แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาคใต้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาคใต้ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

กระบี่จัดงาน “เบิกฟ้าอันดามัน 2012” The opening of miracle season 13-15 พ.ย.นี้


เชิญเที่ยวงานกระบี่เบิกฟ้าอันดามัน 2012” The opening of miracle season ระหว่างวันที่ 13-15 พฤศจิกายน 2555 ที่หาดอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
      
       
โดยจังหวัดกระบี่ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนจัดขึ้นเพื่อเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะมาถึง รวมทั้งนำเสนอความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว และความหลากหลายของกิจกรรมทางการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ สัมผัสความงดงามของศิลปวัฒนธรรม และของดีเมืองกระบี่อีกมากมาย
          ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
      
       สำนักงานหอการค้าจังหวัดกระบี่ โทรศัพท์ 0-7570-0204
      
       การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานจังหวัดกระบี่ โทรศัพท์ 0-7562-2163
      
       สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ โทรศัพท์ 0-7562-3944
ข้อมูลจาก.. ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2555

เร่งโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศอันดามัน นำเอเย่นต์ทัวร์ไทย-ต่างชาติสัมผัส


กลุ่มจังหวัดอันดามันเร่ง ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่เป็นอันซีนอันดามันให้เป็นที่ รู้จักมากขึ้น เตรียมนำเอเย่นต์ทัวร์ทั้งไทยและต่างชาติมาสัมผัสทั้ง 5 จังหวัดเร็วๆ นี้
      
       นายนฐ วิเศษศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามเทรเวลเลอร์ ด๊อทคอม จำกัด เปิดเผยว่า ทางสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา ได้มอบหมายให้บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินโครงการ อันซีนอันดามัน การประชาสัมพันธ์และกิจกรรมเชิงนิเวศโดยใช้งบประมาณของกลุ่มจังหวัดอันดามันดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ ผ่านมา และสิ้นสุดโครงการในเดือนมีนาคม 2555 นี้ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศในกลุ่มจังหวัดอันดามันให้เป็น ที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากขึ้น
          โดยกำหนดกิจกรรมที่จะดำเนินการทั้งหมด 5 กิจกรรมหลัก คือ แถลงข่าว เปิดตัวโครงการ ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วที่จังหวัดพังงา ด้วยการเชิญสื่อมวลชนจากพังงาและส่วนกลาง พร้อมทั้งนำไปดูแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของจังหวัดพังงา กิจกรรมประกวดตราสัญลักษณ์อันซีนอันดามัน กิจกรรมจัดทำนิตยสาร และวิดีทัศน์ 3 ภาษา คือ ภาษาไทย อังกฤษ และเยอรมัน กิจกรรมเสวนาเรื่อง การพัฒนาการท่องเที่ยวที่ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อคลอดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ชัดเจน และกิจกรรมแข่งขันแรลลี่เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวอันซีนของกลุ่มจังหวัด อันดามัน
      
       กิจกรรมแรลลี่เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวอันซีนอันดามันนั้น กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 มี.ค. 2555 โดยเริ่มต้นที่จังหวัดระนอง-ภูเก็ต-พังงา-กระบี่-ตรัง ซึ่งแต่ละจังหวัดนั้นจะแวะแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นอันซีนจังหวัดละ 2 จุด รับสมัครทั้งหมด 100 คัน ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่จะให้ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมร่วมบริจาคเข้ามูลนิธิชัยพัฒนาคนละ 999 บาท ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ทางเฟซบุ๊กที่ Unseen Undaman หรือ โทร. 0-2513-9697, 0-25137326 จนถึงวันที่ 9 มีนาคม 2555 นี้
            นอกจากนี้จะนำผู้ประกอบการในอันดามันเดินทางไปทำโรดโชว์ส่งเสริมการขายใน 5 จังหวัดทั่วประเทศ เช่น ที่จังหวัดเชียงใหม่ กรุงเทพฯ นครราชสีมา เป็นต้น รวมทั้งจะนำเอเย่นต์ทัวร์ในประเทศและต่างประเทศ จำนวน 100 ราย มาทัศนศึกษาดูงานด้านท่องเที่ยวที่เป็นอันซีนในอันดามันทั้ง 5 จังหวัดระหว่างวันที่ 13-15 มี.ค. 2555 เช่น ที่จังหวัดระนองจะเป็นบ่อน้ำแร่ร้อนรักษวาริน ภูเขาหญ้า จังหวัดพังงา อ่าวพังงา ถ้ำพุงช้าง และดูทะเลหมอกที่ภูตาจอ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของพังงา ที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับความหนาวเย็นและหมอกในภาคใต้ได้
      
       ส่วนจังหวัดภูเก็ตนั้น จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชุมชนบ้านบางโรง ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และย่านเมืองเก่าในเขตเทศบาลเมืองภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จะเป็นเกาะพีพีและน้ำตกร้อนที่คลองท่อม เป็นต้น
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

อันดามันจ้างที่ปรึกษาทำแผนแม่บทท่องเที่ยว-คมนาคม

กลุ่มจังหวัดอันดามันจ้างบริษัทที่ปรึกษาฯ 25 ล้านบาทจัดทำแผนแม่บทพัฒนาท่องเที่ยวและโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยง 5 จังหวัด หวังใช้เป็นแผนในการพัฒนาระยะเร่งด่วน-ระยะยาว เผยอันดามันต้องพัฒนาท่องเที่ยวควบคู่อุตสาหกรรมเกษตร

วันที่ 3 พ.ค.54 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต บริษัท สแปน คอนซัลแตนท์ จำกัด นำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้น “โครงการศึกษาเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวและการค้าทางทะเลสู่อันดามัน” โดยมีนายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ 5 จังหวัดอันดามันเข้าร่วม

สำหรับโครงการศึกษาเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวและการค้าทางทะเลสู่อันดามันนั้น ทางสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน” ได้ว่าจ้างบริษัท สแปนฯ ทำการศึกษาในวงเงินงบประมาณ 25 ล้านบาท และให้แล้วเสร็จเป็นผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ในเดือนมกราคม 2555 ที่จะถึงนี้

ทั้งนี้เพื่อจัดทำเป็นแผนแม่บทการพัฒนาระบบคมนาคมและขนส่งที่เหมาะสมในฝั่งอันดามัน โดยเชื่อมโยงการคมนาคมทุกรูปแบบที่รองรับแหล่งท่องเที่ยว และศึกษาขีดความสามารถในการรองรับการท่องเที่ยวของกลุ่มอันดามันในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งกำหนดกลไกลการพัฒนาการท่องเที่ยวในอันดามัน เพื่อจัดทำเป็นแผ่นแม่บท แผนระยะเร่งด่วน (1-5 ปี) แผนระยะปานกลาง (5-10 ปี) และแผนระยะยาว (มากกว่า 10ปี)

โดยจะทำการศึกษาครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน ประกอบด้วย ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ซึ่งจะเน้นศึกษาใน 3 เรื่องหลักๆ คือ การศึกษาด้านการท่องเที่ยว การศึกษาด้านเศรษฐกิจและการค้า และการศึกษาระบบคมนาคม ขนส่ง และโลจิติกส์

ในส่วนของการท่องเที่ยวนั้น จากการศึกษาในเบื้องต้นพบว่าในพื้นที่อันาดามัน นักท่องเที่ยวที่เข้ามามีความหลากหลายและลักษณะของนักท่องเที่ยวมีความเป็น mass มากขึ้น เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีนและเอเชียที่เข้ามาเป็นกรุ๊ปทัวร์มากขึ้น แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เป็นครอบครัวเข้ามาท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน ซึ่งจุดนี้จะต้องบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ

โดยได้กำหนดตำแหน่งของแต่จังหวัดในการพัฒนาการท่องเที่ยวดังนี้ คือ ระนอง จะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เน้นเรื่องของสุขภาพ เพราะมีน้ำแร่ที่มีชื่อเสียง พังงา เป็น Long Stay ภูเก็ต เป็น ICT City พัฒนาสู่ฐานอุตสาหกรรมความรู้ด้านการแพทย์ การเป็นเมือง MICE และMarina เป็นต้น กระบี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพสูง และตรัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นต้น

ส่วนด้านการคมนาคมนั้น พบว่ามีการใช้คมนาคมครบทุกด้านทั้งทางอากาศ ทางบกและทางน้ำ เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะเดินทางเข้ามาโดยทางเครื่องบินหลังจากนั้นก็จะใช้รถยนต์ในการเดินทางเข้าโรงแรมและท่องเที่ยวต่างแหล่งๆต่างๆ ส่วนการเดินทางเชื่อมระหว่างจังหวัดจะใช้ทางถนนเส้นทางหลัก

อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ปรึกษาได้สรุปผลการศึกษาในเบื้องต้นว่า กลุ่มจังหวัดอันดามันเศรษฐกิจหลักขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยวและการเกษตร ซึ่งจะเห็นว่าหากการท่องเที่ยวเติบโตเศรษฐกิจจังหวัดนั้นๆก็จะเติบโตตามไปด้วย แต่ในบางจังหวัดถึงแม้ว่าท่องเที่ยวจะทรุดแต่เศรษฐกิจไม่ได้ทรุดตามไปทั้งหมด จากที่มีผล ผลิตทางการเกษตรออกมารองรับ

ดังนั้น จะต้องเพิ่มขีดความสามารถด้านการคมนาคมขนส่งให้สะดวกยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในแต่ละจังหวัดและเชื่อมโยงในกลุ่มอันดามัน พร้อมทั้งขยายฐานการลงทุนด้านอุตสาหกรรม ด้วยการพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางรางและทางน้ำรองรับ

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ภูเก็ตประชุมติดตามความก้าวหน้าการจัดงานวัฒนธรรมท้าวเทพฯ ปี 54 เน้นกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว


เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ห้องประชุม 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต(หลังใหม่) นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าเตรียมการจัดงานวัฒนธรรมท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ประจำปี 2554 โดยมีส่วนราชการ หน่วยงาน บุคลลเกี่ยวข้องร่วมประชุม

โดยที่ประชุมได้มีการติดตามความก้าวหน้าการเตรียมการจัดกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน ประกอบด้วยการจัดพิธีอุปสมบทหมู่ อุทิศส่วนกุศลแด่บรรพชนผู้กล้าเมืองถลาง ในวันที่ 5 มี.ค. ณ วัดลัฏฐิวนาราม(วัดใต้) ต.ฉลอง การจัดพิธีบวงสรวง ปู่ ย่า ตา ยาย และบรรพชนผู้กล้าเมืองถลาง วันที่ 12 มี.ค.ณ วัดม่วงโกมรภัจจ์ ต.เทพกระษัตรี การจัดพิธีวางพวงมาลา และสดุดีวีรกรรมท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร วันที่ 13 มี.ค.เวลา 09.09 น. ณ อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร การจัดแข่งขันกีฬาบนเส้นทางประวัติศาสตร์ถลาง แบ่งเป็นประเภทการแข่งขันจักรยานคันทรีคลอส ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในวันที่ 7 มี.ค. เวลา 09.00 น. ณ พื้นที่อนุสรณ์สถานถลางชนะศึก การแข่งขันวิ่งมินิมาราธอนบนเส้นทางประวัติศาสตร์ถลางในวันที่ 13 มี.ค. ณ พื้นที่อนุสรณ์สถานถลางชนะศึก การแข่งขันชกมวยไทย ในวันที่ 13 มี.ค. เวลา 20.30 น. ณ พื้นที่อนุสรณ์สถานถลางชนะศึก

การรายงานความคืบหน้าเตรียมการจัดทัวร์แหล่งประวัติศาสตร์ถลาง ระหว่างวันที่ 8-10 มี.ค. ณ แหล่งประวัติศาสตร์ถลาง ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติถลาง วัดพระนางสร้าง วัดพระทอง วัดม่วงโกมารภัจจ์ บ้านท้าวเทพฯ และพื้นที่อนุสรณ์สถานถลางชนะศึก การเตรียมการจัดแสดง แสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ถลาง ระหว่างวันที่ 13-15 มี.ค. ณ พื้นที่อนุสรณ์สถานถลางชนะศึก และการรายงานความก้าวหน้าเตรียมการจัดระเบียบด้านการจราจร และการรักษาความปลอดภัยในระหว่างกิจกรรมต่างๆ

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาการจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว เช่น จัดขบวนแห่ประชาสัมพันธ์งานวัฒนธรรมท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร พารามอเตอร์(ร่มบิน) และอื่นๆ สำหรับงานวัฒนธรรมท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2554 สืบเนื่องจากจังหวัดภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก อันมีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม ประกอบกับเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์นับแต่อดีตกาล อันยาวนาน ซึ่งบรรพบุรุษได้รักษาไว้ ด้วยเลือดเนื้ออย่างกล้าหาญองอาจ สมควรที่ลูกหลานชาวภูเก็ตจะได้ระลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่นี้ จังหวัดภูเก็ต เห็นความสำคัญของการจัดงานวัฒนธรรมท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร เพื่อเป็นเกียรติยศอันยิ่งใหญ่แด่ท่านทั้ง 2 จึงจัดทำโครงการงานวัฒนธรรมท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดทูนเกียรติท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร และวีรชนผู้หาญกล้าเมืองถลางให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนทั่วไป เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ต เป็นการปรับภูมิทัศน์ในการรองรับการพัฒนาให้เป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต และเป็นการบูรณาการความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น

ข้อมูลจาก...ส.ปชส.ภูเก็ต

วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

ผู้ประกอบการนำเที่ยวทางทะเลรับได้ปิดบางจุดฟื้น “ปะการัง”


ผู้ประกอบการนำเที่ยวทางทะเลภูเก็ต เห็นด้วยปิดอุทยานบางจุด เพื่อฟื้นฟูแนวปะการังที่ได้รับความเสียหายจากการฟอกขาว หลังกรมทรัพยากรทางทะเลฯเสนอปิดอุทยานฟื้นแนวปะการัง

จากกรณีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เสนอกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขอให้ปิดอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา เพื่อฟื้นฟูแนวปะการังที่ได้รับความเสียหายและตายจากการฟอกขาว หลังเกิดปัญหาปะการังฟอกขาวในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน จนส่งผลให้ปะการังตายมากถึง 90% โดยเฉพาะปะการังเขากวาง ปะการังวงแหวน ปะการังดาวใหญ่ ปะการังโขด

สาเหตุการเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว พบว่า มาจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นถึงกว่า 30 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2553 ที่ผ่านมา ต่อเนื่องกันถึง 3 เดือน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้ประกอบนำเที่ยวทางทะเลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่ให้บริการนำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำชมความสวยงามของแนวปะการัง และโลกใต้ทะเลฝั่งอันดามัน ต่างต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด โดยการกำหนดมาตรการที่เข้มงวดในการเข้าไปชมแหล่งดำน้ำของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว รวมทั้งการควบคุมจำนวนเรือและผู้เข้าไปใช้บริการในแต่ละวัน ส่วนการปิดอุทยานนั้นหากปิดเป็นบางจุดส่วนใหญ่เห็นด้วย

นายต่อพงษ์ วงเสถียรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีสตาร์อันดามัน จำกัด ซึ่งให้บริการนำเที่ยวและดำน้ำบริเวณหมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ และเกาะตาชัย จ.พังงา กล่าวว่า กรณีที่มีการเสนอปิดพื้นที่ดำน้ำบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์-สิมิลัน

ความคิดเห็นส่วนตัว มองว่า สาเหตุของแนวปาการังที่ได้รับความเสียหายนั้นเกิดจาก 2 สาเหตุ คือความผิดปกติทางธรรมชาติที่น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูง ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวและตายเป็นจำนวนมาก และผลกระทบที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ดังนั้นการที่อุทยาน หรือกระทรวงทรัพย์ จะทำการปิดแหล่งดำน้ำ เพื่อให้ปะการังฟื้นตัวนั้น คิดว่า ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องและตรงจุด เพราะในแต่ละปีจะมีการปิดอุทยานฯอย่างน้อย 6 เดือนอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ปะการังฟื้นตัว คิดว่า น่าจะดำเนินการในเรื่องของการกำหนดมาตรการที่เข้มงวดในการเข้าไปใช้บริการดำน้ำในเขตอุทยานฯ ของผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเรือที่จะทำให้ไม่มีคราบน้ำมันเกิดขึ้น รวมถึงการสร้างจิตสำนึกของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบเรือของผู้ประกอบการ

มาตรการการให้ความรู้กับทั้งผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ก่อนที่จะลงดำน้ำรวมทั้งการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว และจะต้องมีการกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวด้วย เพราะปัจจุบันมีความเสียหายเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก และเกิดขึ้นก่อนที่จะมีปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะบริเวณอ่าวมาหย่า ทั้งนี้ เป็นผลมาจากขาดการบริหารจัดการที่ดี ทำให้ความเสื่อมโทรมเกิดขึ้นอย่างมาก
เชื่อปิดหมดกระทบภาพรวม

ดังนั้น หากจะแก้ปัญหาก็ควรจะดำเนินการให้ตรงจุด ก็ต้องมีการกำหนดมาตรการและเข้มงวดในการเข้าไปใช้บริการ โดยเฉพาะการสร้างจิตสำนึกไม่ให้มีการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความยั่งยืนได้ โดยห้ามจับ ห้ามเก็บและห้ามทิ้ง ยกตัวอย่าง การให้อาหารสัตว์น้ำ และมีการทิ้งขยะลงไปในทะเล ซึ่งสัตว์น้ำไม่สามารถแยกแยะได้ เมื่อกินเข้าไปก็จะตายในที่สุด ที่เป็นข่าวมาต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นเต่าทะเล พะยูนหรือปลาขนาดใหญ่

นายต่อพงษ์ กล่าวด้วยว่า หากมีการปิดอุทยานฯ ก็จริงย่อมที่จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในวงกว้างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมโยงกับการประกอบการอื่นๆ เพราะที่ผ่านมาก็มีการดำเนินการปิดแหล่งดำน้ำในบางจุดอยู่แล้ว แต่ถ้าปิดอุทยานบางจุด เพื่อให้ปะการังที่เสียหายมากๆฟื้นตัวก็เห็นด้วยแต่ไม่ใช้ปิดทั้งหมด

ขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจให้บริการเรือนำนักท่องเที่ยวดำน้ำ ในฝั่งอันดามันรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เห็นด้วยถ้าเป็นการปิดอุทยานเพียงบางจุดเพื่อให้ปะการังฟื้นตัว แต่ถ้ามีการปิดทั้งหมดนั้น เชื่อว่าจะส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวแน่นอน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ

การแก้ปัญหาเพื่อให้แนวปะการังที่เกิดจากปรากฏการณ์การฟอกขาว คิดว่า แนวทางที่ดีที่สุดคือ การจำนวนเรือที่เข้าไป รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้แหล่งดำน้ำแออัดเกินไป การเข้าไปของนักท่องเที่ยวจำนวนมากๆ อาจจะไปกระตุ้นให้แหล่งปะการังฟื้นตัวช้าขึ้น และจะต้องกระจายนักท่องเที่ยวไปในแหล่งๆอื่นเพื่อให้แนวปะการังได้ฟื้นตัว

สำหรับในฝั่งทะเลอันดามัน มีแหล่งดำน้ำจำนวนมาก และแต่ละแหล่งมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ซึ่งจากการนำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำ พบว่า บางจุดยังเห็นความเสียหายไม่ชัดเจน แต่บางจุดก็เห็นชัด เช่นที่เกาะราชา เกาะบอน เกาะเฮ เกาะแอว จังหวัดภูเก็ต พบว่า ปะการังที่ได้รับความเสียหายและตายจำนวนมาก คือ ปะการังเขากวาง ส่วนที่เกาะสิมิลัน เกาะสุรินทร์ นั้นการนำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำส่วนใหญ่จะไปดำน้ำบริเวณน้ำลึกซึ่งเป็นจุดที่ปะการังเสียหายไม่มากนัก เปิดรายงานศึกษาผลกระทบการเกิดปะการังฟอกขาวปี 2553

จากการศึกษาเก็บรวบรวมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า ปี 2553 แนวปะการังเสียหายจากการฟอกขาวมากที่สุด เนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลจากปกติ 29 องศาเซลเซียสได้เริ่มสูงขึ้นเป็น 30 องศาเซลเซียสตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2553 สามสัปดาห์ต่อมาปะการังได้เริ่มฟอกขาวแผ่พื้นที่เป็นวงกว้างคลุมทะเลทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย

จากการสำรวจโดยหลายหน่วยงาน พบว่า ในแต่ละพื้นที่มีปะการังฟอกขาวมากน้อยต่างกันไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับชนิดปะการังที่ขึ้นคลุมพื้นที่มากเป็นพวกที่ไวต่อการฟอกขาว พื้นที่นั้นก็จะได้รับผลกระทบมาก อย่างเช่น แนวปะการังที่มีปะการังเขากวาง (Acropora spp.) ขึ้นเป็นดงกว้างใหญ่ พื้นที่นั้นก็จะได้รับผลกระทบมาก นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับว่าชายฝั่งที่แนวปะกรังขึ้นอยู่นั้นได้รับอิทธิพลจากคลื่นลมมากน้อยเพียงไรด้วย ด้านที่รับแรงจากคลื่นลมจะเป็นด้านที่อุณหภูมิไม่สูงอยู่ตลอดเวลา (เช่น ด้านตะวันตกของเกาะต่างๆ ทางฝั่งทะเลอันดามัน) ปะการังจึงฟอกขาวน้อยกว่าด้านอื่น

จากการตรวจสอบในหลายพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม 2553 โดยเฉพาะที่หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เกาะราชา จ.ภูเก็ต เกาะไข่นอก และหมู่เกาะสุรินทร์-สิมิลัน จ.พังงา พบว่า ในแต่ละแห่งแนวปะการังได้รับผลกระทบ เกิดความเสียหายมาก

จากการที่แนวปะการังได้รับความเสียหายจากการฟอกขาวอย่างรุนแรงในปี 2553 นี้ ทำให้สภาพแนวปะการังเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก แนวปะการังหลายแห่งเปลี่ยนจากสภาพสมบูรณ์ไปเป็นสภาพเสียหายมาก การฟื้นตัวของแนวปะการังจะเกิดขึ้นได้ โดยขบวนการทางธรรมชาติ โดยโคโลนีของปะการังที่ยังหลงเหลืออยู่เจริญเติบโตต่อไป และจากการเข้ามาลงเกาะใหม่ของตัวอ่อนปะการัง ซึ่งอาจเป็นตัวอ่อนที่ได้จากแม่พันธุ์ที่อยู่ภายในแนวปะการังนั้น หรือมาจากแหล่งอื่นที่อยู่ใกล้เคียงหรือห่างไกลออกไป

ดังนั้น การจัดการพื้นที่จึงต้องครอบคลุมเป็นพื้นที่กว้าง เพราะแนวปะการังถึงแม้มิใช่เป็นผืนเดียวกัน แต่ก็มีความเชื่อมโยงกัน เพราะต้องอาศัยตัวอ่อนที่แพร่กระจายไปตามกระแสน้ำ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแนวปะการังครั้งนี้ แน่นอนที่สุดในแต่ละพื้นที่ใช้เวลาแตกต่างต่างกันในการฟื้นตัวกลับคืนสู่สภาพดีดังเดิม

การสำรวจหลังการฟอกขาวของปะการังในครั้งนี้ ได้พบโคโลนีวัยอ่อน ขนาดเล็กกว่า 5 ซม. ของปะการังในสกุล Acropora ขึ้นในหลายพื้นที่ แสดงให้เห็นว่าสิ่งแวดล้อมในแนวปะการังเหล่านั้นยังอยู่ในสภาวะที่เอื้ออำนวยต่อการลงเกาะและการเจริญเติบโตของตัวอ่อน มีอยู่เพียงแห่งเดียวที่น่าเป็นห่วง คือบริเวณฝั่งตะวันออกของเกาะเมียง (หาดเล็ก) ซึ่งไม่พบปะการังวัยอ่อนเลย แต่กลับพบว่ามีสาหร่ายในกลุ่ม blue-green algae (cyanobacteria) ขึ้นคลุมบนซากปะการังที่ตายจากการฟอกขาว

สิ่งนี้เป็นข้อบ่งชี้ถึงมวลน้ำที่ไม่สะอาด สาเหตุอาจเกิดจากของเสียที่ถูกถ่ายเทลงน้ำ โดยเฉพาะของเสียจากเรือที่จอดอยู่เป็นจำนวนมากในบริเวณนั้น รวมทั้งอาจเป็นของเสียที่ไหลซึมผ่านชั้นดินเนื่องจากพื้นที่นั้นไม่ไกลจากที่พักของนักท่องเที่ยว ฉะนั้น การจัดการพื้นที่เพื่อให้คุณภาพน้ำดีเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทางอุทยานฯ ต้องจัดการ

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554

ภูเก็ตเปิดบ้านเลขที่ 63 ถนนถลางให้ข้อมูลท่องเที่ยวย่านเมืองเก่า

เทศบาลนครภูเก็ตเปิดบ้านเลขที่ 63 ถนนถลางเป็นศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ที่เริ่มขยายตัวเข้ามาท่องเที่ยวในตัวเมืองมากขึ้น

นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวถึงการเปิดศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว เทศบาลนครภูเก็ต ณ บ้านเลขที่ 63 ถนนถลาง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่า ขณะนี้แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะย่านการค้าเมืองเก่าถนนถลาง อ.เมือง จ.ภูเก็ต กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

เดิมนั้นจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในระดับโลก หาดทรายที่สวยงามเป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ในปัจจุบัน ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประเพณีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันเป็นอัตลักษณ์ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น

ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เทศบาลนครภูเก็ตจึงได้เปิดศูนย์บริการข้อมูลทางด้านการท่องเที่ยว ที่บ้านเลขที่ 63 ถนนถลาง ซึ่งภายในจะเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของย่านการค้าเมืองเก่า ข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ย่านเมืองเก่าของภูเก็ต

น.ส.สมใจ กล่าวต่อไปว่า และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนโดยเฉพาะย่านการค้าเมืองเก่า จึงอยากให้ชาวภูเก็ตร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจเมืองภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักของนักลงทุน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยร่วมกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในเขตเมือง ในระดับประเทศและระดับสากล

รวมทั้งร่วมกันรักษาความเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นให้คงอยู่อย่างยั่งยืนถาวร ร่วมกันใส่ใจดูแล รักษาสิ่งแวดล้อมเมืองให้มีความสะอาด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการต้อนรับนักท่องเที่ยว รวมถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดี

สำหรับ ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว เทศบาลนครภูเก็ตนับเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือร่วมใจระหว่างองค์กรภาครัฐ และภาคประชาชน อันจะนำไปสู่ความสำเร็จร่วมกันต่อไปในภายหน้า เชื่อว่าหลังจากเปิดศูนย์ให้บริการนักท่องเที่ยวแล้ว แหล่งท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าจังหวัดภูเก็ตจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเข้าชมจำนวนมาก ซึ่งศูนย์บริการข้อมูลดังกล่าวเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ที่สำคัญต่อไป

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแหลมพันวา ภูเก็ตเปิดโซนน้ำตก รับนักท่องเที่ยว


สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแหลมพันวา ภูเก็ต เปิดตัวโซนน้ำตกจำลอง สร้างระบบนิเวศน์พันธุ์ปลาน้ำจืด สัตว์หายากสร้างแรงดึงดูดเพิ่มนักท่องเที่ยวเข้าชม

นางสาวราตรี สุขสุวรรณ นักวิชาการประมงชำนาญการ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลนกล่าวถึงการปรับปรุงสถานแสดงพันธ์สัตว์น้ำภูเก็ตเพื่อสร้างความหลากหลายให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าชม ด้วยการสร้างน้ำตกจำลอง ขนาดพื้นที่ 10 ตารางเมตร ภายในโซน 3 ตู้แสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ตว่า ขณะนี้ ทางสถานพันธ์สัตว์น้ำภูเก็ตได้สร้างน้ำตกจำลองขนาดพื้นที่ 10 ตารางเมตรเสร็จแล้วและเปิดให้นักท่องเที่ยวรวมทั้งประชาชนทั่วไปเข้าชมในวันเด็กแห่งชาติที่กำลังจะมาถึง

ซึ่งนอกจากจะมีน้ำตกจำลองแล้วภายในโซนน้ำตกจำลองยังมีการแสดงพันธ์ปลาน้ำจืดทั้งของไทยและต่างประเทศ ที่สวยงามและหายากมาจัดแสดงให้ผู้เข้าชมได้ชมด้วย

สำหรับปลาน้ำจืดที่คาดว่าจะได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยว คือ ปลาจระเข้ฟอริด้า หรือ Alligator (อัลลิเกเตอร์) ขนาดใหญ่จำนวน 2 ตัวนี้ มีขนาดความยาวประมาณ 2 ฟุตและ 1 ฟุต ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีปลาน้ำตกที่สวยงาม ควรค่าแก่การอนุรักษ์ อย่าง ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาหมอบัตเตอร์ ปลาเปคู ปลาแรดเผือกมาจัดแสดงชาวปลาพันธ์ปลาน้ำจืดเหล่านี้จะได้รับความสนใจไม่น้อยไปจากอุโมงค์ปลาน้ำเค็มที่จัดแสดงอยู่แล้ว

ส่วนโซนด้านนอกนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำปูไก่ ซึ่งเป็นปูที่หาดูได้ยากพบเห็นไม่บ่อยนักมาจัดแสดงให้ผู้เข้าชมได้ชมด้วย สำหรับปูไก่นั้นมีเอกลักษณ์ที่กระดองเป็นรูปไข่ เวลาหากินจะมีเสียงร้องเจี๊ยบๆคล้ายลูกไก่

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554

ททท. ภูเก็ต พร้อมเตรียมเปิดตลาดเอเชียเพิ่ม รองรับช่วงเทศกาลตรุษจีน




เมื่อเวลา 11.00 น. วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต สรุปการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2554 ที่ผ่านมาว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม อัตราการจองห้องพักในแถบชายทะเล อย่างเช่น หาดป่าตอง กะรน อยู่ที่ 90-100 % ห้องพักค่อนข้างเต็ม ส่วนในตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 60 และกลุ่มนักท่อง เที่ยวที่เข้ามาเที่ยวมาก จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวแสกนดิเนเวีย ออสเตเรีย รัสเซีย และ ตะวันออกกลาง และที่น่าแปลกใจก็คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชีย เช่น จีนที่เคยมาท่องเที่ยวมาก จะหายไปค่อนข้างมาก อยู่ที่ 20% และกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยอีกด้วยที่หายไปจากจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวสึนามิ

สำหรับหาดทราย ชายทะเล ที่เป็นยอดฮิตที่สุดที่นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวมาก คือ เกาะพีพี สิมิลัน หมู่เกาะราชา ส่วนคนไทยมีประมาณ 20% แต่จะท่องเที่ยวในลักษณะวัฒนธรรม มากกว่าการท่องเที่ยวที่เป็นชายทะเล ในส่วนของรายได้นั้น จะมากกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 15% อย่างไรก็ดีนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปในช่วงปีใหม่นั้นได้มีการจองห้องพักเข้ามาตั้งแต่ 15 มกราคม 2554 ถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยช่วงนี้จะเป็นนักท่องเที่ยวเอเชียที่จะเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น ส่วนการวางแผนตลาด ในปีหน้าได้ร่วมหารือกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ต สมาคมโรงแรมไทย ภาคใต้จะเน้นส่งเสริมตลาดเอเชีย เนื่องจากด้วยวิกฤติในเรื่องของภัยทางธรรมชาติ จะเป็นอุปสรรคมากกับกลุ่มยุโรปที่จะเข้ามา จึงจะเน้นไปที่ประเทศจีน เกาหลี อินเดียให้มากขึ้น ส่วนตลาดฮ่องกงนั้นจะไม่ค่อยตื่นตระหนก ค่อนข้างจะรับฟังข่าวสารจากเมืองไทยอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ททท.จะมีการวางแผนปฏิทินกิจกรรมต่าง ๆ มีการเตรียมจัดงานใหญ่ ๆ หลายงาน ซึ่งได้หารือกันว่าจะเป็นการชูเอกลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตที่เป็นพรีเมี่ยมอัพเดทขึ้นไปให้มีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตามปีนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดภูเก็ตอยู่ที่ 3 ล้านคนเศษ และคาดว่าปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 10% โดยสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยลดลง โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาทดแทน

ข้อมูลจาก...ส.ปชส.ภูเก็ต

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

นักท่องเที่ยวนับหมื่นร่วมเคาท์ดาวน์ ที่หาดป่าตอง


ที่บริเวณริมหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติจำนวนมากได้ทยอยเข้ามาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่จัดขึ้นบริเวณต้นซอยบางลา

นักท่องเที่ยวได้ทยอยเข้ามาตั้งแต่ช่วงเย็นแล้ว ทั้งบริเวณที่จัดงานและซอยบางลา รวมไปถึงริมหาด เนื่องจากบนเวทีมีกิจกรรมมากมาย โดยเฉพาะการแสดงคอนเสิร์ตของวงไททาเนียม ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศสนุกสนามอย่างเต็มที่

เมื่อถึงเวลาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับใหม่ นักท่องเที่ยวจากซอยบางลาและซอยอื่นๆได้เข้ามาร่วมเฉลิมฉลอง ที่บริเวณที่จัดงานนับหมื่นคน พร้อมส่งเสียงต้อนรับปีใหม่อย่างสนุกสนาม ไปพร้อมๆกับการจุดพลุนับจำนวนไม่ถ้วน และการปล่อยโคมไฟ

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ตร.ทางหลวงภูเก็ตเปิดจุดร่วมลดอุบัติเหตุปีใหม่


ตำรวจทางหลวงภูเก็ต เปิดจุดปฎิบัติการร่วม ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนช่วงปีใหม่ บริการประชาชนที่เหนื่อยล้า จากการขับรถให้ปลอดภัยจนถึงจุดหมายปลายทาง

วันที่ 29 ธ.ค.53 ที่หน่วยบริการทางหลวงภูเก็ต พ.ต.อ.เทอดเกียรติ วิริยสถิตกุล ผู้กำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เป็นประธานเปิดโครงการตั้งจุดปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเทศกาลปีใหม่ 2554 พร้อมปล่อยขบวนรถตรวจการณ์ตำรวจทางหลวง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ และลดอุบัติเหตุบนถนน


ทั้งนี้ ตำรวจทางหลวงภูเก็ต ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคถลาง ภาคเอกชน เพื่อบริการที่พัก ห้องน้ำ เครื่องดื่ม ชา กาแฟ ผ้าเย็น ตรวจเช็กสภาพรถ นวดฝ่าเท้า สปา รวมทั้งผ่อนคลายด้วยกีฬากอล์ฟและรถเคนสำหรับสำรวจการจราจรทั้งขาเข้าและขาออกภูเก็ตในช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.2553-4 ม.ค.2554 นี้


พ.ต.อ.เทอดเกียรติ วิริยสถิตกุล ผู้กำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ กองกำกับการ 7 ตำรวจทางหลวง ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 11 จังหวัดในภาคใต้ ยกเว้น สุราษฎร์ธานี ระนองและชุมพร เป็นพื้นที่ปลายทางที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งผู้ใช้รถใช้ถนนค่อนข้างที่จะเหนื่อยล้าจากการขับรถเป็นเวลานาน

ตำรวจทางหลวงซึ่งมีจุดตรวจอยู่ทั้งหมด 29 แห่งในพื้นที่รับผิดชอบ ได้เปิดจุดตรวจให้บริการผู้เดินทางเหมือนกับจุดตรวจที่ภูเก็ต โดยมีบริการที่พัก เครื่องดื่ม ชา กาแฟ ผ้าเย็น และจุดผ่อนคลายต่างๆ ห้องน้ำ เพื่อให้ผู้ขับขี่รถยนต์ได้พักผ่อนก่อนที่จะขับรถต่อไป รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงดูแลความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้เดินทางตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ก็สามารถที่จะโทรแจ้งไปยังตำรวจทางหลวงได้ที่หมายเลข 1193


อย่างไรก็ตาม จากการที่ทางตำรวจทางหลวงได้เปิดจุดตรวจต่างๆ เพื่อให้ความสะดวกกับผู้เดินทางในช่วงเทศกาลต่างๆ ที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ที่เดินทางในช่วงเทศกาลต่างๆ เพื่อหยุดพักผ่อนในจุดที่ปลอดภัย ก่อนที่จะเดินทางต่อไปจนถึงจุดหมายปลายทาง

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมหาดป่าตอง ชี้ สถานการณ์ท่องเที่ยวภูเก็ตปีนี้สดใส


เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม บลูโอเชี่ยน รีสอร์ท ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจการโรงแรม บลูโอเชี่ยน รีสอร์ท ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยมี นายนรินทร์ เศรษฐีใจเย็น กรรมการบริหารโรงแรม บลูโอเชี่ยน รีสอร์ท นาย ตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายเรวัต อารีรอบ สส.ภูเก็ต นายทศพร เทพบุตร สส.ภูเก็ต นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายนรินทร์ เศรษฐีใจเย็น กรรมการบริหารโรงแรม บลูโอเชี่ยน รีสอร์ท กล่าวว่า การเปิดโรงแรมที่หาดป่าตอง เนื่องจากตนเองและครอบครัวเล็งเห็นว่าตลาดนักท่องเที่ยว ที่จะมาป่าตองยังคงเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลียและตลาดยุโรป ซึ่งมาท่องเที่ยวทั้งช่วงไฮซีซั่น และช่วงโลซีซั่น ประกอบกับธุรกิจเดิมคือการทำร้านเทเลอร์ มีการแข่งขันกันสูงมาก จึงต้องการขยายธุรกิจด้านโรงแรมดูบ้าง สำหรับการลงทุนโรงแรม บลูโอเชี่ยน รีสอร์ท ครั้งนี้อยู่ที่ 200-300 ล้านบาท เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว จำนวน 74 ห้อง

นายนรินทร์ กล่าวต่ออีกว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวภูเก็ตเริ่มดีขึ้น เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ห้องพักหาดป่าตองมียอดจองในช่วงปลายปีนี้สูงขึ้น ถึงแม้มีผู้ประกอบการโรงแรมลงทุนสร้างโรงแรมใหม่ ๆ ขึ้นหลายแห่งก็ตาม

ข้อมูลจาก...ส.ปชส.ภูเก็ต