อ.ถลาง บนเนื้อที่ 150 ไร่

โดยได้รับอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้าง 2,600 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จึงได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น เพื่อให้ประชาชนเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ และรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อโครงการ รวมทั้งความเดือดร้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นและกำหนดเป็นมาตรการป้องกันและแก้ไขความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากผลกระทบ ตลอดจนเพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในรายงานและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีต่อโครงการ โดยจะมีการนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะผนวกไว้ในรายงาน EIA ด้วย

นายไตรบัญญัติ จริยะเลอพงศ์ รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า แนวคิดในการออกแบบที่ให้ความสำคัญและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ดี แต่ขณะเดียวกันก็อยากให้คำนึงถึงในเรื่องของสังคมและชุมชนที่อยู่บริเวณโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของชุมชนชาวไทยใหม่ซึ่งเป็นคนดั้งเดิมของคนภูเก็ต และชุมชนที่เกิดใหม่ เพราะที่ผ่านมาจะเน้นเรื่องของกายภาพเป็นหลัก รวมทั้งอยากให้มีการจัดตั้งกองทุนโดยนำรายได้ที่ได้จากการจัดการประชุมมาใช้สำหรับจัดกิจกรรมช่วยเหลือสังคมด้วย

นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ยังคงมีความกังวลเรื่องลานจอดรถ โดยเฉพาะกรณีรถบัสขนาดใหญ่ เนื่องจากหากมีการประชุมที่มีผู้ร่วมเป็นจำนวนมากต้องใช้รถจำนวนมาก ระบบการรักษาความปลอดภัย ห้องครัวในการประกอบอาหารสำหรับจัดเลี้ยงคนเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะต้องมีการเตรียมพร้อม

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ภูเก็ตไบค์วีค 2011 จัดยิ่งใหญ่ระดับเอเชีย คาดมีกลุ่มผู้รักมอเตอร์ไซค์ใหญ่ จากทั่วโลกเข้าร่วม 8-10 เม.ย. นี้

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 ที่ห้องผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายวิทยา สิงห์ฆาฬะ (ซูมัน) ผู้ดำเนินการจัดงานภูเก็ตไบค์วีค (PHUKET BIKE WEEK) ครั้งที่ 17 พร้อมด้วยคณะ เข้าพบ นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อหารือการจัดโครงการภูเก็ตไบค์วีค 2011 (PHUKET BIKE WEEK) ครั้งที่ 17

นายวิทยา กล่าวว่า การจัดโครงการภูเก็ตไบค์วีค 2011 (PHUKET BIKE WEEK) ครั้งที่ 17 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน 2554 ณ หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล และทางบกระดับโลก เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อเป็นการรณรงค์และเสริมสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ให้เกิดความปลอดภัย และเพื่อหารายได้จากการจัดกิจกรรมมอบให้แก่องค์กรการกุศล

อย่างไรก็ตามการจัดงานภูเก็ตไบค์วีค 2011 (PHUKET BIKE WEEK) ครั้งที่ 17 ได้มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ตลอดเวลา 16 ปี ที่ผ่านมามีผู้ที่รักการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ใหญ่ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมชมกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันถือได้ว่าการจัดงานในลักษณะนี้ถือได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ของไทยและต่างประเทศจำนวนหลายสถานี ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ไปสู่สาธารณชนทั่วโลก ได้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสมาชิกเครือข่าย ฮาร์เล่ย์ โอนเนอร์ กรุ๊ป ที่มีสมาชิกกว่า 2 แสน คนทั่วโลก ผ่านสมาชิกชมรมกว่า 300 ชมรมในประเทศไทย และกว่า 500 ชมรมทั่วโลก นักท่องเที่ยวประเภทนี้ได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี ส่งผลให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างครบวงจร

สำหรับการจัดงานภูเก็ตไบค์วีค 2011 (PHUKET BIKE WEEK) ครั้งที่ 17 มีประเทศที่เข้าร่วมจำนวนหลายประเทศ อาทิเช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา สวีเดน อังกฤษ ออสเตรเลีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน นอร์เวย์

ข้อมูลจาก...ส.ปชส.ภูเก็ต

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ท่องเที่ยวภูเก็ตคึกคัก

การท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเริ่มคึกคัก ภาคเอกชนมั่นใจ การท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวภูเก็ตเพิ่มขึ้น

เมื่อเวลา 11.30 น. วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ที่ บริษัท รัษฎา วี .ไอ. พี. คอรัล ทัวร์ นาย ตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เป็นประธานเปิดออฟฟิศทัวร์ บริษัท รัษฎา วี .ไอ. พี. คอรัล ทัวร์ โดยมี นาย สุรทิน เลี่ยนอุดม นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา นาย เชาวเลิศ จิตจำนง รองนายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา นาย สมัคร รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ประธานสภาเทศมนตรีตำบลรัษฎา นาย ชัยณรงค์ ปินวาสน์ ผู้จัดการบริษัท รัษฎา วี .ไอ. พี. คอรัล ทัวร์ และนาย ศุภ ชำนาญเนียม ที่ปรึกษา บริษัท รัษฎา วี .ไอ. พี. คอรัล ทัวร์เข้าร่วม

นาย ศุภ ที่ปรึกษา บริษัท รัษฎา วี .ไอ. พี. คอรัล ทัวร์ กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี และในช่วงไฮซีซั่นนั้นปีนี้ เชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจังหวัดมีสถานที่ท่องเที่ยว เป็นจำนวนมาก และสามรถเชื่อมโยงไปยังจังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน และเพื่อเป็นการเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ในจังหวัดภูเก็ตในฝั่งทิศ ตะวันออกที่การท่องเที่ยวยังไม่ดีเท่าที่ควร ไม่เหมือนกับทางฝั่งตะวันตะวันตก แต่หลังจากทางจังหวัดให้การสนับสนุน พัฒนา เส้นทางต่าง ๆ และสาธารณูปโภค ทำให้การท่องเที่ยวดีขึ้น สำหรับการเปิดออฟฟิศใหม่ในวันนี้หวังว่า น่าจะไปได้ดี เพราะสถานที่ตั้งของออฟฟิศ อยู่ติดกับชายหาดซึ่งใกล้กับตัวเมือง และโรงแรม ระดับห้าดาว ซึ่งเป็นการส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัด ทั้งนี้ยังเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตอีกด้วย

ข้อมูลจาก...ส.ปชส.ภูเก็ต

วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ท่าอากาศยานภูเก็ต ฉลองครบรอบ 22 ปี พร้อมเผยความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2553 ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต จัดงานแถลงข่าวครบรอบ 22 ปีท่าอากาศยานภูเก็ต โดยมี นาย ประเทือง ศรขำ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต เป็นประธาน พร้อมด้วย บุคลากรท่าอากาศยานภูเก็ต และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วม

นายประเทือง กล่าวว่า แนวโน้มในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553-เมษายน 2554 คาดว่าผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นจากปี 2552 ไม่ต่ำกว่า 25% ซึ่งปริมาณจำนวนผู้โดยสารตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552-กันยายน 2553 มีจำนวน 6,700,000 กว่าคน เมื่อเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานกับปี 2552 เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.16 ที่เพิ่มขึ้นจะอยู่ในช่วงของไฮ-ซีซัน โดยปัจจุบันประเทศที่ตัวเลขผู้โดยสารมาก คือ ออสเตรเลีย จีน เกาหลี และยุโรป ซึ่งความสามารถในการรองรับผู้โดยสารอยู่ที่ 6 ล้านกว่าคน ถือว่าเกินความสามารถที่จะรองรับได้ แต่อย่างไรก็ตามท่าอากาศยานภูเก็ตได้เตรียมรองรับจำนวนผู้โดยเพิ่มขึ้นอีก 5% และจะขยายห้องผู้โดยสารขาออกเพื่อรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น นอกจากนี้ท่าอากาศยานภูเก็ตได้ประสานงานไปยังเที่ยวบินต่างๆ เพื่อขอให้เช็คอินจำนวนผู้โดยสารก่อน เพราะจะทำให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาในการเช็คอินที่อาคารผู้โดยสารและสามารถรองรับผู้โดยสารที่หนาแน่นให้ดีขึ้น ทั้งนี้ปัจจุบันมีสายการบินทำการบินที่ท่าอากาศยานภูเก็ต นั้นมีจำนวน 38 สายการบิน และจะมีสายการบินใหม่ที่จะทำการบินเข้ามา ในช่วงฤดูหนาว ปี 2553/2554 คือ QATAR AIRWAYS เส้นทางบิน DOHA/KUL/HKT โดยจะเริ่มทำการบิน 12 ตุลาคม 2553 นี้ ซึ่งเป็นสายการบินแรกที่ทำการบินมายังภูเก็ต จึงถือว่าเป็นโอกาสดีของภูเก็ตอีกด้วย

ข้อมูล...ส.ปชส.ภูเก็ต

วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ททท.ส่งเสริมการขายข้ามภูมิภาค ดึงคนใต้ไปเที่ยวภาคกลางมากขึ้น

ททท.สำนักงานสมุทรสงครามนำผู้ประกอบการท่องเที่ยว 35 ราย ส่งเสริมการขายข้ามภูมิภาคที่ภูเก็ต หวังดึงคนใต้ท่องเที่ยวภาคกลางมากขึ้น

นางสาวอังคณา พุ่มพกา ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม (สมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร) กล่าวภายหลังการจัดงานโรดโชว์ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค : เส้นทางภาคใต้ (สมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร -ภูเก็ต) ที่ จ.ภูเก็ต เมื่อคืนวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเมโทรโพลภูเก็ต โดยมีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในภูเก็ตร่วมงานเป็นจำนวนมาก ว่า

จังหวัดสมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร ถือได้ว่ามีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยบรรยากาศการท่องเที่ยวเพื่อตอบแทนสังคม นอกจากนั้นยังเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว มีความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร สนามกอล์ฟ และสปา ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ มีการเดินทางที่สะดวกสบายไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคม

“การจัดงานโรดโชว์ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค เพื่อนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดสมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร ให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สื่อมวลชน ห้างร้าน บริษัท โรงงานอุตสาหกรรม ที่สามารถจัดการท่องเที่ยวเป็นรางวัล และประชาชนที่สนใจทั่วไปในจังหวัดภูเก็ต เพื่อดึงดูดให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค และเดินทางเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคมากขึ้น พร้อมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการกระจายรายได้ และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมากขึ้นด้วย”

นางสาวอังคณา กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมโรดโชว์ครั้งนี้ มีจำนวน 35 ราย ทั้งผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว ชมรมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสงคราม นครปฐม และสมุทรสาคร และมีผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เข้าร่วมจำนวนประมาณ 70 ราย

อย่างไรก็ตาม นางสางอังคณา กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของจังหวัดสมุทรสงคราม นครปฐมและสมุทรสาคร จะเป็นกลุ่มคนไทยจากกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมถึงภาคกลาง โดยเหตุที่เลือกจัดโรดโชว์ในภูมิภาคที่ จ.ภูเก็ต เป็นพื้นที่แรก เนื่องจากมองว่าเป็นเมืองที่มีศักยภาพสูง และหวังจะให้เกิดการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น ทั้งในกลุ่มของนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ เนื่องจากความแตกต่างและจุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวใน 2 ภูมิภาค เช่น ตลาดน้ำอัมพวา โฮมสเตย์ เป็นต้น

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553

งาน “ Fun Fly Suratthani 2010” เริ่มแล้ว ที่ตำบลท่าสะท้อน จ.สุราษฎร์ฯ

เริ่มงาน “ Fun Fly Suratthani 2010” กระตุ้นท่องเที่ยวที่ ต.ท่าสะท้อนจ.สุราษฎร์ธานี มีนักร่มบินใน ปท.-ตปท.เข้าร่วมแข่งขัน Pramotor คับคั่ง คาดเงินสะพัด10ล.

วันที่ 18 กย. 53 เวลา 10.30 น.นายไพศาล ตรีธัญญา นายอำเภอพุนพิน เป็นประธานเปิดงาน “ Fun Fly Suratthani 2010” เพื่อการแข่งขันกีฬาร่มบิน (Paramotor) ณ บริเวณโดมสระบัว และบริเวณบ่อน้ำพุร้อน ม.6 ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ทางอำเภอพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น เพื่อร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ของตำบลท่าสะท้อน ซึ่งเป็นตำบลต้นแบบ โดยกิจกรรมหลัก ประกอบด้วย การแข่งขันกีฬาร่มบิน (Paramotor), งานปาร์ตี้เปิดตัวท่าสะท้อน, กิจกรรมนำเสนอทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพด้วยน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ การนวดแผนไทย, และชมการออกร้านจำหน่ายและสาธิตการผลิตงานหัตถกรรมจักสานกระจุดผลิตภัณฑ์โอท๊อประดับ 5 ดาว ซึ่งงานมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 ก.ย. 53

อย่างไรก็ตามสำหรับวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของการจัดงาน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักโดยมีนักกีฬาร่มบินระดับนานาชาติ จากทั่วประเทศ รวม 23 ชมรม กว่า 100 คน เข้ารวมการแข่งขัน โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น การบินแบบ Tpkeoff , Bomb Prop , Landing , Slalom ซึ่งเป็นการบินขึ้นทิ้งสัมภาระลงสู่เป้าหมาย การบินแบบดับเครื่องร่อนลงสู่เป้าหมาย และในวันพรุ่งนี้ ( 19 กันยายน ) จะเป็นการบินแบบซิกแซก หวาดเสียว ผ่านเสาหลักไม้ ซึ่งการแข่งขันแบบดับเครื่องกลางอากาศแล้วนำเครื่องร่อนลงสู่จุดหมายเป็นที่ตื่นเต้นและหวาดเสียว ของกลุ่มผู้ชมเป็นอย่างยิ่ง

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

ภูเก็ตสร้างปะการังเทียม “สตาร์ลูบี้พอยท์” ที่เกาะรายาใหญ่

หมู่เรือปะการังเทียม “สตาร์ลูบี้พอยท์” เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ตได้รับความสนใจจากนักดำน้ำ ยกให้เป็นแหล่งน้ำแห่งใหม่ที่น่าสนใจ หลังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต และผู้ประกอบการ จมเรือ 2 ลำ เพื่อสร้างแนวปะการังเทียมลดความหนาแน่นการใช้แนวปะการังธรรมชาติ

นายไพทูล แพนชัยภูมิ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 ภูเก็ต กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวถึงความสำเร็จการสร้างแนวปะการังเทียมที่บริเวณอ่าวทือ เกาะราชาใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่า หลังจากศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 ภูเก็ต กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเกาะราชาใหญ่ จัดสร้างแนวปะการังเทียมโดยใช้หมู่เรือประมงจำนวน 2 ลำ คือ เรือฮาลูบี้ ซึ่งเป็นเรือเหล็กอายุกว่า 10 ปี และเรือประมงไม้ จมลงสู่ทะเลเมื่อเดือน พ.ย. 2552 สร้างเป็นแนวปะการังเทียม เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ และลดผลกระทบการใช้ประโยชน์แนวปะการังธรรมชาติ ที่ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวลงไปดำน้ำชมแนวปะการังจำนวนมาก

ปรากฏว่า หลังจากการจมหมู่เรือดังกล่าวเพื่อสร้างแนวปะการังเทียมแห่งใหม่ได้รับความสนใจจากนักดำน้ำชาวต่างชาติและคนไทยเป็นอย่างมาก โดยขณะนี้มีนักดำน้ำลงไปดำน้ำที่จุดดังกล่าว หรือที่รู้จักกันในกลุ่มนักดำน้ำ คือ จุด “สตาร์ลูบี้พอยท์” จำนวนมาก เฉลี่ยมีนักดำน้ำเข้าไปดำน้ำชมความสวยงามของแหล่งดำน้ำแห่งใหม่กว่า 100 คนต่อวัน

พร้อมกับยกให้เป็นแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ที่น่าสนใจ และเป็นจุดหมายใหม่ของนักดำน้ำ เนื่องจากแหล่งดำน้ำแห่งนี้นอกจากจะมีเรือประมงที่จมแล้วยังมีความหลากหลายของสัตว์ทะเลนานาชนิดที่เข้าไปอาศัยอยู่ภายในเรือประมงที่จม เช่น เต่าทะเล ปลาไหลมอนเล่ ปลาผีเสื้อ ปลาปักเป้า และปลาสวยงามอื่นจำนวนมาก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถลงไปเล่นกับสัตว์ทะเลได้อย่างใกล้ชิด รวมทั้งสามารถที่จะว่ายน้ำเข้าไปชมความสวยงามภาพในตัวเรือได้ด้วย จึงเป็นจุดที่น่าสนใจและดึงดูดให้นักท่องให้นักท่องเที่ยวเข้ามาดำน้ำในจุดดังกล่าว แทนที่จะไปดำน้ำในจุดดำน้ำที่เป็นแนวปะการังธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยให้แนวปะการังธรรมชาติที่เสื่อมโทรมสามารถฟื้นตัวกลับมาได้เร็วขึ้น

“อย่างไรก็ตาม จากการจมเรือไปได้ระยะหนึ่ง พบว่า ขณะนี้เริ่มมีปะการังชนิดต่างๆ เริ่มลงเกาะที่บริเวณตัวเรือทั้ง 2 ลำ เชื่อว่า อีกไปนานแหล่งปะการังเทียมแห่งนี้จะมีปะการังธรรมชาติเกิดขึ้นจำนวนมากโดยเฉพาะกัลปังหาที่ลงเกาะตามตัวเรือจำนวนมากแล้ว และมั่นใจว่าในช่วงไฮซีซันที่จะถึงนี้แหล่งดำน้ำแห่งนี้จะมีนักท่องเที่ยวลงไปดำน้ำเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน” นายไพทูล กล่าวและว่า

สำหรับการดำเนินการสร้างหมู่เรือปะการังเทียมที่อ่าวทือ เกาะราชาใหญ่ จ.ภูเก็ต นั้น จะมีการขยายพื้นที่เพิ่มเติม ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการหาผู้สนับสนุนในการจัดซื้อเรือเพิ่ม เพื่อนำวางในบริเวณดังกล่าวเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น และเป็นการเพิ่มพื้นที่ในการดำน้ำเพื่อไม่ให้แออัดเกินไป ซึ่งการจัดวางเรือแต่ละลำนั้นจะวางห่างกันจุดละประมาณ 20 เมตร โดยมีการวางแท่งซีเมนต์โปร่งเชื่อมต่อกัน ทำให้นักดำน้ำสามารถดำน้ำจากเรือลำหนึ่งไปยังเรืออีกลำได้โดยไม่ขาดตอน

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์