แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวภาคใต้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวภาคใต้ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ทูตฝรั่งเศสพบผู้ว่าฯ ภูเก็ตกระชับความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง


เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส พบผู้ว่าฯ ภูเก็ต กระชับความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องนีซ-ภูเก็ตหลังเคยลงนามมาตั้งแต่ปี 2532 เตรียมนำผู้ประกอบการ SME ศึกษาดูงาน เชื่อมความสัมพันธ์ด้านการค้า-ท่องเที่ยว
           เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 ก.พ.56 ที่ห้องรับรองศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายตีแยรี วีโต (Thierry Viteau) เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย พร้อมคณะเดินทางเข้าพบนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อเยี่ยมคารวะ และหารือการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดภูเก็ต และประเทศฝรั่งเศส ในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่งใหม่ โดยเลือกเดินทางเยือนจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดแรก
      
       นายตีแยรี กล่าวถึงการเดินทางเยือนจังหวัดภูเก็ต ว่า หลังจากรับตำแหน่งก็เลือกเดินทางมาเยือนจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย ซึ่งในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีของประเทศฝรั่งเศสเดินทางเยือนประเทศไทยก็ได้เน้นย้ำให้มีการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยเฉพาะการเป็นเมืองพี่เมืองน้องระหว่างภูเก็ตกับเมืองนีซ ซึ่งภูเก็ตถือเป็นเมืองเดียวเท่านั้น ที่มีการสานความสัมพันธ์ในลักษณะเมืองพี่เมืองน้องระหว่างกัน ที่ฝรั่งเศสจัดให้มีการลงนามความร่วมมือกับประเทศไทย จึงเป็นโอกาสดีที่จะมีการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันหลังจากนี้ ซึ่งจากการหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตก็พบว่ามีความเห็นด้วย
          อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เดินทางกลับไปที่กรุงเทพฯ จะทำหนังสือถึงนายกเทศมนตรีเมืองนีซ ในการทบทวนเรื่องของการสานความสัมพันธ์ระหว่างภูเก็ต และเมืองนีซ และแจ้งให้ทราบถึงการเดินทางมาเยือนจังหวัดภูเก็ต รวมถึงความเห็นของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตที่ต้องการให้การกระชับความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น ในฐานะที่เป็นเอกอัครราชทูตก็จะทำในอำนาจหน้าที่เพื่อช่วยส่งเสริมการกระชับความสัมพันธ์อีกแรง
      
       นายตีแยรี กล่าวต่อไปว่า นอกจากจะมีการกระชับความสัมพันธ์ในลักษณะของการเป็นเมืองพี่เมืองน้องแล้ว มองว่าน่าจะมีการกระชับความสัมพันธ์ในเรื่องของการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างกันด้วย ซึ่งตนมีแผนที่จะนำนักธุรกิจ SME เดินทางมาศึกษาดูงาน และศึกษาความเป็นไปได้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และหารือร่วมกันในการแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางด้านการค้าการลงทุนระหว่างกันด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่าจะเดินทางมาเมื่อไหร่ ซึ่งจะต้องมีการหารือกันอีกรอบในการกำหนดกรอบต่างๆ
          ขณะที่นายไมตรี กล่าวว่า จากการร่วมหารือกับเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในครั้งนี้ มีความเป็นไปได้ในการที่จะสานความสัมพันธ์ระหว่างกันให้มีความแน่นแฟ้นมากขึ้น ซึ่งจะต้องกลับไปดูว่าหลังจากที่มีการร่วมลงนามเป็นเมืองพี่เมืองน้องระหว่างกันแล้วตั้งแต่ปี 2532 ทั้ง 2 เมืองได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตก็ต้องกลับมาทบทวน และวางแผนในการเชื่อมความสัมพันธ์ว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ส่วนกรณีที่ทางเอกอัครราชทูตจะเชิญผู้ประกอบการ SME เข้ามาศึกษาดูงานในภูเก็ตนั้นทางจังหวัดภูเก็ตยินดีต้อนรับ แต่จะต้องมาหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง นอกจากนั้น ในการหารือร่วมกันก็ได้มีการพูดถึงเรื่องของการตั้งสาขาโรงเรียนของฝรั่งเศสที่ภูเก็ต เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาของคนภูเก็ต
      
       ส่วนเรื่องของการดูแลนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาอาศัย และเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้น ทางเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสได้ขอบคุณทางการไทย รวมทั้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยดูแลนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี พร้อมแจ้งว่า กรณีที่นักท่องเที่ยว หรือคนฝรั่งเศสที่เข้ามาอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ต ประมาณ 1,000 คน ทำตัวมีปัญหา หรือสร้างปัญหาให้แจ้งทางสถานทูตได้เลย เพื่อที่จะเข้ามาดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งทางสถานทูตยินดีที่จะเข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่
โดย.. ASTV Manager ภาคใต้

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

ห้องพักโรงแรมภูเก็ตเต็มช่วงเทศกาลตรุษจีน ททท.คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 900 ล้านบาท

ท่องเที่ยวภูเก็ตคึกคักช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ มีเที่ยวบินตรงจากจีนเข้ากว่า 10 เมือง ทำอัตราเข้าพักโรงแรมทั้งชายหาดและตัวเมืองสูงถึง 90-100% ททท.คาดทำเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 900 ล้านบาททั้งจากนักท่องเที่ยวจีนและยุโรปที่ภูเก็ตยังอยู่ในช่วงไฮซีซั่น
      
       นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภูเก็ต กล่าวถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ในช่วงเทศกาลตรุษจีนประจำปี 2555 ว่า ในปีนี้แหล่งท่องเที่ยวในส่วนของจังหวัดภูเก็ต ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการสอบถามโรงแรมต่างๆ ทั้งในตัวเมืองภูเก็ตและชายหาด พบว่าปีนี้มีเที่ยวบินบินตรงจากเมืองต่างๆของประเทศจีนเข้าภูเก็ตจำนวนหลาย สิบเที่ยวบิน โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะเดินทางเข้ามาทั้งก่อนและหลังช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งจะกระจายไปพักตามโรงแรมต่างๆทั้งในทั่วเมือง และ โรงแรมตามชายหาดต่างๆ ทำให้ขณะนี้ยอดจองห้องพักในช่วงเทศกาลตรุษจีนอยู่ที่ประมาณ 90%
      
       นอกจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์และมาเลเซียเข้ามาเสริมด้วย ส่วนนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักจากยุโรป สแกนดิเนเวีย รัสเซียก็ยังเดินทางเข้ามาโดยกลุ่มนี้เดินทางเข้ามาต่อเนื่องเนื่องจากช่วง นี้เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต
      
       อย่างไรก็ตาม สำหรับการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตในช่วงเทศกาลตรุษจีนนั้นคาดว่าปีนี้จะมี รายได้สะพัดในช่วงประมาณ 3 วันซึ่งเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนจะมีรายได้สะพัดประมาณ 900 ล้านบาท
      
       ขณะที่นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวในทำนองเดียวกันว่า ท่องเที่ยวภูเก็ตคึกคักมากในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ เนื่องจากมีเที่ยวบินตรงจากเมืองต่างๆของจีนประมาณ 10 เมืองเข้ามาภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลักเช่น ปักกิ่ง เชียงไฮ้และเมืองอื่นๆ ที่ภูเก็ตเคยเดินทางไปส่งเสริมการขาย ประกอบกับตรุษจีนปีนี้อยู่ในช่วงเดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงไฮซีชั่นของภูเก็ตที่นักท่องเที่ยวจากยุโรปยังอยู่จำนวนมาก เมื่อมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเพิ่มทำให้อัตราเข้าพักของโรงแรมต่างๆ ทั้งในเขตเมืองภูเก็ตและชายหาดไม่ต่ำกว่า 90%
      
       เพราะนอกจากจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวเชื้อสายจีนทั้งจากฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และเกาหลีที่ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ของทางเกาหลีและเป็นวันหยุดยาวทำ ให้เกาหลีเข้ามาเพิ่ม จึงทำให้ท่องเที่ยวของภูเก็ตคึกคักมากในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้
      
       ด้านนางสาวจุฑามาศ หนุมานนฤบาล ผู้จัดการฝ่ายขายโรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน กล่าวว่า นักท่องเที่ยวเชื้อสายจีนทั้งจากจีนแผ่นดินใหญ่และประเทศอื่นๆ ทั้งฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน เข้าพักที่โรงแรมมากกว่าช่วงตรุษจีนปีที่แล้ว และปีนี้คนจีนพักยาวขึ้น โดยอัตราเข้าพักอยู่ที่ 90% ตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค.เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 30 ม.ค.55 นี้ และโดยเฉพาะในช่วงวันที่ 25-27 ม.ค.55 อัตราเข้าพักเต็ม 100% เช่นเดียวกันโรงแรมหลายแห่งในตัวเมืองภูเก็ตที่อัตราเข้าพักสูงในช่วงนี้จาก ที่คนจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเทศกาลตรุษจีน
      
       นายชัยเดช กิจประเสริฐ เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายต้อนรับ โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 22-27 ม.ค.นี้อัตราเข้าพักโรงแรมเต็ม 100% จากที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมากกว่าปีนี้แล้ว เพราะมั่นใจว่าภูเก็ตไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เมื่อรวมกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ ที่มีทั้งรัสเซียและยุโรปทำให้ช่วงนี้อัตราเข้าพักดีมากและคึกคักเป็นพิเศษ
      
       อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 23 ม.ค.55 ซึ่งเป็นวันตรุษจีนนั้น ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้จัดงานเทศกาลตรุษจีนขึ้นที่บริเวณสนามชัย ตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน โดยมีกิจกรรมต่างๆจำนวนมากทั้งการแสดงจากศิลปินที่มีชื่อเสียง การออกร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

ททท.จัดกิจกรรมท่องโพท้องไหว้พระตรุษจีน พานั่งโพท้องเที่ยวเมืองเก่าไหว้พระ 9 ศาลเจ้า

ททท.ภูเก็ตจัดกิจกรรม ท่องโพท้อง ไหว้พระตรุษจีน ต้อนรับปีมังกร 2555” ในงานตรุษจีนย้อนอดีตเมืองภูเก็ต ครั้งที่ 13 นั่งรถโพท้องชมเมืองเก่าและไหว้พระ 9 ศาลเจ้า เสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่      
       
นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต กล่าวถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงงานตรุษจีนย้อนอดีตเมืองภูเก็ต ครั้งที่ 13 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 28-30 มกราคม 2555 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และบริเวณเมืองเก่าถนนถลาง ถนนพังงา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ว่า ในปีนี้ ททท.ภูเก็ต จัดกิจกรรม ท่องโพท้อง ไหว้พระ ตรุษจีน ต้อนรับปีมังกร 2555” ซึ่งเป็นการจัดนำเที่ยวพานักท่องเที่ยวเดินทางด้วยรถโพท้องเที่ยวเมืองเก่า ภูเก็ต และสักการะองค์เทพต่างๆ ตามศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ 9 แห่ง เพื่อขอพรในเทศกาลตรุษจีน โดยร่วมกับพันธมิตรทางการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต จัดกิจกรรม ในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ 27-29 มกราคม 2555 เวลา 09.00-15.30 น.ราคาพิเศษสุดท่านละ 199 บาท
      
       โดยโปรแกรมเริ่มต้นที่สำนักงาน ททท.ภูเก็ต ถ.ถลาง จากนั้นนั่งรถโพท้องเดินทางไปยังศาลเจ้าปุดจ้อ-ศาลเจ้าจุ้ยตุ๋ย-ศาลเจ้ากวน อิมโพธิ์สัตย์-ศาลเจ้ากะทู้-ศาลเจ้าสามกอง-ศาลเจ้าเจ๋งอ๋อง-ศาลเจ้าบาง เหนียว-ศาลเจ้ากิ้วเทียนเก้ง-ศาลเจ้าแสงธรรม จากนั้นเข้าร่วมงานตรุษจีนย้อนอดีตเมืองภูเก็ต เพลิดเพลินกับสีสันในมิติแห่งแสงสีเสียงท่ามกลางบรรยากาศย้อนอดีตมณฑลภูเก็ต ตลอดถนนถลางและถนนพังงา
      
       นางบังอรรัตน์กล่าวอีกว่า งานตรุษจีนย้อนอดีตเมืองภูเก็ตเป็นงานที่แสดงเอกลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณีนิยมของท้องถิ่น ในช่วงวันขึ้นปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีนของจังหวัดภูเก็ตได้เป็นอย่างดี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต มุ่งหวังว่าการจัดนำเที่ยวด้วยรถโพท้องไหว้พระขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อ เสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองเก่าภูเก็ตให้ เป็นที่รู้จักมากขึ้น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้ ความสนุกสนาน และประสบการณ์นั่งรถโพท้อง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์และเป็นความภาคภูมิใจของคนในท้องถิ่น
      
       โดยผู้สนใจสามารถติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ ททท.สำนักงานภูเก็ต หมายเลขโทรศัพท์ 0-7621-1036, 0-7621-2213, 0-7621-7138
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

เศรษฐีอินเดียเลือกภูเก็ตเป็นที่แต่งงาน ททท.เผยปีนี้เข้าหลายสิบคู่ตั้งแต่ ก.พ.นี้

เศรษฐีอินเดีย เลือกภูเก็ตเป็นสถานที่จัดงานแต่งงาน เพราะภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและโรแมนติก ททท.เผย ปีนี้มีหลายสิบคู่เข้ามา คู่แรกเริ่มตั้งแต่เดือน ก.พ.เป็นต้นไป
      
       
วันที่ 4 ม.ค.55  ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต นำกัปตัน SOMESH BATRA ประธานบริษัท Seahores Group (พ่อเจ้าสาว) และ กัปตัน AVINASH BATRA ประธานกรรมการบริษัท SEAORSE SHIP AGENICES PVT จำกัด พร้อมด้วย นาย SRESH BATHIJA (พ่อเจ้าบ่าว) ซึ่งเป็นพ่อของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวชาวอินเดียที่จะเดินทางมาจัดงานแต่งงานที่ จังหวัดภูเก็ต เดินทางเข้าพบกับ นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อหารือการจัดงานแต่งงานที่จังหวัดภูเก็ต รวมทั้งขอความช่วยเหลือจากทางจังหวัดภูเก็ต ให้ช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องของพิธีการเข้าเมืองที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง สนามบิน ด่านศุลกากร และเรื่องของการดูแลความปลอดภัย
      
       โดยกัปตัน SOMESH BATRA ประธานบริษัท Seahores Group (พ่อเจ้าสาว) กล่าวว่า การจัดงานแต่งงานระหว่าง นางสาว VICKY นาย SACARIKA อายุ 27 ปี กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-13 สิงหาคม 2554 ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการหาโรงแรมที่จะใช้เป็นสถานที่การจัดงาน ซึ่งมองไว้หลายแห่ง ซึ่งเชิญแขกมาร่วมงานประมาณ 200 คน ส่วนสาเหตุที่เลือกมาจัดงานแต่งงานให้กับเจ้าบ่าวและเจ้าสาวที่จังหวัด ภูเก็ตในครั้งนี้ เนื่องจากชื่นชอบแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งเรื่องของอาหาร ประกอบกับประเทศไทย และอินเดีย มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งตนเคยเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตแล้ว 3 ครั้ง รู้สึกชื่นชอบจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก
      
       ขณะที่ นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงานแต่งงานในครั้งเป็นการแต่งงานใหญ่ที่ชาวอินเดียเลือกมาจัดงานที่ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งในส่วนของจังหวัดพร้อมที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคู่แต่งงานและแขก ที่เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ในทุกด้าน เพราะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอีกทางหนึ่งโดยเฉพาะตลาด อินเดียถือว่าเป็นตลาดใหม่ที่กำลังได้รับการตอบรับ
      
       ด้าน นางบังอรรัตน์ ชินประยูร ผอ.ททท.สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า ตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มแต่งงานในภูเก็ต มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากที่นักท่องเที่ยวทั้งเอเชียและยุโรปนิยมเดินทางมาจัดงานแต่งงานที่ภูเก็ต เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โรแมนติกสำหรับคู่รัก โดยเฉพาะตลาดอินเดียสนใจมาจัดงานแต่งงานที่ภูเก็ต จากการที่ททท.สำนักงานมุมไบ และนิวเดลี ได้เน้นทำตลาดแต่งงานเป็นพิเศษ ด้วยการประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ ออกงานเวดดิ้งโชว์ วิวาห์อะเมชิ่งไทยแลนด์ เป็นต้น
      
       สำหรับปีนี้ ตลาดแต่งงานอินเดีย จะเข้ามาแต่งงานที่ภูเก็ตคู่แรกในเดือน ก.พ.นี้ มีแขกมาร่วมงานประมาณ 200 คน และเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งคิดว่าในปีนี้จะมีเข้ามาแต่งงานที่ภูเก็ตหลายสิบคู่ ซึ่งล่าสุด มีคู่แต่งงานชาวอินเดียได้ส่งพ่อของฝ่ายชายและฝ่ายหญิงมาดูสถานที่จัดงาน แต่งงานที่ภูเก็ตในเดือน ส.ค.นี้ มีแขกมาร่วมงานประมาณ 200 คน โดยได้ขอความร่วมมือจากทางจังหวัดภูเก็ตในการอำนวยความสะดวกที่ด่านตรวจคน เมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต ศุลกากร และการดูแลรักษาความปลอดภัย ซึ่งการแต่งงานของอินเดียนั้นจะใช้เงินในการจัดงานแต่งงานสูงมากอยู่ที่คู่ ละ 5-10 ล้านบาท
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ภูเก็ตมั่นใจระบบเตือนภัยสึนามิยังใช้งานได้ดี

ภูเก็ตมั่นใจระบบเตือนภัยสึนามิยังเตือนภัยได้ ขณะที่การติดตั้งเรดาห์ตรวจจับคลื่นในทะเลสร้างเสร็จแล้วตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมาเตือนภัยได้ภายใน 1 ชั่วโมง               
       
นายสันติ์ จันทรวงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงความพร้อมการเตือนภัยล่วงหน้าในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ว่า ในวันที่ 26 ธ.ค.นี้  จะเป็นวันครบรอบ 7 ปี เหตุการณ์สึนามิถล่มฝั่งทะเลอันดามัน และมีหลายคนที่มีความเป็นห่วงเรื่องของระบบเตือนภัยสึนามิว่ายังสามารถใช้ งานได้ตามปกติหรือไม่ ซึ่งในส่วนของจังหวัดภูเก็ตนั้นในส่วนของระบบเตือนภัยล่วงหน้าโดยเฉพาะหอ เตือนภัยที่มีการติดตั้งไปตามพื้นที่เสี่ยงภัยต่างๆ ทั้ง 19 หอ ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ ที่ผ่านมา ได้มีการทดสอบอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังมีการดำเนินการติดตั้งหอกระจายข่าวในพื้นที่เพิ่มเติมอีกจำนวน หนึ่งเพื่อให้สามารถเตือนภัยได้อย่างทั่วถึงทั้งจังหวัด ยืนยันว่าระบบเตือนภัยล่วงหน้าในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตยังสามารถเตือนภัยได้ อย่างแน่นอน
               
       ขณะที่ นายชัยรัตน์ สุขบาล รองนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต กล่าวถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการเตือนภัยสึนามิในส่วนของจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าตอง ว่า สำหรับในส่วนของพื้นที่ป่าตองนั้นได้มีการติดตั้งหอเตือนภัยสึนามิไว้แล้ว 3 หอ ซึ่งสามารถเตือนภัยได้ และขณะนี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ติดตั้งเครื่องเรดาร์ตรวจวัดคลื่นในทะเล เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเตือนภัยสึนามิ โดยการติดตั้งเครื่องเรดาร์ตรวจวัดคลื่นในทะเลนั้นได้ติดตั้งเสร็จไปแล้ว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ที่บริเวณปลายแหลมคอไสรอด หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต
               
       สำหรับเครื่องเครื่องเรดาร์ตรวจวัดคลื่นในท้องทะเลดังกล่าวจะทำ หน้าที่ในการตรวจจับคลื่นใต้ทะเล ที่อาจก่อตัวเป็นคลื่นยักษ์สึนามิซัดเข้าฝั่งได้ โดยจะตรวจวัดขนาด ความเร็ว และทิศทางของคลื่น สามารถตรวจวัดคลื่นในทะเลได้ครอบคลุมท้องทะเลอันดามัน ระยะทางไกลไปถึงหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ ประเทศอินเดียที่ห่างออกไปประมาณ 600 กิโลเมตรจากหาดหาดป่าตอง
      
       เมื่อเครื่องเรดาร์ตรวจจับคลื่นได้ก็จะส่งข้อมูลไปยังศูนย์ ข้อมูลข่าวสารเทศบาลเมืองป่าตอง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง หากตรวจพบการก่อตัวของคลื่นน้ำทะเลไปเป็นคลื่นขนาดยักษ์ ก็พร้อมที่จะแจ้งเตือนประชาชนให้อพยพได้ภายในเวลา 1 ชั่วโมง
               
       นายชัยรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของพื้นที่หาดป่าตอง นอกจากจะมีการติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องมือในการเตือนภัยสึนามิแล้ว ทาง เทศบาลเมืองป่าตองยังได้นำบทเรียนจากภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ ไปสู่การเตรียมความพร้อมรับมือภัยธรรมชาติด้านต่างๆ ทั้งภัยสึนามิ ดินถล่ม อุทกภัย และอัคคีภัย โดยมีการจัดอบรมให้ความรู้นักเรียน ประชาชน และมีการซ้อมอพยพอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เทศบาลเมืองป่าตอง ได้รับการยกย่องจากสหประชาชาติ และมูลนิธิศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย ให้เป็นเมืองตัวอย่างการบริหารจัดการภัยพิบัติยอดเยี่ยมจากการจัดงาน SASAKAWA AWARD 2011 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปี 2554 นี้
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ท่องเที่ยวภูเก็ตคึกเป็นพิเศษ นทท.นอนอาบแดดเต็มหาด

บรรยากาศท่องเที่ยวภูเก็ตตามชายหาดต่างๆ คึกคักเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวนอนอาบแดดเต็มหาดมีชื่อ ทั้งป่าตอง กะตะ กะรน       
       
บรรยากาศการท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จังหวัดภูเก็ตคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากขณะนี้ภูเก็ตเริ่มเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยวแล้ว มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เป็นตลาดหลัก ทั้งจาก ยุโรป สวีเดน เดนมาร์ก สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ทำตามชายหาดต่างๆ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ทั้งนอนอาบแดด เล่นน้ำทะเล และเล่นกีฬาทางน้ำ
      
       โดยเฉพาะหาดป่าตอง หาดกมลา หาดกะตะ หาดกะรน ซึ่งเป็นที่มีชื่อเสียงของภูเก็ต คึกคักเป็นพิเศษ เตียงผ้าใบ และร่มชายหาด ไม่เพียงพอต่อการให้บริการนักท่องเที่ยวที่มีเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวนำผ้ามาปูบนหาดทรายนอนอาบแดด โดยมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเดินลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยตลอดแนวชายหาด
      
       นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีทองด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และฝั่งทะเลอันดามัน เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวในตลาดหลักจากทวีปเอเชีย เช่น ประเทศจีน ออสเตรเลีย รัสเซีย เดินทางมาสมทบ กับตลาดหลัก คือ ทวีปยุโรป ทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษกว่าทุกปี คาดว่า เฉพาะในเทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ จะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท
      
       ด้าน พ.ต.อ.อารยะพันธุ์ พุกบัวขาว ผกก.สภ.กะทู้ กล่าวว่า ได้มีการระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว อพปร.ออกรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน ตลอด 24 ชั่งโมง โดยมีการลาดตระเวนตามชายหาด และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ อย่างเข้มข้นให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนัก ท่องเที่ยว ชึ่งในช่วงนี้จังหวัดภูเก็ตเป็นช่วงเปิดฤดูการท่องเที่ยวต้องเข้มงวดในการ รักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นพิเศษเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554

งานเปิดฤดูการท่องเที่ยวภูเก็ตครั้งที่ 26 จัดยิ่งใหญ่


เริ่มแล้วงานเปิดฤดูการท่องเที่ยวภูเก็ตครั้งที่ 26 “ดอกไม้แห่งอันดามัน สีสันเกาะภูเก็ตหวังประกาศความพร้อมของเมืองท่องเที่ยว
      
       เมื่อคืนวันที่ 15 ธ.ค.54 ที่หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดฤดูการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 26 ประจำปี 2554 ภายใต้แนวคิด ดอกไม้แห่งอันดามัน สีสันเกาะภูเก็ตซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-20 ธันวาคม 2554 โดยมีนายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง และผู้แทนจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ประชาชน นักท่องเที่ยวเข้าร่วมคึกคัก ซึ่งก่อนที่จะมีการเปิดงานอย่างเป็นทางการทางเทศบาลเมืองป่าตอง ร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนจัดให้มีขบวนพาเหรด Patong Carnival แห่ไปตามถนนทวีวงศ์ยาวหลายกิโลเมตร ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่รอชมขบวนแห่จำนวนมาก
      
       นอกจากนี้ ตลอดแนวชายหาดป่าตอง มีการออกบูธร้านค้า จำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น อาหารทะเลสดๆ และอาหารพื้นบ้านอีกมากมาย
      
       อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งวันที่ 16 ธ.ค.54 จัดให้มีกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายใต้ชื่อ หาดสวย ทะเลใส ป่าตองใส่ใจสิ่งแวดล้อมภายในงานจัดให้มีกิจกรรม ซึ่งประกอบด้วยการแข่งขันดำน้ำเก็บขยะ การแข่งขันเรือหางยาว การช่วยกันเก็บขยะใต้ท้องทะเล และชายหาดป่าตอง นิทรรศการด้านสิ่งแวดล้อม และกิจกรรมอื่นๆ เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้สวยงามให้เป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยว
      
       นายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง กล่าวว่า งานเปิดฤดูการท่องเที่ยว ณ ชายหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ และเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก ทราบว่า ขณะนี้ฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางกาลอีก ครั้งหนึ่ง
      
       รวมทั้งเพื่อสร้างความหลากหลายในกิจกรรมให้กับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว และการเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้เกิดความประทับใจ สมกับสมญานามที่ว่า ห้องรับแขกของประเทศซึ่งเป็นการร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ โรงแรม สถานบันเทิงต่างๆ ซึ่งเทศบาลเมืองป่าตองมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ จะเข้ามาในช่วงไฮซีซันนี้ทั้งเรื่องของโรงแรมที่พักที่มีเพียงพอและการให้ บริการด้านต่างๆ รวมทั้งเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวซึ่งจะเป็นการ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง
      
       สำหรับการจัดงานในครั้งนี้เทศบาลเมืองป่าตองร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดงานในปีนี้ขึ้นภายใต้บรรยากาศริมทะเลชายหาดป่าตอง ภายในงานจะพบกับการแสดง แสง สี เสียง ยามค่ำคืน จะพบกับความบันเทิงจาก 2 เวทีหลัก คือ เวทีแสดงศิลปวัฒนธรรม และคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง และทุกวันเวลา 16.00 น.มีกิจกรรมการบินโชว์เครื่องบินผาดโผนเหนือน้ำทะเลหน้าอ่าวป่าตอง จากสมาคมการบินภูเก็ตและเวทีที่ 2 เวทีคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง จากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ณ สนามฟุตบอลแหลมเพชร




วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

สยามนิรมิตภูเก็ต เปิดรอบปฐมฤกษ์ที่ภูเก็ต 22 ธ.ค.นี้

สยามนิรมิตสุดยอดการแสดง วิจิตร มหัศจรรย์ระดับโลก เตรียมเปิดตัวรอบปฐมฤกษ์ที่ภูเก็ต 22 ธันวาคมนี้ พบโชว์ศิลปวัฒนธรรมอันตื่นตาตื่นใจ 5 มิติ ระบบฉาก แสง สี เสียง สมบูรณ์แบบทันสมัยที่สุด โปรโมชั่นพิเศษสำหรับชาวภูเก็ต 399 บาทเท่านั้น
      
       
นางพัณณิน กิติพราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามนิรมิต (ภูเก็ต) จำกัด เปิดเผยถึงการเปิดให้บริการที่จังหวัดภูเก็ต ว่า เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีศักยภาพด้านการลงทุนค่อนข้างสูง สยามนิรมิตจึงได้ขยายการลงทุนมาเปิดให้บริการที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของการเป็นเมืองท่องเที่ยว
      
       อีกทั้งเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์มรดกทางวัฒนธรรมของไทย ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยการแสดงของสยามนิรมิตภูเก็ตจะเป็นการแสดงเดียวกับที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับการยกย่องจากผู้ชมทุกชาติทุกภาษา ว่า เป็นหนึ่งในการแสดงที่ดีที่สุดของโลก มีความยิ่งใหญ่ถึง 5 มิติ ประกอบด้วย 1.ที่สุดแห่งความยิ่งใหญ่ของเวทีและฉากการแสดง 2.ที่สุดแห่งความวิจิตรสวยงาม 3.ที่สุดแห่งความมหัศจรรย์ 4.ที่สุดแห่งความเพลิดเพลิน สนุกสนาน และ 5.ที่สุดแห่งความทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม
      
       สำหรับรูปแบบการแสดงของสยามนิรมิต เน้นการนำเสนอประเพณี ศิลปวัฒนธรรมไทยที่สวยงามตระการตา ทุกฉาก ทุกตอน โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งในด้านแสง เสียง ภาพ และเทคนิคพิเศษมาใช้ตลอดการแสดง เช่น เทวดาเหาะ ฟ้าผ่า ฝนตก เป็นต้น การออกแบบฉากที่วิจิตร สวยงาม บนเวทีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และนักแสดงมากกว่า 100 ชีวิต ที่สวมเครื่องแต่งกายที่จัดทำขึ้นด้วยความประณีตบรรจง กว่า 500 ชุด ซึ่งจะทำให้ผู้ชมรู้สึกเพลิดเพลิน ตื่นตาตื่นใจไปกับความสมจริงของโชว์ เสมือนอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์จริง ตลอดระยะเวลา 70 นาที
      
       อย่างไรก็ตาม นอกจากการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทยในโรงละครขนาดความจุ 1,740 ที่นั่งแล้ว สยามนิรมิตยังได้จำลองหมู่บ้านชนบทของไทยทั้ง 4 ภาค ให้ผู้ชมได้สัมผัสบรรยากาศแบบวิถีชีวิตชาวบ้าน พร้อมเลือกชมและเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรม งานฝีมือคุณภาพ ที่คัดสรรมาจากทุกภาคของไทยในตลาดน้ำโบราณ
      
       นางพัณณิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการแสดงนั้น กำหนดเปิดให้เข้าชมวันละ 1 รอบ ในเวลา 20.30 น.ทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร และเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับชาวจังหวัดภูเก็ต สยามนิรมิตจึงได้จัดโปรโมชัน จำหน่ายบัตรในราคาพิเศษ บัตรละ 399 บาท จากราคาปกติ 1,500 บาท ระหว่างวันที่ 22-25 ธันวาคม 2554 สำหรับผู้ที่นำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดง โดยบัตรประจำตัวประชาชนหนึ่งใบสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแสดงได้ 4 บัตร ซึ่งหวังว่าสยามนิรมิตจะสร้างรอยยิ้มและความประทับใจ ตลอดจนได้รับการตอบรับจากชาวภูเก็ต นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างดี
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

รีสอร์ตหาดไม้ขาวจับมือจัดเทศกาลศิลปะปรุงอาหารครั้งที่ 2

4 รีสอร์ตบนหาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต ผนึกกำลังจัดเทศกาลศิลปะปรุงอาหารประจำปี ครั้งที่ 2 ประเดิมจัดโต๊ะดินเนอร์ยาวกว่า 300 เมตร หวังต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน      
       
4 รีสอร์ตบนหาดไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งประกอบด้วย ศาลา ภูเก็ต รีสอร์ทแอนด์สปา , เรเนซองส์ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา, อนันตรา ภูเก็ต วิลล่า และเจดับบลิว แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ทแอนด์ สปา ร่วมกันจัดเทศกาลปรุงอาหาร “North Phuket Culinary Arts Festval ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 2-4 ธ.ค.54
      
       ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตโดยเฉพาะภูเก็ตทางตอนเหนือ โดยการนำเสนอผ่านทางศิลปะการทำอาหาร และมุ่งหวังที่จะส่งเสริมให้หาดไม้ขาวเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากยิ่ง ขึ้นนอกเหนือจากชายหาดอื่นๆ ในภูเก็ตที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว สำหรับหาดไม้ขาวเป็นชายหาดที่มีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทั้งยังคงความสวยงาม เงียบสงบ และเหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง
      
       สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ภายในงาน จัดให้มีการนำเสนอเมนูอาหารนานาชาติโดยเชฟจากแต่ละรีสอร์ตในรูปแบบที่แตก ต่างกัน เริ่มต้นเมื่อคืนที่ผ่านมา( 2 ธ.ค.) มีการจัดโต๊ะดินเนอร์ บริเวณริมชายหาดไม้ขาวยาวที่สุดในภูเก็ตถึง 300 เมตร เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มรสชาดอาหารที่หลากหลายเมนู ซึ่งจัดขึ้นโดยศาลาภูเก็ตรีสอร์ทแอนด์สปา และเรเนซองส์ภูเก็ต รีสอร์ทแอนด์สปา
      
       ส่วนวันนี้(3 ธ.ค.)นักท่องเที่ยวจะพบกับบุฟเฟ่ต์เมนูปิ้งย่าง และเมนูคอกเทลบริเวณริมสระว่ายน้ำ พร้อมชมความงดงามของบรรยากาศพระอาทิตย์ตกฝั่งทะเลอันดามัน ที่ อนันตรา ภูเก็ต วิลล่า และวันที่ 4 ธ.ค. นักท่องเที่ยวจะได้พบกับเมนูอาหารและเครื่องดื่มจาก 14 ร้านอาหารและบาร์ภายในเจดับบลิวแมริออท ภูเก็ตรีสอร์ทแอนด์สปา ซึ่งสามารถเลือกชิมอาหารอิตาเลียน ไทย ญี่ปุ่น อินเดีย อาหารทะเล เมนูปิ้งย่าง สลัดบาร์ เครื่องดื่มได้ตลอดงาน พร้อมชมแฟชั่นโชว์
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เอเยนต์ทัวร์ทั่วโลก 322 ราย ร่วมงาน “Andaman Travel Trade”

ผู้ประกอบการนำเที่ยวจากทั่วโลก 322 ราย ร่วมงาน “Andaman Travel Trade 2011” ที่ภูเก็ต เพื่อเจรจาธุรกิจท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการในอันดามันทั้งด้านโรงแรม บริษัทนำเที่ยว 25-26 พ.ย.นี้               วันที่ 25 พ.ย.54 นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ Andaman Travel Trade 2011 พร้อมด้วย นายบัวยัญ สุวรรณมณี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต นายสมบรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต นายประพฤทธิ์ ข้อเพชร นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ ผู้ประกอบการโรงแรมและท่องเที่ยวในภูเก็ต รวมถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าร่วม ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
      
       เพื่อส่งเสริมการทำตลาดการท่องเที่ยวของจังหวัดในฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งประกอบด้วย ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และ ตรัง รวมถึงเป็นแนะนำผลิตภัณฑ์สินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ และเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในอันดามันได้เจราจาธุรกิจกับผู้ประกอบ การท่องเที่ยวจากทั่วโลก
      
       โดยงานส่งเสริมการขาย Andaman Travel Trade 2011 นั้น จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 พ.ย. 54 นี้ เป็นความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ด้วยการเชิญผู้ประกอบการนำเที่ยวจากทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 322 ราย จาก 28 ประเทศ
      
       เช่น ยุโรป อเมริกา เอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกา และตะวันออกกลางมาพบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการโรงแรมและท่องเที่ยวใน ภูเก็ต ระนอง พังง กระบี่ และ ตรัง 109 ราย โดยแบ่งเป็นโรงแรม 92 ราย บริษัทนำเที่ยว 17 ราย
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ภูเก็ตจัดงาน “Andaman Travel Trade 2011” นำเอเยนต์ทั่วโลกพบปะผู้ประกอบการอันดามัน

หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในภูเก็ตผนึกกำลังจัดงานส่งเสริมการขายท่อง เที่ยว “Andaman Travel Trade 2011” 25-26 พ.ย.เชิญเอเยนต์ทัวร์จากต่างประเทศทั่วโลก 322 ราย มาพบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการในอันดามันกว่า 100 ราย หวังดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาท่องเที่ยวยังอันดามันมากยิ่งขึ้น               เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 17 พ.ย.54 ที่โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ แถลงข่าวการจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยว Andaman Travel Trade 2011 ระหว่างวันที่ 25-26 พ.ย.54 นี้ ณ.ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
      
       นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ร่วมกัน จัดงานส่งเสริมการขายการท่องเที่ยว “Andaman Travel Trade 2011” ขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 พ.ย.2554 นี้ ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เพื่อให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในภูเก็ตที่เป็นกิจการขนาดย่อม ทั้งโรงแรม บริษัทนำเที่ยว ได้พบปะ แนะนำสินค้าใหม่ ร่วมถึงเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อที่เป็นเอเยนต์ทัวร์ในต่างประเทศ
      
       โดย ททท.สำนักงานต่างประเทศทั่วโลกนำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว (ผู้ซื้อ) มาพบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่อันดามัน (ผู้ขาย) ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และ ระนอง เพื่อนำเสนอขายสินค้าทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมทั้งมีการนำเอเย่นต์ทัวร์และสื่อมวลชนไปสำรวจแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่ เดิม และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เพื่อให้เอเย่นต์ทัวร์ได้เห็นสภาพจริงๆ ที่เกิดขึ้น ในการนำไปจัดเป็นเพ็กเก็จทัวร์ขายให้นักท่องเที่ยวต่อไป
      
       ด้าน นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ กล่าวว่า งาน ส่งเสริมการขายท่องเที่ยว Andaman Travel Trade 2011 ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการจากต่างประเทศเป็นอย่างดี มีผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนเดินทางมาจากทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อเมริกา เอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง รวมทั้งสิ้น 322 รายจาก 28 ประเทศ
      
       ส่วนผู้ประกอบการในพื้นที่ฝั่งอันดามันให้ความสนใจเข้าร่วมงานทั้ง หมด 102 ราย โดยแบ่งเป็นโรงแรม 92 ราย และบริษัทนำเที่ยว 17 ราย โดย ททท.ได้ใช้งบประมาณในการนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานดังกล่าวประมาณ 18 ล้านบาท และได้ผนวกเข้ากับงาน Chiang Mai Tourism Forum ที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 22-23 พ.ย.54 นี้ เพื่อแสดงถึงศักยภาพในการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างภาคใต้และภาคเหนือ
      
       “การจัดงานในครั้งนี้จะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงใน กลุ่มพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน โดยมีภูเก็ตเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก เพราะมีเที่ยวบินตรงจากประเทศต่างๆ มายังสนามบินภูเก็ต 231 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และกระจายนักท่องเที่ยวต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียง และเมืองท่องเที่ยวหลักๆของประเทศ เช่น เชียงใหม่ พัทยา สมุย ตราด อุบลราชธานี อุดรธานี
      
       นอกจากนี้ ยังเป็นการขยายฐานการท่องเที่ยวไปยังตลาดใหม่ๆ ให้กับการท่องเที่ยวภูเก็ต โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชียที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วโดยมีส่วนแบ่งตลาดใน ปี 2010 ร้อยละ 43.68 รองลงมาคือ ยุโรปร้อยละ 37.14 ด้วยปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลให้ฤดูกาลท่องเที่ยวของภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง คึกคักมากขึ้น
      
       ขณะที่ นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การ จัดงาน Andaman Travel Trade ในครั้งนี้ จะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของภูเก็ตในระยะสั้น ที่สามารถสื่อไปถึงนักท่องเที่ยวว่าภูเก็ตไม่ได้ประสบปัญหาน้ำท่วม และในระยะยาวเอเย่นต์ทัวร์ที่เดินทางเข้ามา และได้สัมผัสกับสินค้าทางการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จะได้นำกลับไปจัดเป็นเพ็กเก็จทัวร์ในการขายให้นักท่องเที่ยวต่อไป
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

บินไทยเปิดเที่ยวบินภูเก็ต-เชียงใหม่เชื่อมท่องเที่ยวเมืองสำคัญ

บินไทยเปิดบินแล้วเที่ยวปฐมฤกษ์ ภูเก็ต-เชียงใหม่เชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวสำคัญแล้วมั่นใจผลตอบรับดี
              นายประเสริฐ ตันหรรษ์ ผู้จัดการสำนักงานขาย จังหวัดภูเก็ต บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการเปิดเส้นทางบินภูเก็ต-เชียงใหม่ ของบริษัทการบินไทย ว่า ขณะนี้บริษัทการบินไทยได้เปิดเส้นทางบินภายในประเทศเพิ่มอีก 1 เที่ยวบิน คือ ส้นทางภูเก็ต-เชียงใหม่ โดยเริ่มบินตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. 2554 เป็นต้นไป
      
       เที่ยวบินแรกออกจากภูเก็ต เวลา 16.25 น. ถึงจังหวัดเชียงใหม่เวลา เวลา 18.20 น. ด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส 300-600 ขนาด 247 ที่นั่ง โดยเที่ยวบินแรกมีผู้โดยสารร่วมเดินทาง จำนวน 122 คน ซึ่งการเปิดให้บริการในเส้นทางบินดังกล่าว จะทำการบินทุกวันๆ ละ 1 เที่ยวบิน
      
       นายประเสริฐกล่าวอีกว่า เส้นทางดังกล่าวในอดีตบินเฉพาะจากเชียงใหม่มาภูเก็ต แต่เนื่องจากว่าภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยว ทางการบินไทยจึงได้ให้ความสำคัญว่าควรจะมีการเพิ่มการปฏิบัติการบินให้ครบ วงจร เพื่อจะเชื่อม 2 หัวเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักของชาวโลก ซึ่งจะเห็นความแตกต่างระหว่าง 2 เมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็นทางเชียงใหม่ที่มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี อาหาร ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ที่มีความแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับภูเก็ต ซึ่งเป็นเกาะ
      
       การบินไทยอยากจะเชื่อมระหว่างวัฒนธรรม 2 รูปแบบที่จะแตกต่างกันให้เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยการใช้การบินไทยเป็นสื่อในการบินตรง โดยไม่ต้องเสียเวลาหรือว่าไปเปลี่ยนเครื่องที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมั่นใจว่าการเปิดเส้นทางบินดังกล่าวจะได้รับการตอบรับจากผู้โดยสารที่ ต้องการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดภูเก็ตกับเชียงใหม่อย่างแน่นอน
      
       อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากเส้นทางบินภายในประเทศดังกล่าวแล้ว ยังมีในส่วนของเส้นทางบินต่างประเทศ ที่ทางการบินไทยจะทำการบินในเร็วๆ นี้ คือ เส้นทางบินภูเก็ต-กรุงโซล-ภูเก็ต สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน คือ วันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ ส่วนขากลับในวันพุธ ศุกร์และอาทิตย์ ด้วยเครื่องบินแบบ แอร์บัส 330-300 ขนาด 305 ที่นั่ง โดยจะเริ่มทำการบินได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 เป็นต้นไป มีตารางการบิน เที่ยวบินที่ TG 654 ออกเดินทางจากภูเก็ต เวลา 22.25 น.ถึงโซล เวลา 06.25 น.เที่ยวบินที่ TG655 ออกเดินทางจากกรุงโซล เวลา 08.15 น.ถึงภูเก็ต เวลา 13.05 น.
      
       เหตุผลที่เปิดบินตรงในเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากว่าภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางของโลก มีหาดทรายที่สวย มีการต่อโยงเชื่อมไปถึงกระบี่ ตรัง สตูล ซึ่งเป็นจุดขายของประเทศไทย และคนเกาหลีเองก็จะชอบทะเลมาก ชอบซีฟู้ด และจากตัวเลข จะเห็นว่าเส้นทางนี้มีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีเดินทางเข้ามามาก
      
       นายประเสริฐยังได้กล่าวต่อไปว่า อีกเส้นทางบินต่างประเทศ โคเปนเฮเกน-ภูเก็ต สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ออกจากยุโรป เริ่มวันพุธ,วันศุกร์และอาทิตย์ ถึงเมืองไทยนับถัดไปอีกวัน เที่ยวบินที่ PG 953 ใช้เครื่องบินประเภท โบอิ้ง 747 แบ่งเป็นชั้นธุรกิจ ชั้นพรีเมียมอีโคโนมี และชั้นอีโคโนมี จะเริ่มทำการบินออกจากโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เป็นเที่ยวบินแรก วันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 มาถึงที่จังหวัดภูเก็ต วันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 เวลาประมาณ 13.20 น.
      
       เที่ยวบินแรกนี้จะมีผู้โดยสารประมาณ 336 คน ในการนี้การบินไทยได้ร่วมมือกับทางจังหวัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมต่างๆ ในการให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาเที่ยวบินปฐมฤกษ์ รวมถึงผู้สื่อข่าวองค์กรต่างๆ ซึ่งจะมาผลักดันภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักในทุกมุมมองของชาวยุโรป
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

การบินไทยเปิดบินตรงโฮเปนเฮเกน-ภูเก็ตเริ่มเที่ยวบินแรก 12 พ.ย.

การบินไทยเปิดบินตรงโฮเปนเฮเกน-ภูเก็ต เริ่มเที่ยวบินแรก 12 พ.ย.นี้ มั่นใจเสียงตอบรับดี พร้อมเปิดบินอีก 2 เส้นทาง ภูเก็ต-เชียงใหม่ และภูเก็ต-โซล-ภูเก็ต              เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 ตุลาคม 54  นายเมธี ตันมานะตระกูล ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์โฮเปนเฮเกน-ภูเก็ต ซึ่งมีกำหนดเปิดบินเที่ยวบินปฐมฤกษ์มายังจังหวัดภูเก็ต ในวันที่ 12 พฤศจิกายน นี้ โดยมีนายประเทือง ศรขำ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต นางสาววรรณประภา สุขสมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต และนายประเสริฐ ตันหรรษ์ ผู้จัดการสำนักงานขาย จังหวัดภูเก็ต บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยส่วนราชการเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด ภูเก็ต
      
       ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยการต้อนรับนั้นจะประกอบด้วยพิธีการด้านการตรวจคนเข้าเมืองด้านพิธีตรวจลง ตราบุคคล และการอำนวยความสะดวกต่างๆให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับสายการบินดัง กล่าว
      
       นายประเสริฐ ตันหรรษ์ ผู้จัดการสำนักงานขายจังหวัดภูเก็ต บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการเปิดเส้นทางบินตรงโฮเปนเฮเกน-ภูเก็ต ของบริษัทการบินไทย ว่า เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกมีนักท่องเที่ยวที่สนใจจะเดิน ทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก และบริษัทการบินไทยก็เล็งเห็นถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ จึงตัดสินใจเปิดเส้นทางบินตรงจากยุโรป คือ โฮเปนเฮเกนเข้ามายังจังหวัดภูเก็ต สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน
      
       เที่ยวบินแรกจะเดินทางถึงสนามบินภูเก็ตในวันที่ 12 พ.ย.นี้ โดยมีผู้โดยสารเต็มลำจำนวนด 336 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารชั้นธุรกิจจำนวน 4 คน ชั้นพรีเมี่ยมฯ จำนวน 29 คน และผู้โดยสารชั้นประหยัด จำนวน 293 คน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง
      
       เส้นทางดังกล่าวขณะนี้มีการจองนี้นั่งเต็มเกือบทุกเที่ยวบิน โดยเปิดบินตรงสัปดาห์ละ 3 เที่ยววัน ประกอบวันอังการ พฤหัสบดี และวันเสาร์ ซึ่งการเปิดเส้นทางบินดังกล่าวเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวใน การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตโดยไม่ต้องแวะที่สนามบิน สุวรรณภูมิ
      
       นายประเสริฐ ยังกล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากจะมีการเปิดเส้นทางบินตรงจากโฮเปนเฮเกนเข้ามายังจังหวัดภูเก็ต ในเร็วๆนี้ทางการบินไทยจะเปิดเส้นทางบินอีก 2 เส้นทาง คือ เส้นทางบินภายในประเทศ เส้นทางภูเก็ต-เชียงใหม่ บินวันละ 1 เที่ยวบิน ทุกวัน ด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส 300-600 ขนาด 247 ที่นั่ง แบ่งเป็นชั้นรอยัล ซิลค์ คลาส จำนวน 46 ที่นั่ง และชั้นประหยัดจำนวน 201 ที่นั่ง ซึ่งจะเริ่มทำการบินได้ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป
      
       อีกเส้นคือเส้นทางบิน ภูเก็ต-โซล-ภูเก็ต สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน โดย เส้นทางภูเก็ต-โซล จะบินวันอังคาร,พฤหัสบดีและวันเสาร์ ส่วนขากลับโซล-ภูเก็ต จะบินในวันพุธ,ศุกร์และอาทิตย์ ด้วยเครื่องบินแบบ แอร์บัส 330-300 ขนาด 305 ที่นั่ง แบ่งเป็นชั้น รอยัล ซิลค์ คลาส จำนวน 42 ที่นั่ง และชั้นประหยัด จำนวน 263 ที่นั่ง โดยจะเริ่มทำการบินได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 เป็นต้นไป
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เตรียมปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตรับเรือขนาดใหญ่ รับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่เห็นด้วย

เตรียมปรับปรุงท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต ให้รองรับเรือสินค้าและเรือท่องเที่ยวได้พร้อมกัน คาด ใช้งบ 176 ล้านบาท บริษัทที่ปรึกษาจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ ส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ห่วงเรื่องของผลกระทบต่อประชาชน       
       
วันที่ 19 ต.ค.54  ที่ห้องประชุมโรงแรมคาทีน่า อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายกรีฑา แซ่ตัน นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต อ.เมืองภูเก็ต เป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนในชุมชนโดยรอบโครงการท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต (การขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ) ซึ่งทางบริษัท เจ้าพระยาท่าเรือสากล จำกัด ในฐานะบริษัทผู้รับสัมปทานบริหารท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตจากกรมธนารักษ์ ได้มอบหมายให้บริษัท เอส ทีเอส เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการศึกษารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต (การขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ)
      
       จากการรับฝังความคิดเห็นของประชาชนในครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะเห็นด้วย แต่มีความกังวลเรื่องของผลกระทบของฝุ่นตะกอนจากการขุดลอกร่องน้ำ ผลกระทบกับวิถีชีวิตของชุมชน โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน ปัญหาการจราจร ปัญหาขยะ ปัญหาของผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายภายในท่าเรือเดิม ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งทางบริษัทที่ปรึกษารับไปจะดำเนินการหามาตรการเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว ทั้งนี้ คาดว่า จะจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ได้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
      
       ขณะที่ นายณรงค์ คุ้มบ้าน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 และนายสุเทพ อเนกธรรมพินิจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของชาวบ้านมีความห่วงใยในเรื่องของผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ ที่เป็นผลมาจากการขุดลอกร่องน้ำ โดยเฉพาะเมื่อโครงการแล้วเสร็จ ทั้งอาชีพการทำประมงพื้นบ้าน ปัญหากลุ่มอาชีพที่ทำมาหากินอยู่บริเวณท่าเรือน้ำลึกทั้งกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ขายของที่ระลึก รถแท็กซี่และอื่นๆ รวมไปถึงปัญหาการจราจรที่จะคับคั่งมากขึ้น
      
       ด้าน นายวัฒนชัย เรืองเลิศปัญญากุล ผู้อำนวยการท่าเรือสงขลา-ภูเก็ต บริษัท เจ้าพระยาท่าเรือสากล จำกัด กล่าวถึงโครงการปรับปรับท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต ว่า ท่าเรือน้ำ ลึกภูเก็ต เป็นท่าเรือสินค้าเอนกประสงค์ มีสินค้าผ่านท่าเฉลี่ยปีละประมาณ 130,000 ตัน ส่วนใหญ่เป็นยางพารา และแผ่นไม้ MDF (Medium Density Fiber Board)
      
       โดยมีเรือสินค้าเข้าเทียบเฉลี่ยสัปดาห์ละ 2-3 ลำ แต่เนื่องจากชายฝั่งทะเลอันดามันในปัจจุบันยังไม่มีท่าเรือที่มีน้ำลึกเพียง พอให้เรือโดยสารระหว่างประเทศเข้าเทียบได้ จึงเข้ามาใช้ท่าเรือภูเก็ตเป็นประจำจากสถิติในอดีต พบว่า หลังจากปี 2541 ปริมาณผู้โดยสารผ่านท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตลดลงอย่างมาก จากเดิมประมาณ 5 แสนคนต่อปี คงเหลือเพียงประมาณ 1.5 แสนคนต่อปี เนื่องจากมีการสร้างท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวขึ้นมา 2 แห่ง คือ ที่ท่าเรือฉลองกับท่าเรือรัษฎาทำให้เรือท่องเที่ยวภายในจังหวัดขนาดเล็กหัน ไปใช้บริการท่าเรือดังกล่าวแทน เนื่องจากมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับ แต่เรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่และเรือท่องเที่ยวระหว่างประเทศยังคงเข้ามาใช้ บริการในจำนวนที่ใกล้เคียงเช่นเดิม
      
       โดยจากสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2548-2553 มีเรือโดยสารระหว่างประเทศประมาณ 1-2 ลำ ต่อสัปดาห์ มีผู้โดยสารผ่านท่าเรือระหว่าง 122,680-212,988 คนต่อปี หรือเฉลี่ยปีละประมาณ 150,000 คน
      
       จากข้อจำกัดของท่าเรือซึ่งมีความยาวหน้าท่า 360 เมตร ลึก 10 เมตร ไม่สามารถที่จะจอดเรือขนาดใหญ่ได้พร้อมกัน และเมื่อมีเรือท่องเที่ยวเข้ามาจอด เรือสินค้าก็ต้องทอดสมอรอ ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังไม่มีความปลอดภัย ประกอบกับท่าเรือภูเก็ตเดิมไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับผู้โดยสารจึงไม่มีสิ่ง อำนวยความสะดวกมารองรับผู้โดยสาร นอกจากนี้การใช้พื้นที่หน้าท่าร่วมกันระหว่างการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารมี ความเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัย
      
       ด้วยเหตุผลดังกล่าวกรมธนารักษ์จึงได้ริเริ่มโครงการปรับปรุงท่าเรือ น้ำลึกภูเก็ตขึ้นใหม่ จากที่ได้เคยทำการศึกษาไว้เมื่อปี 2546 โดยปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน ประกอบด้วย สร้างหลักผูกเรือ (Berth Dolphins) จำนวน 2 ตัวพร้อมสะพานเชื่อม (Access Bridge) สร้างอาคารที่พักผู้โดยสาร ลักษณะเป็นอาคาร 1 ชั้น ขนาด 45x20 เมตร หรือมีพื้นที่ใช้สอย 900 ตารางเมตร ภายในประกอบด้วย Duty free shop, ห้องสุขา, พื้นที่ทำงานสำหรับเจ้าหน้าที่ ICQ (Immigration, Customs, Quarantine), พื้นที่นั่งพักสำหรับผู้โดยสาร,พื้นที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม,ห้องโถง และทางเดิน และพื้นที่จำหน่ายของที่ระลึก
      
       นอกจากนี้ จะมีการปรับปรุงถนนทางเข้าสู่อาคารที่พักผู้โดยสารและที่จอดรถ ขนาด 8,500 ตารางเมตร รองรับรถยนต์ได้ 45 คัน และรถโดยสารขนาดใหญ่ได้ 40 คัน ขุดลอกบริเวณหลักผูกเรือใหม่ จัดทำพื้นที่สีเขียว เนื้อที่ประมาณ 650 ตารางเมตร และจัดทำระบบสาธารณูปโภคประกอบโครงการ คาดว่า จะใช้งบดำเนินการประมาณ 176 ล้านบาท
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ภูเก็ตจัดแต่งงานนานาชาติ108คู่14ก.พ.บันทึกสถิติโลกวิวาห์แหลมพรหมเทพ

ภูเก็ตเตรียมจัดงานมงคลสมรสนานาชาติ 108 คู่ ในวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ.55 คาดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศพร้อมบันทึกสถิติโลก      
       
เมื่อวันที่ 8 ต.ค.54 ที่โรงแรมดุสิตธานี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ดร.สุภกรรณ จันทรวงษ์ รองประธานโครงการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในพิธีมงคลนานาชาติ 108 คู่ หรือ “ANDAMAN PEARL THE FIRST OF LOVE” พร้อมด้วย ดร.อินใจ วงศ์รัตนเสถียร ที่ปรึกษาโครงการฯ ดร.วรภูริ มูลสิน ที่ปรึกษาโครงการฯ นายดิสัน แหล่ทองคำ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต และนายอรุณ โสรส นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์ ร่วมกันแถลงข่าวเตรียมจัดงานพิธีมงคลนานาชาติ 108 คู่ หรือ ANDAMAN PEARL THE FIRST OF LOVE ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 บริเวณแหลมพรมเทพ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต
      
       ดร.สุภกรรณ จันทรวงษ์ รองประธานโครงการฯ กล่าวว่า การจัดงานพิธีมงคลสมรสนานาชาติ 108 คู่หรือ ANDAMAN PEARL THE FIRST OF LOVE ในครั้งนี้เป็นการเผยแพร่ประเพณีอันดีงามของไทย สู่สายตาชาวโลก พร้อมทั้งเป็นการนำเสนอการแต่งงานแบบวิถีไทย และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในฐานะไข่มุกอันดามัน โดยคาดว่าจะมีคู่รักนานาชาติจากทุกมุมโลกมาเข้าร่วมในพิธี โดยเฉพาะ ชาวญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ ออสเตรเลียและคู่รักอีกหลายประเทศ
      
       ทั้งนี้ การจัดงานในครั้งนี้รายได้ส่วนหนึ่งจะนำทูลเกล้าถวายในโครงการพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง สนับสนุนภารกิจขององค์การสหประชาชาติ เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสนานาชาติและร่วมสบทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำ ท่วม
      
       ด้าน ดร.วรภูริ มูลสิน ที่ปรึกษาโครงการฯ กล่าวว่า ขณะนี้มีคู่แต่งงานทั้งไทยและต่างชาติสมัครเข้าร่วมแต่งงานนานาชาติแล้ว 30 คู่ มาจากจีน เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ยุโรป ออสเตรเลีย และไทย ซึ่งในส่วนของคู่แต่งงานคนไทยนั้นจะกำหนดมีไม่เกิน 10 คู่ รวมทั้งการจัดกิจกรรมแต่งงานในครั้งนี้ทางผู้จัดจะเชิญเลขาธิการสหประชาชาติ ทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ เข้าร่วม และที่สำคัญจะมีการบันทึกสถิติโลกด้วย เพราะการจัดแต่งงานในลักษณะดังกล่าวยังไม่เคยจัดขึ้นที่ใดมาก่อน
      
       สำหรับรูปแบบการแต่งงาน จะแต่งงานแบบไทยๆโดยจะมีการดน้ำสังข์ แต่จะไม่มีพิธีทางศาสนา เพื่อให้ทุกชาติ ทุกภาษาและทุกศาสนาเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้ และชุดแต่งงานนั้นทางผู้จัดงานจะให้คู่บ่าวสาวเลือกตามความพอใจว่าจะแต่งชุด แต่งงานแบบใด
      
       อย่างไรก็ตาม ทางผู้จัดงานฯคาดว่าในปี 2556 จะมีคู่แต่งงานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งประมาณว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 193-200 คน จากทั่วโลก ทุกประเทศและทุกภาษา
      
       ขณะที่นายอรุณ โสฬส กล่าวว่า ในส่วนของเทศบาลตำบลราไวย์นั้น พร้อมในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของตำบลราไวย์และจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์แหลมพรหมเทพ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และแหลมพรหมเทพมีความพร้อมและมีความสวยงามตามธรรมชาติที่จะรองรับการจัด กิจกรรมแต่งงานนานาชาติ 108 คู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มสีสันเข้าไปเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

ทอท.เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวไฮซีซัน-ปีนี้คาดผู้โดยสารสูงกว่า 8.2 ล้านคน

ท่าอากาศยานภูเก็ตเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติไฮ ซีซันปีนี้ ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่แล้วที่มีสูงถึง 8.2 ล้านคน จากที่ภูเก็ตยังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ               นางดวงใจ คอนดี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการรองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้ามาภูเก็ต และอันดามัน ผ่านทางท่าอากาศยานภูเก็ต เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบปีที่ 23 ของท่าอากาศยานภูเก็ต ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ที่บริเวณอาคารเอนกประสงค์ ท่าอากาศยานภูเก็ต วันที่ 7 ต.ค.54 ว่า
      
       ในปี 2554 นี้ มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวภูเก็ตและอันดามัน ผ่านทางท่าอากาศยานภูเก็ตถึง 8.2 ล้านคน โดยแยกเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 4 ล้านกว่าคน ที่เหลือเป็นผู้โดยสารคนไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มสูงขึ้น 25% และเที่ยวบินโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 16% ซึ่งมีเที่ยวบินใหม่เข้ามาเช่นกัน เช่น จากรัสเซียที่เพิ่มเที่ยวบินขึ้นเป็นทุกวัน และในช่วงไฮซีซันนี้ ก็มีเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำจากต่างประเทศเดินทางมาจากหลายประเทศทั้งในยุโรป และเอเชีย
      
       ทั้งนี้ เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตมีศักยภาพสูงด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติจึงเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูการท่องเที่ยวที่เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ย.-มี.ค.ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก็เช่นเดียวกันจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามามีแนวโน้มเพิ่มสูง ขึ้น
      
       ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวทางท่าอากาศยานภูเก็ตจึงได้ เตรียมความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในช่วงไฮซีซันนี้ โดยกำหนดให้มีเที่ยวบินที่จะขึ้น-ลงวันละประมาณ 20 เที่ยวบิน เพื่อไม่ให้เกิดความหนาแน่นของผู้โดยสารจนเกินไป และเพื่อให้การทำงานของทางตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสอดคล้องกับกำลังเจ้า หน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานที่มีอยู่ในปัจจุบันที่จะไม่ทำให้ผู้โดยสารต้องรอ คิวนาน มีการเพิ่มพื้นที่บริการให้ผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก
      
       โดยเฉพาะขาออกมีการเพิ่มเก้าอี้สำหรับผู้โดยสารขึ้นอีก ทำให้ขณะนี้มีเก้าอี้รองรับผู้โดยสารถึง 600 ที่นั่ง เพราะขณะนี้ในส่วนขอผู้โดยสารขาออกมีความหนาแน่นมาก รวมทั้งมีการปรับปรุงเคาน์เตอร์เช็กอิน มีการขยายพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารให้กว้างขึ้นด้วยการรื้อลิฟต์บริเวณตรง กลางของอาคารออก เป็นต้น
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติร่วมประเพณีถือศีลกินผักภูเก็ตคึกคัก

นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติร่วมถือศีลกินผักคึกคัก มั่นใจเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ขณะที่เส้นทางไว้พระ 9 ศาลเจ้าเสริมสิริมงคลของ ททท.ภูเก็ตได้รับการตอบรับดี เผย ต.ค.นี้มีเที่ยวบินจากจีนเข้าภูเก็ตกว่า 40 เที่ยวบิน ด้านผู้ว่าฯ ย้ำดูแลความปลอดภัยประชาชนนักท่องเที่ยว ขณะที่การท่องเที่ยวช่วงเริ่มไฮซีซันคาดคึกคักมีเที่ยวบินเข้าภูเก็ตกว่า 200 ไฟลต์              นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ในช่วงงานประเพณีถือศีลกินผักประจำปี 2554 ว่า ขณะนี้เข้าช่วง 3 วันสุดท้ายของงานประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ตคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80% แต่ถ้าเป็นโรงแรมที่ขบวนแห่พระผ่านอัตราการเข้าพักส่วนใหญ่เต็ม 100%
      
       กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาร่วมงานประเพณีถือศีลกินผักใน ช่วงนี้ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์ มาเลเซีย อ่องกง และจีน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาร่วมงานประเพณีถือศีลกินผักเป็นประจำ ทุกปี
      
       อย่างไรก็ตาม ในปีนี้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาเป็น จำนวนมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงหยุดยาวของคนจีน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางของสายการบินจากจีนเข้าภูเก็ตพบว่า ในช่วงเดือนตุลาคมปีนี้มีเที่ยวบินเช่าเหมาลำและเที่ยวบินประจำเข้าภูเก็ต มากถึง 43 เที่ยวบิน และมั่นใจว่ารายได้จากการท่องเที่ยวในช่วงงานประเพณีถือศีลกินผักของจังหวัด ภูเก็ตจะสะพัดไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
      
       นางบังอรรัตน์ยังได้กล่าวต่อไปถึงการจัดกิจกรรมไหว้พระและองค์เทพ 9 ศาลเจ้าเพื่อเสริมสิริมงคลว่า ในปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ได้จัดเส้นทางไหว้พระและองค์เทพ9ศาลเจ้าขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมประเพณีดังกล่าว ได้ไหว้พระและองค์เทพทั้ง 9 ศาลเจ้า ซึ่งประกอบด้วยศาลเจ้ากะทู้ ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยฯ ศาลเจ้าบางเหนียว ศาลเจ้าหล่อโรง ศาลเจ้าเชิงทะเล ศาลเจ้าสามกอง ศาลเจ้าสะปำ ศาลเจ้าซำไป่ก้องบางคู และศาลเจ้าบ้านท่าเรือ
      
       ปรากฏว่าเส้นทางไหว้พระ 9 ศาลเจ้าได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่าง มาก โดยขณะที่ของที่ระลึกที่ ททท.ทำแจก สำหรับผู้ที่ไหว้พระครบทั้ง 9 ศาลเจ้าใกล้หมดแล้ว
      
       นางบังอรรัตน์กล่าวต่อไปว่า จากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตปีนี้เชื่อ ว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามามากกว่าปีที่ผ่านมา เพราะนอกจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเพื่อร่วมงานประเพณีถือศีลกินผัก แล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวอีกจำนวนหนึ่งที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวตามปกติด้วย เนื่องจากขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตกำลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซันหรือฤดูกาล ท่องเที่ยวแล้ว
      
       ในช่วงไฮซีซันที่จะถึงนี้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนซึ่งใน ช่วงเดือนตุลาคมนี้มีไฟลต์บินจากต่างประเทศเข้าภูเก็ตประมาณ 200 กว่าไฟลต์ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย และรัสเซีย ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในช่วงนี้ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจาก เอเชีย ส่วนนักท่องเที่ยวจากยุโรปยังชะลอตัว เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของยุโรปที่ยังมีปัญหา
      
       ขณะที่ นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าฯภูเก็ต กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงงานประเพณี ถือศีลกินผัก ระหว่างวันที่ 27 กันยายน - 5 ตุลาคม 2554 ว่า ช่วงนี้ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมีประชาชนทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่าง ชาติเดินทางเข้ามาร่วมประเพณีและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก
      
       จึงฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพิ่ม ความระมัดระวัง ในการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนและนักท่อง เที่ยวให้มากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก เช่น บริเวณภายในหรือหน้าศาลเจ้า บริเวณที่มีขบวนแห่พระผ่านหรือบริเวณที่รวมตัวกันเพื่อชมการประกอบพิธีกรรม ต่างๆ เนื่องจากเป็นพื้นที่ซึ่งมีโอกาสในการเกิดเหตุฉกชิงวิ่งราวค่อนข้างสูง
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

ททท.จัดโครงการ “หัวใจอนุรักษ์@ภูเก็ต” กระตุ้นผู้ประกอบการรักษาแหล่งท่องเที่ยว

ททท.สำนักงานภูเก็ตร่วมกับ สถาบันวิจัยฯ จัดโครงการ “หัวใจอนุรักษ์ @ ภูเก็ตหวังกระตุ้นให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกิดจิตสำนึกรักษาแหล่งท่องเที่ยว
      
       นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า ททท.สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน และสมาคมดำน้ำทีดีเอ (ประเทศไทย) กำหนดจัดงานโครงการหัวใจอนุรักษ์ @ ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2554 ณ สถานแสดงพันธ์สัตว์น้ำภูเก็ต เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกิดจิตสำนึก ในการรักษาแหล่งท่องเที่ยวและดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวในรูปแบบไม่ทำลายสิ่ง แวดล้อม ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวหัวใจอนุรักษ์ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพเดินทาง มาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตมากขึ้น
      
       “จะเห็นได้จากปีที่ผ่านมาสภาพปะการังและทรัพยากรทางทะเลจังหวัด ภูเก็ตและแถบอันดามันได้ถูกทำลายไป เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติและฝีมือของมนุษย์ ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง ในการที่จะร่วมกันดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลให้ยั่งยืนตลอดไป เพราะเป็นจุดขายสำคัญของการท่องเที่ยวในแถบนี้ ซึ่งในการดำเนินการไม่เฉพาะในส่วนของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ผู้ประกอบการเองก็มีส่วนสำคัญที่จะต้องช่วยกันอย่างจริงจังนางบังอรรัตน์กล่าว และว่า
      
       สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้น ประกอบด้วย การจัดบูทแสดงนิทรรศการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ในรูปแบบต่างๆ และการออกบูธโดยผู้ประกอบการดำน้ำแล้ว ยังจะมีการจัดสัมมนาทางวิชาการ ในหัวข้อการท่องเที่ยวทางทะเลอันดามันอย่างยั่งยืนทั้งในรูปแบบภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษ หวังให้ครูสอนดำน้ำ นักดำน้ำ เยาวชนทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้รับทราบข้อมูลการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กิจกรรมดำน้ำเก็บขยะใต้ทะเลบริเวณท่าเรืออ่าวฉลอง ซึ่งสมาคมดำน้ำทีดีเอ (ประเทศไทย) จะเป็นผู้ดำเนินการเชิญสมาชิกและนักดำน้ำร่วมกันเก็บขยะใต้ท้องทะเล และกิจกรรมสร้างความสนุกสนานและการเรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลและรักษา ทรัพยากรธรรมชาติ และการเพนท์ผ้าบาติก
      
       ทั้งนี้ คาดว่าจะได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ประกอบการดำน้ำและนักดำน้ำ ทั้งในจังหวัดภูเก็ตและใกล้เคียงเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์