แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยวภูเก็ต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยวภูเก็ต แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

“ภูเก็ต-กรุงเทพฯ” ติดโผท็อป 5 สถานที่ท่องเที่ยวในฝันของ “ชาวจีน”



ทริปแอดไวเซอร์เว็บไซต์สำหรับนักท่องเที่ยวชื่อดังสัญชาติอเมริกันระบุ นักท่องเที่ยวชาวจีนกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในต่างแดนมากขึ้นเรื่อยๆ และจุดหมายปลายทางซึ่งพวกเขาระบุว่าใฝ่ฝันที่จะมาเยี่ยมชม ภูเก็ต-กรุงเทพฯติดโผท็อป 5
       
       ทริปแอดไวเซอร์กล่าวว่า ข้อมูลจากการสืบค้นของลูกค้าชี้ให้เห็นว่า ผู้คนจากจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงรักการเดินทางไปดินแดนใกล้เคียงอย่างฮ่องกง และมาเก๊า เพื่อไปเปลี่ยนบรรยากาศและชอปปิ้ง แต่สำหรับวันหยุดติดต่อกันหลายวัน พวกเขาจะเลือกสิ่งที่ดูท้าทายมากขึ้นด้วยการท่องเที่ยวในทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ
       
       “นักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่เริ่มตัดสินใจว่าจะเดินทางไปประเทศอะไร พักที่ไหน และทำกิจกรรมแบบไหน ด้วยการค้นคว้าผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยตนเอง เป็นการก้าวข้ามการท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ ที่ต้องไปไหนมาไหนด้วยรถบัส ซึ่งชาวจีนมักถูกเหมารวมว่าจะต้องทำแบบนั้น
       
       ฮ่องกงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม โดยมีชาวจีนให้ความสนใจเพิ่มขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเวลาเดียวกันนี้ในปี 2012 ทริปแอดไวเซอร์ระบุ
       
       หาดภูเก็ต ของไทย ได้รับความนิยมเป็นอันดับสอง โดยมีชาวจีนสืบค้นข้อมูลมากกว่าในปีที่แล้ว 3.5 เท่า ขณะที่ไต้หวันตามมาเป็นอันดับ 3 (แถมยังเพิ่มขึ้น 4.5 เท่าทีเดียว) กรุงเทพมหานคร อันดับ 4 (เพิ่มขึ้น 3.7 เท่า) และปารีส อันดับ 5 (เพิ่มขึ้น 4.6 เท่า)
       
       สำหรับสถานที่อื่นๆ ที่ชาวจีนอยากไปเที่ยวเป็น 20 อันดับแรกยังมีดังเช่น ดูไบ โซล สิงคโปร์ เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย โรม นิวยอร์ก และลอนดอน
       
       ส่วนจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมากที่สุด 4 แห่ง โดยมีผู้สืบค้นข้อมูลเพิ่มจากปีที่แล้วถึง 6 เท่า คือ เกาะเจจู ในเกาหลีใต้ จังหวัดเกียวโต ของญี่ปุ่น เมืองโกตากินาบาลู ในมาเลเซีย และฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม
       
       ขณะที่การใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวกำลังเติบโตขึ้นทั่วโลก แต่นักท่องเที่ยวชาวจีนคือผู้บริโภคที่ใช้จ่ายอย่างใจป้ำมากที่สุด และเป็นตลาดเป้าหมายใหญ่ของเจ้าของกิจการโรงแรม ร้านค้า และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
       
       นักวิเคราะห์ของบาร์เคลย์ชี้ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า อัตราการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีนได้เพิ่มขึ้น 22 เปอร์เซ็นต์ในช่วงไตรมาสที่ 2 เมื่อเทียบช่วง 3 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวทั่วโลกเติบโตขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์
       
       เมื่อปี 2012 ชาวจีนกว่า 83 ล้านคนพากันเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าภายในปี 2020 ตัวเลขจะทะยานขึ้นสู่ 200 ล้านคน นอกจากนั้น การใช้จ่ายเงินเพื่อการเดินทางในต่างแดนของชาวจีนในปี 2012 นั้นยังถือว่าสูงที่สุดในโลกคือ 1.02 แสนล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลขององค์การการท่องเที่ยวโลก ขององค์การสหประชาชาติ
       
       อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเม็ดเงินนี้จะน่าดึงดูดใจ แต่พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวจีน เป็นต้นว่า การขากเสมหะ การส่งเสียงดังในที่สาธารณะ และการขีดเขียนชื่อตนเองทิ้งไว้ตามอนุสาวรีย์ต่างๆ ทำให้ชาวต่างชาติต่างรู้สึกขุ่นเคืองใจ อีกทั้งทำให้คนจีนเองรู้สึกขยะแขยง และพากันวิพากษ์วิจารณ์
       
       ความรู้สึกอับอายเพราะพฤติกรรมแย่ๆ เหล่านี้ได้กระตุ้นให้บรรดาสมาชิกอาวุโสของรัฐบาลจีนออกมากล่าวตำหนิ เนื่องจากรัฐบาลต้องการจะสร้างภาพลักษณ์ของชาวจีนว่าเป็นคนอ่อนโยน และมีวัฒนธรรม อันแสดงถึงพลังแห่งความมั่งคั่งจนทำให้ชาติอื่นๆ ต้องการลงทุนด้วย


ข้อมูลจาก.. ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

ตร.ท่องเที่ยวขานรับ “ไฮซีซันภูเก็ต” ผุดรถบริการรักษาความปลอดภัย



กรมการท่องเที่ยวจับมือตำรวจท่องเที่ยว เปิดตัวโครงการ “Thailand Tourist Police Road Show 2013” เตรียมให้บริการรักษาความปลอดภัยรองรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซันที่จะถึง พร้อมเปิดตัวรถประชาสัมพันธ์ตำรวจเคลื่อนที่ ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง
      
       เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 14 ก.ย.56 ที่บริเวณซอยบางลา หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว เป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการ “Thailand Tourist Police Road Show 2013” พร้อมเปิดตัวรถประชาสัมพันธ์ตำรวจเคลื่อนที่ให้บริการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมี พ.ต.ต.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ สารวัตรตำรวจท่องเที่ยว 2 กองบังคับการ สถานีตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว เข้าร่วมในพิธีเปิด
      
       พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า จากวิสัยทัศน์ของตำรวจท่องเที่ยว ที่มุ่งพัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ความปลอดภัย ความเชื่อมั่น เพื่อเข้าถึงนักท่องเที่ยวในทุกๆ พื้นที่ของประเทศ ทำให้มีการพัฒนาบทบาท และหน้าที่ในหลายๆ ด้านมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Tourist Buddy Application เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถขอความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Application บนสมาร์ทโฟน การพัฒนาบริการของสายตรวจตำรวจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และธรรมชาติ เช่น พื้นที่เมืองเก่าอยุธยา พื้นที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี พื้นที่รอบคูเมืองเชียงใหม่ เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามที่ตำรวจสายตรวจในประเทศที่เน้นการท่องเที่ยวปฏิบัติกัน ตลอดจนการเพิ่มศักยภาพของบุคลากรในการสื่อสารกับนักท่องเที่ยว โดยการฝึกอบรมตำรวจท่องเที่ยวให้มีความชำนาญในภาษาต่างประเทศถึง 4 ภาษา ทั้งภาษาจีน ภาษารัสเซีย ภาษาเกาหลี ภาษาญี่ปุ่น และการศึกษาวัฒนธรรมของนักท่องเที่ยวในแต่ละชาติ เพื่อกระตุ้นให้ตำรวจท่องเที่ยวมีความใกล้ชิด และเข้าถึงความต้องการของนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น
      
       ตำรวจท่องเที่ยวยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว โดยล่าสุด ได้ร่วมกับกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดตัวโครงการ “Thailand Tourist Police Road Show 2013” ขึ้นภายใต้แนวคิด “5S” ได้แก่ SMART แต่งกายให้ดูดี SMILE ยิ้มแย้มแจ่มใส SERVE ให้บริการดูแลที่ดี SAFE ดูแลความปลอดภัย SECURE ให้ความอบอุ่น และมั่นใจ
      
       โดยโครงการ “Thailand Tourist Police Road Show 2013” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการส่งเสริมและสร้างความเชื่อมั่นของการท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้นในสายตาชาวโลก จะนำร่องเดินสายโรดโชว์ด้วย รถประชาสัมพันธ์ตำรวจเคลื่อนที่ คอยให้ความช่วยเหลือ ให้บริการข้อมูลความรู้ และดูแลความสงบเรียบร้อยให้แก่นักท่องเที่ยว รวมถึงจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่นักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง ณ 4 เมืองหลัก ได้แก่ ภูเก็ต พัทยา หัวหิน และอยุธยา ตลอดเดือนกันยายน ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย มุ่งหวังให้ปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกลวงลดน้อยลง ตลอดจนกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวไทยให้ขยายตัวสูงสุดในช่วงไฮซีซันที่กำลังจะมาถึง และกระตุ้นให้ประชาชนชาวไทยรู้สึกตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบต่อนักท่องเที่ยวในฐานะเจ้าบ้านมากยิ่งขึ้น
      
       พ.ต.อ.อาชยน กล่าวอีกว่า รถประชาสัมพันธ์ตำรวจเคลื่อนที่ แบ่งการให้บริการของรถออกเป็น 2 ประเภท คือ รถโมบาย และรถเทรลเลอร์ สำหรับรถโมบาย เป็นรถอเนกประสงค์ เหมือน Motor Home มีทั้งหมด 4 คัน ภายในประกอบไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ระบบครัว ห้องอาบน้ำ ที่นั่งปรับเป็นเตียงนอน จอแอลซีดีขนาด 40 นิ้ว เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องถ่ายเอกสาร แฟกซ์ และกล้องวงจรปิดรอบคันเพื่อรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีระบบการสื่อสาร สามารถประชุมระบบ Video Conference ถ่ายทอดภาพ และเสียงไปยังศูนย์ฯ เพื่อสั่งการปฏิบัติได้
      
       ส่วนรถเทรลเลอร์ มีจำนวน 1 คัน จุดเด่นคือ ภายในตัวรถเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ได้แก่ เคาน์เตอร์ปฏิบัติหน้าที่สำหรับเจ้าหน้าที่ 2 ท่าน เอกสารแผ่นพับประชาสัมพันธ์ อุปกรณ์สำหรับการประชาสัมพันธ์ทั้งระบบภาพ คือ จอแอลซีดี ขนาด 60 นิ้ว และระบบเสียง อุปกรณ์สืบค้น ข้อมูลดิจิตอล (ไอแพด) และให้บริการ Wi-Fi สำหรับเล่นอินเทอร์เน็ตฟรีภายในรถ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้
      
       “รถประชาสัมพันธ์ตำรวจเคลื่อนที่นับเป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์ ช่วยให้ประชาชนรู้จักและรับรู้ถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของตำรวจท่องเที่ยวในการดูแลนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ทุกคนต้องเข้ามีส่วนร่วมในฐานะเจ้าบ้าน ร่วมเป็นหูเป็นตาให้แก่นักท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่น และรู้สึกปลอดภัยเมื่อมาเที่ยวประเทศไทยพ.ต.อ.อาชยน กล่าวในที่สุด


ข้อมูลจาก... ASTV Manager ภาคใต้

วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

เจ็ทสตาร์เปิดเส้นทางใหม่ บินตรงเมลเบิร์น – ภูเก็ต



เจ็ทสตาร์ประกาศเปิดเส้นทางบินตรงแบบไม่แวะจอดที่ใดระหว่างเมลเบิร์น - ภูเก็ต พร้อมเพิ่มเที่ยวบินระหว่างเมลเบิร์น - โฮโนลูลู เพื่อเป็นของขวัญสุดพิเศษต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสก่อนใครให้แก่นักท่องเที่ยวจากมลรัฐวิคตอเรีย และต้อนรับการปิดภาคเรียนช่วงซัมเมอร์ของประเทศออสเตรเลีย 
      
       สำหรับเที่ยวบินตรงระหว่างเมลเบิร์น - ภูเก็ตจะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2556 โดยจะให้บริการทุกวันเสาร์และอาทิตย์รวมสัปดาห์ละ 2 เที่ยว และจะขยายเพิ่มอีกสัปดาห์ละ 1 เที่ยวเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557 เป็นต้นไป*
      
       มร.เดวิด ค็อคซการ์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการพาณิชย์ เจ็ทสตาร์ กรุ๊ป กล่าวว่า เจ็ทสตาร์เป็นสายการบินค่าโดยสารราคาประหยัดรายแรกที่ให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างทั้งสองเมืองดังกล่าว ปัจจุบัน มีผู้โดยสารจำนวนมากที่จองเที่ยวบินที่ต้องแวะจอดที่ซิดนีย์หรือสิงคโปร์เพื่อเดินทางต่อไปยังภูเก็ต ดังนั้น เจ็ทสตาร์จึงเปิดตัวเที่ยวบินตรงระหว่างเมลเบิร์น - ซิดนีย์เพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารชาววิคตอเรียน นอกจากนี้ เจ็ทสตาร์ยังเพิ่มเที่ยวบินระหว่างเมลเบิร์น - โฮโนลูลูอีก 1 เที่ยวต่อสัปดาห์ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้
      
       ทั้งนี้ เจ็ทสตาร์จะเพิ่มเที่ยวบินระหว่างเมลเบิร์น - โฮโนลูลู*จาก 3 เที่ยวต่อสัปดาห์เป็น 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2556 เป็นต้นไป และขยายเที่ยวบินระหว่างเมลเบิร์น - สิงคโปร์*จาก 5 เที่ยวต่อสัปดาห์ เป็น 6 เที่ยวต่อสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2556
      
       “เที่ยวบินในเส้นทางดังกล่าวทั้งหมดจะใช้ฝูงบินแอร์บัส เอ330 จนถึงเดือนมกราคม ศกหน้า ก่อนปลดระวาง และเปลี่ยนไปใช้ฝูงบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น เพื่อมอบความคุ้มค่าด้วยค่าโดยสารราคาประหยัดให้แก่ผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง โดยเจ็ทสตาร์จะรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง บี787 ลำแรกในปลายเดือนนี้มร.ค็อคซการ์ กล่าวปิดท้าย
      
       นอกจากนี้ เจ็ทสตาร์ยังเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศจากอะดิเลดสู่อ็อคแลนด์ใหม่* โดยจะให้บริการ 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ ทุกวันจันทร์ พุธ และเสาร์ด้วยเครื่องบินแอร์บัส เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2556
      
       * ขึ้นอยู่กับการอนุมัติตามระเบียบข้อบังคับทางการบินและของรัฐบาลในแต่ละประเทศนั้นๆ
       ** เพื่อต้อนรับการเปิดบริการเที่ยวบินดังกล่าว เจ็ทสตาร์ได้เปิดรับจองที่นั่งโดยสารในเที่ยวบินเมลเบิร์น - ภูเก็ตผ่านเว็บ Jetstar.com ในราคาพิเศษสุดเริ่มต้นที่ 199 เหรียญออสเตรเลีย หรือไม่เกิน 6,000 บาทต่อเที่ยว
       ** อัตราค่าโดยสารดังกล่าวจะต้องใช้เดินทางระหว่างวันที่ 4 กุมภาพันธ์ - 29 มีนาคม 2557 และวันที่ 6 พฤษภาคม - 21 มิถุนายน 2556


ข้อมูลจาก.. ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ดีเดย์ 1 ก.ย.นี้ดันท่าเรือองค์การสะพานปลาภูเก็ตเป็น “ทูน่า ฮับ” คู่การท่องเที่ยว



รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ภูเก็ต ตรวจความพร้อมแผนจัดตั้ง ทูน่า ฮับรองรับ AEC ดีเดย์ 1 กันยายนนี้ เริ่มพัฒนาพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสัตว์น้ำครบวงจร ก่อนที่จะส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวควบคู่กันไป

          เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 ส.ค.56 นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ร่วมตรวจเยี่ยมท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต องค์การสะพานปลา ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมฟังบรรยายสรุปแผนการดำเนินการจัดตั้ง ทูน่า ฮับที่ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต โดยนายประมวล รักษ์ใจ รองผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา เป็นผู้บรรยายสรุป และมี นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.เสน่ห์ ยาวิละ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต นายสมเพียร ชโลธร หัวหน้าสำนักงานท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต และผู้เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ
      
       นายประมวล รักษ์ใจ รองผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา กล่าวถึงแผนการจัดตั้ง ทูน่า ฮับ ที่ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต มีเป้าหมายเพื่อให้เป็นศูนย์กลางการขนถ่ายปลาทูน่าสำหรับกองเรือประมงเบ็ดราว การขนส่งปลาทูน่าแช่แข็ง และการแปรรูปปลาทูน่าของภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียฝั่งตะวันออก ว่า สำหรับท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต องค์การสะพานปลา ได้เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 และปัจจุบัน เป็นท่าเทียบเรือประมงที่ได้รับการรับรองด้านสุขอนามัยท่าเทียบเรือประมง จากกรมประมง มีเรือประมงในประเทศที่เข้ามาขนถ่ายสัตว์น้ำ ประกอบด้วย เรือประมงอวนล้อมจับ เรือประมงอวนลาก เรือประมงอวนลากปลากะตัก และไดหมึก รวมร้อยละ 80 ส่วนอีกร้อยละ 20 เป็นเรือประมงเบ็ดราวจากต่างประเทศ สำหรับสัตว์น้ำที่ขนถ่ายผ่านท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต ประกอบด้วย ปลาทู ปลาลัง ปลาทูแขก ปลาเบญจพรรณอื่นๆ ปลาทูน่า กุ้ง ปลาหมึก ปลากะตัก ในปี 2555 มีปริมาณสัตว์น้ำรวม 29,581 ตัน มูลค่า 1,828,757,320 บาท
          ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต มีศักยภาพในการพัฒนา และจัดตั้งเป็น ทูน่า ฮับ ในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียฝั่งตะวันออกได้ เนื่องจากมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ประกอบด้วย ท่าเทียบเรือประมงความยาว 500 เมตร สำหรับเรือประมงเบ็ดราวทูน่า ทั้งเรือประมงเบ็ดราวทู่น่าแช่เย็น และเรือประมงเบ็ดราวทูน่าแช่แข็ง มีห้องเย็นขนาด 600 ตัน พร้อมโรงผลิตน้ำแข็งวันละ 1,600 ซอง อู่ซ่อมแซมเรือประมงที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนพื้นที่สำหรับจัดตั้งเป็นโรงงานแปรรูปปลาทูน่า ซึ่งมีความพร้อมในการพัฒนาเป็นเขตส่งเสริมการส่งออกได้
          โดยในการดำเนินงานเพื่อพัฒนา และจัดตั้ง ทูน่า ฮับ ที่ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2556 เป็นต้นไป โดยดำเนินการในเรื่องการขุดลอกบริเวณด้านหน้าท่าเทียบเรือประมง ความลึกประมาณ 4 เมตร โดยได้รับงบประมาณ ประจำปี 2557 จำนวน 8,280,000 บาท บริหารจัดการพื้นที่ท่าเทียบเรือประมง โดยจัดแบ่งพื้นที่ให้เป็นเขตพื้นที่ขนถ่ายปลาทูน่าแยกจากพื้นที่ขนถ่ายสัตว์น้ำทั่วไป จัดบุคลากรควบคุมดูแลการเข้าจอดเทียบท่าและการขนถ่ายปลาทูน่า จัดเตรียมพื้นที่ประมาณ 50 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นเขตก่อสร้างโรงงานแปรรูปปลาทูน่า โดยให้เอกชนเข้ามาดำเนินการบริหารจัดการโรงงาน และการก่อสร้างอาคารโรงประมูลปลาทูน่าบริเวณท่าเทียบเรือประมง พร้อมติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านการผลิต การตลาด ปลาทูน่า โดยการนำเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณปี 2558
           นอกจากนี้ จะมีการประสานกรมประมงในการดำเนินการเรื่องของการจัดตั้งระบบ Port State Measure ขึ้นที่ท่าเทียบเรือฯ โดยดำเนินการร่วมกับองค์การอาหารเพื่อเกษตรแห่งสหประชาชาติ กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งกองเรือประมงเบ็ดราวปลาทูน่าที่เป็นเรือประมงสัญชาติไทย โดยการสนับสนุนให้ภาคเอกชนนำเข้า หรือแปลงสัญชาติเรือจากต่างประเทศเป็นเรือสัญชาติไทย และจะมีการบูรณาการหน่วยงานของกรมประมงที่เกี่ยวข้องในการนำเข้า และส่งออกปลาทูน่าที่จังหวัดภูเก็ต รวมถึงจะมีการประสานหน่วยงานต่างๆ ในการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายศุลกากร และการจัดตั้งเขตปลอดอากร
          ในการดำเนินงานจัดตั้งเป็น ทูน่า ฮับ ในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียฝั่งตะวันออก นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในการพัฒนาการทำประมงปลาทูน่า และการตลาดปลาทูน่าในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียฝั่งตะวันออก อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับการเปิดประตูสู่ AEC ของภูมิภาค เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และเป็นการผลักดันให้จังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางด้านการประมงของภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย
           ขณะที่ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยม ว่า ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่หน่วยงานเกี่ยวข้องต้องเร่งบูรณาการ และส่งเสริมศักยภาพในด้านต่างๆ ในการผลักดันให้ท่าเทียบเรือดังกล่าวเป็นศูนย์กลาง ทูน่า ฮับ ของประเทศ รองรับการเปิดประชาคมอาเซียนที่จะถึง โดยเบื้องต้น ต้องพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสัตว์น้ำที่ครบวงจร ก่อนที่จะส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวควบคู่ไป ซึ่งท่าเทียบเรือภูเก็ตจะเป็นแห่งแรกของประเทศในการผลักดันเรื่องดังกล่าว ส่วนท่าเทียบเรือประมง และองค์การสะพานปลาในจังหวัดต่างๆ ก็มีแผนที่จะผลักดันให้เป็นแหล่งซีฟูด ฮับ ในระดับภูมิภาค รวมทั้งจะต่อยอดจนถึงระดับสากลต่อไป


ข้อมูลจาก.. ASTV Manager ภาคใต้

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ภูเก็ตเร่งจัดระเบียบชายหาดป่าตอง กมลา รองรับการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน



            เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 ก.ค. 56 นายจำเริญ  ทิพญพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดระเบียบชายหาด อ. กะทู้ โดยมีนายศิริพงศ์  หลีประสิทธิ์ ปลัดอำเภอ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ. กะทู้ พ.ต.อ. มล. พัฒนจักร  จักรพันธุ์ ผกก.สภ.ภมลา พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
          สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ มีการติดตามผลการปฏิบัติงานการจัดระเบียบชายหาดป่าตอง หาดหาดไตรตรัง หาดกมลา หาดแหลมสิงห์ และติดตามการจัดระเบียบกลุ่มรถเช่า กลุ่มรถตุ๊ก ๆ บริเวณหน้าหาด
          นายจำเริญ กล่าวว่า การจัดระเบียบชายหาดในพื้นที่อำเภอกะทู้ เป็นไปตามนโยบายของจังหวัดที่ต้องการให้ชายหาดมีความสะอาด สวยงาม มีระเบียบ ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ซึ่งจากการประชุมครั้งนี้ได้มอบให้เทศบาลเมืองป่าตอง องค์การบริหารส่วนตำบลกมลา ร่วมกับอำเภอกะทู้ไปสำรวจผู้ประกอบการชายหาดมีกี่กลุ่ม กลุ่มอะไรบ้าง อาทิเช่น กลุ่มเตียงผ้าใบ กลุ่มหมอนวก กลุ่มเจ็ตสกี กลุ่มเรือลากร่ม เป็นต้น พร้อมส่งผลสำรวจมายังจังหวัดภายใน 30 วัน เพื่อที่จะออกแผนปฏิบัติร่วมกัน ในส่วนการสร้างอาคารบริเวณหน้าหาดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแจ้งความดำเนินคดีได้เลย อย่างไรก็ตามการจัดระเบียบชายหาดจังหวัดได้ดำเนินการตามหน้าที่ไม่มีการรังแกใคร ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ที่สำคัญการดำเนินการครั้งนี้เพื่อต้องการพัฒนาศักยภาพของการท่องเที่ยวภูเก็ตให้มีความยั่งยืน


วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ทอท.คาดผู้โดยสารทั้งปี56 แตะ 85 ล้านคน ลุยอัดงบพัฒนาดอนเมือง-ภูเก็ตผุดรันเวย์สำรองสุวรรณภูมิ


ทอท.ตั้งเป้าผู้โดยสารปี 56 ทั้ง 6 สนามบินอยู่ที่ 85 ล้านคนเพิ่มจากปีก่อน 19% “ศิธารับสนามบินแออัดขยายไม่ทันกับการเติบโตของเที่ยวบินและผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นเร็วมาก สั่งเร่งขยายภูเก็ตพร้อมอนุมัติ 3 พันลบ.ปรับปรุบงดอนเมืองเฟสแรก ทุ่มหมื่นล.ผุดรันเวย์สำรองที่สุวรรณภูมิ คาดผลประกอบการปี 56 ดี หลังผล 6 เดือนฟันกำไรสุทธิ 7 พันล.สูงกว่าปี 55 ทั้งปี
      
       น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท.เปิดเผยว่า สถิติจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทอท. ทั้ง 6 แห่ง ประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / ท่าอากาศยานดอนเมือง/ ท่าอากาศยานภูเก็ต / ท่าอากศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ในรอบ 8 เดือนปี 2556 (ต.ค.55-พ.ค. 56) รวม 57.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 21.4% มีปริมาณเที่ยวบิน 370,520 เที่ยวบินเพิ่มขึ้น 15.9%โดยคาดว่าสิ้นปีงบประมาณ 56 (ก.ย. 56 ) จำนวนผู้โดยสารจะอยู่ที่ 85 ล้านคน เพิ่มจากปี 55 ประมาณ 13.5 ล้านคนหรือ 19% ส่วนเที่ยวบินจะมีกว่า 550,000 เที่ยวบิน เพิ่มจากปี 55 ประมาณ 70,00 เที่ยวบินหรือ 14.55 คาดว่าจะทำให้ผลประกอบการปี 56 ดีกว่าปีก่อน โดยในช่วง 6 เดือน(ต.ค.55-มี.ค. 56 ) มีรายได้ 18,406.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 6 เดือนแรกปี 55 ประมาณ 22.94% มีกำไรสุทธิ 7,941.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.69%
      
       ทั้งนี้ทอท.มีแผนพัฒนาขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ,ดอนเมือง,ภูเก็ต เพื่อรองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารที่มีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาต้องปฏิเสธเที่ยวบินที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทยเพราะสนามบินรับไม่ไหว เช่น ภูเก็ตมีเที่ยวบินอีก 30 % ที่เข้ามาไม่ได้ คิดเป็นผู้โดยสารประมาณ 3 ล้านคนต่อปี เป็นการสูญเสียโอกาส ซึ่งผนขยายท่าอากาศยานภูเก็ต มูลค่า 5,146 ล้านบาท จะเพิ่มขีดการรองรับผู้โดยสารจาก 6.5 ล้านคนต่อปีเป็น 12.5 ล้านคนต่อปีแต่ขณะนี้งานล่าช้ากว่าแผน 100 วัน ดังนั้นจะเร่งรัดผู้รับเหมาคือบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ปรับแผนก่อสร้าง และให้สลับเนื้องานเร่งก่อสร้าง 5 หลุมจอดให้เสร็จใช้งานได้ก่อนภายในสิ้นปีนี้ พร้อมกันนี้ทอท.จะลงทุนอีก 100 ล้านบาท ก่อสร้างเทอร์มินอลชั่วคราวให้เสร็จในสิ้นปีเช่นกัน ซึ่งจะทำให้การรองรับผู้โดยสารเพิ่มอีก 3 ล้านคนต่อปีซึ่งเป็นลงทุนที่คุ้มค่า เพราะคาดว่าจะทำให้มีกำไรเพิ่มอีก 30 จาก% ปัจจุบันมีกำไร 1,800 ล้านบาท โดยไม่ต้องรอขยายภูเก็ตเสร็จทั้งโครงการ
      
       นอกจากนี้ที่ประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนยังได้อนุมัติวงเงินลงทุนโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมืองเต็มรูปแบบ ( Full Service) ระยะแรก 3,000 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร อาคาร2, งานซ่อมแซมอาคาร South Corridor, งานซ่อมแซมอาคารเทียบเครื่องบิน หมายเลข 5, งานซ่อมแซมอาคารจอดรถ 7 ชั้น กำหนดแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2557 เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารอีก 11.5 ล้านคนต่อปี ส่วนอาคารผู้โดยสาร อาคาร 1 ที่เปิดใช้งานอยู่รับได้ 18.5 ล้านคนต่อปี รวมเป็น 30 ล้านคนต่อปี พร้อมกันนี้ได้ให้ทำแผนรายละเอียดการพัฒนาระยะ 2 วงเงินลงทุนประมาณ7,000 ล้านบาท เสนอที่ประชุมบอร์ดเดือนกรกฎาคม โดยจะมีการปรับปรุงทางวิ่ง ขยายไหล่ทางให้รองรับเครื่องบินแอร์บัส A 380 , ขยายหลุมจอด A 380 เพิ่มอีก 3 หลุมจอดรวมของเดิม 2 หลุมจอดเป็น 5 หลุมจอด และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ซึ่งจะรองรับผู้โดยสารเพิ่มอีก 9 ล้านคนต่อปี
      
       นางสุภาภรณ์ บุรพกุศลศรี รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานแผนงานและทอท.กล่าวว่า กำไรสุทธิ 6เดือนแรกปี 2556 ที่ 7,941.15 ล้านบาท มากกว่ากำไรสุทธิของทั้งปี 2555 ที่มีประมาณ 6,500 ล้านบาท และแนวโน้มช่วงครึ่งหลังของปี 2556 ยังมั่นใจว่าจะเติบโตได้ดีกว่าปีก่อน แม้ว่าจะเป็นช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว (Low Season) เนื่องจากที่ผ่านมาจะขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงครึ่งปีหลังแต่ปีนี้ได้ดำเนินการแปลงสกุลหนี้เงินกู้ (สว็อป) จากเยนเป็นบาท จำนวน 10,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นหนี้ก้อนใหญ่สุด สามารถลดภาระหนี้ลงได้ 2,900 ล้านบาท โดยเหลือหนี้ประมาณ 7,100 ล้านบาท เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนจึงไม่น่ากังวล
      
       ส่วนเงินลงทุนเพื่อขยายขีดความสามารถนั้น บอร์ดให้พิจารณาข้อดี-ข้อเสีย ใน 3 แนวทาง คือ กู้เงิน, ออกพันธบัตร,ตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์ ฟันด์) โดยทอท.มีความจำเป็นต้องลงทุนขยายสุวรรณภูมิเฟส 2 ประมาณ 62,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีเงินสดอยู่ในมือ 38,000ล้านบาทประมาณการณ์รายได้ของปีนี้และปีหน้า คาดว่าจะเริ่มเงินและขาดเงินในมือในปี 2559-2560 ประมาณ 17,000-20,000 ล้านบาท ซึ่งยังมีเวลาอีก1 ปี ในการประเมินภาวะตลาดก่อนตัดสินใจ นอกจากนี้คาดว่าปลายปีนี้ ทอท.จะสามารถปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (PSC) ในส่วนของผู้โดยสารระหว่างประเทศจาก 700 บาทเป็น 800 บาทต่อคน ทำให้มีกำไรเพิ่มอีก 1,800 ล้านบาท
      
       ส่วนการก่อสร้างทางวิ่ง (รันเวย์) สำรองที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงินประมาณ10,000 ล้านบาท เพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินก่อนการก่อสร้างรันเวย์ที่ 3 จะแล้วเสร็จ คาดว่าจะใช้การกู้เงินมาดำเนินการ
ข้อมูลจาก.. ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย เยี่ยมคารวะผู้ว่าฯ ภูเก็ต ฝากดูแลเรื่องความปลอดภัย-สานต่อเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกัน


 
                เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 มิ.ย.56  ที่ห้องรับรองศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายโจนาธาน เคนนา (Mr.Jonathan Kenna) อัครราชทูต ประเทศออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่ง อัครราชทูตประจำสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประเทศไทย
                นายไมตรี กล่าวภายหลังการเข้าพบของอัครราชทูต ประเทศออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ในครั้งนี้ ว่า สำหรับนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต เป็นอันดับ 1 ใกล้เคียงกับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน โดยนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียที่เดินทางเข้ามาภูเก็ต นอกจะมาท่องเที่ยวแล้ว ยังมาใช้บริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะเรื่องของทันตกรรม เพราะจังหวัดภูเก็ต มีค่ารักษาที่ถูกกว่าที่ประเทศออสเตรเลีย 
                และการเข้าพบของอัครราชทูต ประเทศออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ในครั้งนี้ ได้แลกเปลี่ยนสภาพปัญหาการท่องเที่ยว ซึ่งตนก็ได้เรียนให้ทราบถึงปัญหาที่กระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต คือ เรื่องของการคมนาคมขนส่ง ซึ่งมีการจราจรหนาแน่น ทางภูเก็ตกำลังหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้อยู่ ขณะที่ท่านอัครราชทูต ก็บอกว่า เมืองใหญ่ๆ ของประเทศออสเตรเลียหลายแห่งก็มีปัญหาเช่นเดียวกันกับของภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการจราจร ปัญหาเรื่องการดูแลนักท่องเที่ยว ก็จะเป็นปัญหาหลักๆ เช่นเดียวกัน
                โดยในส่วนการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย ตนก็รับปากว่าจะดูแลให้ดีที่สุด ถ้านักท่องเที่ยวมีปัญหาที่ไม่ได้รับความสะดวก หรือได้รับการบริการที่ไม่ดี ให้ติดต่อสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้โดยตรง เรื่องต่างๆ ก็จะไปตามหน่วยราชการต่างๆ ถ้าเกี่ยวกับปัญหาที่รุนแรง                ขณะที่ นายโจนาธาน เคนนา อัครราชทูตประเทศออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย กล่าวว่า การมาเยือนจังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ เพื่อมาเยี่ยมคารวะผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และฝากให้ทางจังหวัดดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวออสเตรเลียมาเที่ยวจังหวัดภูเก็ตเป็นอันดับ 1 ดังนั้น จึงอยากฝากให้ทางจังหวัดดูแลในเรื่องของความปลอดภัย และสานงานต่อในเรื่องของความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

ท่องเที่ยวภูเก็ตคึกคักสงกรานต์นี้ ททท.คาดเงินสะพัดกว่า 600 ล้านบาท


ททท.ภูเก็ต ประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์คึกคักมากปีนี้ คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 600-700 ล้านบาท และต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ จากที่นักท่องเที่ยวยุโรปยังไม่เดินทางกลับ เพราะยุโรปยังไม่หายหนาว หลังจากนั้น ได้กลุ่มเอเชียเขัามาทดแทนในช่วงกรีนซีซัน 
             วันที่ 3 เม.ย.56 นายชาญชัย ดวงจิตต์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของภูเก็ตในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้ ว่า จากการประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวของภูเก็ตที่มีวันหยุดติดต่อกันถึง 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันหยุดในช่วงวันจักรีในวันที่ 6-8 เมษายน 2556 ต่อเนื่องไปจนถึงเทศกาลสงกรานต์ วันที่ 13-16 เมษายน 2556 นี้ และในช่วงดังกล่าวเป็นช่วงปิดเทอมด้วย ทำให้การท่องเที่ยวของภูเก็ตคึกคักตลอดเดือนเมษายนนี้ และจากการสอบถามไปยังผู้ประกอบการโรงแรมทั้งชายหาด และในตัวเมือง ปรากฎว่า อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 75-80% และคาดว่าใกล้ๆ ช่วงเทศกาลสงกรานต์การจองห้องพักจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน
           “ถึงแม้ว่าเทศกาลสงกรานต์ของภูเก็ตจะสู้ในภาคเหนือที่เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ไม่ได้ก็ตาม แต่ภูเก็ตก็มีการจัดงานสงกรานต์ในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นตัวเมืองภูเก็ต ที่ป่าตองที่มีการจัดสงกรานต์ วอเตอร์ เฟสติวัล ออน เดอะ บีช ในวันที่ 12-13 เมษายนนี้ และกิจกรรมไบค์วีค หรือมอเตอร์ไซค์ใหญ่ที่จะเข้ามาภูเก็ตกว่า 5,000 คน ในช่วงตั้งแต่วันที่ 14 21 เมษายนนี้ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะเป็นการสร้างสีสัน และความคึกคักให้แก่เทศกาลสงกรานต์ของภูเก็ตได้เป็นอย่างมาก
          นายชาญชัย กล่าวอีกว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ภูเก็ต 3-4 วัน คาดว่าจะมีเงินสะพัดจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเข้ามาท่องเที่ยวในภูเก็ตไม่ต่ำกว่า 600-700 ล้านบาท ซึ่งไม่รวมกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวปกติอยู่แล้ว เนื่องจากในช่วงเดือนเมษายน นักท่องเที่ยวยุโรปยังไม่เดินทางกลับ เพราะยุโรปจะยังหนาวอยู่ และจากการสอบถามผู้ประกอบการโรงแรม ปรากฎว่า ยังคึกคักไปถึงสิ้นเดือนเมาษายนนี้ โดยนักท่องเที่ยวยุโรปจะเริ่มทยอยเดินทางกลับประมาณกลางเดือนพฤษภาคมนี้
           อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวยุโรปจะทยอยกลับหลังกลางเดือนพฤษภาคมนี้ แต่การท่องเที่ยวของภูเก็ตก็ไม่ได้ถดถอย อัตราเข้าพักยังอยู่ที่ประมาณ 60-65% เนื่องจากภูเก็ตจะได้นักท่องเที่ยวกลุ่มเอเชีย ทั้ง จีน เกาหลี ประเทศใกล้บ้าน รัสเซีย ตะวันออกกลาง และอินเดีย เข้ามาทดแทน จากที่มีเที่ยวบินจากเมืองต่างๆ ทั่วทั้งเอเชียบินเข้ามาภูเก็ต ทำให้การท่องเที่ยวของภูเก็ตคึกคักตลอดทั้งปี ไม่มีช่วงโลว์ซีซันเหมือนในพื้นที่ท่องเที่ยวบางแห่ง
โดย.. ASTV Manager ภาคใต้

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ภูเก็ตจัดงาน “OTOP ซิตี้ 4 ภูมิภาค” หวังเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้า


ภูเก็ตแถลงข่าวจัดงาน “OTOP ซิตี้ 4 ภูมิภาคระหว่างวันที่ 22 ก.พ.-2 มี.ค.นี้ หวังเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้า และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด คาดตลอดการจัดงานมียอดจำหน่ายไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 17 ก.พ.56  ที่หน้าอาคารพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “OTOP ซิตี้ 4 ภูมิภาคซึ่งทางจังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับเครือข่ายโอทอปจากภูมิภาค จังหวัดภูเก็ต จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 ก.พ.-2 มี.ค.2556 ที่เวทีกลางสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต มีนายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางภาวิณี อินทุสุต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต นายไชยา ขำสะอาด พัฒนาการจังหวัดภูเก็ต เครือข่ายโอทอปในจังหวัดภูเก็ต แขกผู้มีเกียรติ และผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชนเข้าร่วม
      
       นายไมตรี กล่าวว่า สืบเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ “OTOP” มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แต่ละชุมชนสามารถใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาสินค้าที่แสดงเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน โดยรัฐส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ รวมทั้งการพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการและการตลาด เพื่อเชื่อมโยงสินค้าจากชุมชนสู่ตลาดทั้งใน และต่างประเทศ
      
       ปัจจุบัน รัฐบาลมียุทธศาสตร์ในการส่งเสริมโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ “OTOP” 2 ประเด็น ประกอบด้วย ประเด็นการพัฒนาศักยภาพกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์โอทอปมีศักยภาพการแข่งขันสูงขึ้น สามารถขยายฐานสู่ตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น และประเด็นการพัฒนาระบบสนับสนุนกิจกรรมโอทอป เพื่อเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้น ให้ได้หนึ่งแสนล้านบาทภายในปี 2558
      
       ทางจังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับภาคีเครือข่ายจากภูมิภาคต่างๆ กำหนดจัดงานดังกล่าวขึ้น ระหว่างวันที่ 22 ก.พ.-2 มี.ค.2556 ณ เวทีกลางสะพานหิน อ.เมืองภูเก็ต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้า OTOP ภูเก็ต และส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งภายในงานจะมีสินค้า OTOP ของภูเก็ต และต่างจังหวัดเข้าร่วม 186 บูท จำแนกเป็นสินค้า 5 ประเภท ประกอบด้วย อาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า ของใช้ และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร และคาดว่าตลอดการจัดงานจะมียอดจำหน่ายไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท
โดย.. ASTV Manager ภาคใต้

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

อบต.กมลาจัดงาน “กมลาเฟสติวัล 2010” รับฤดูกาลท่องเที่ยว




อบต.กมลา จัดงาน กมลาเฟสติวัล 2012” เพื่อต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต
      
       
วันที่ 15 ม.ค.56 ที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 100 ปี นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานเทศกาลเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวหาดกมลา ปี 2556 โดยมี นายชาญชัย ดวงจิตต์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานภูเก็ต นายอภิสรรค์ สง่าศรี นายอำเภอกะทู้ นายการุณ ศรีเด่น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติเข้าร่วม
      
       นายการุณ กล่าว่า ตามที่จังหวัดภูเก็ตถือเป็นศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลกมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจ เนื่องจากหาดแห่งนี้เงียบสงบ สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต เป็นผลให้เศรษฐกิจในแต่ละปีมีเงินสะพัดหลายล้านบาท อีกทั้งมีสถานที่พักตากอากาศที่มีชื่อเสียง ตลอดจนธุรกิจการให้บริการนักท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ เช่น การแสดงโชว์ของภูเก็ตแฟนตาซีที่มีชื่อเสียงระดับโลก
      
       สำหรับการจัดงานเทศกาลท่องเที่ยวตำบลกมลา ประจำปี 2556 ภายใต้ชื่องาน กมลาเฟสติวัล 2012 (Kamala Festival 2012)” ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการสนับสนุน พัฒนา และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ก่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนในพื้นที่ ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จัก เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งจะจัดกิจกรรมทั้งกลางวัน และกลางคืน ตั้งแต่วันนี้จนถึง 17 มกราคม 2556
      
       ด้านนายจำเริญ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตให้กลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง การจัดกิจกรรมนี้ยังเป็นการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน จังหวัดภูเก็ตเรามีศักยภาพในเรื่องของการต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เกิดความประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมในด้านของสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก และโรงแรม ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับการให้บริการนักท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนการดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว
ข้อมูลจาก.. ASTV Manager ภาคใต้

วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2556

เปิดตัวหมู่บ้านท่องเที่ยวโอทอปที่บ้านบางคณฑี จ.ภูเก็ต




เปิดตัวประชาสัมพันธ์หมู่บ้านท่องเที่ยวโอทอป ที่บ้านบางคณฑี จ.ภูเก็ต เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์โอทอป และการท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

                 เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 ม.ค.56 นายศุภชัย โภชนุกูล นายอำเภอเมืองภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอป เพื่อเป็นสินค้าที่ระลึกของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ณ อาคารอเนกประสงค์บ้านบางคณฑี ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อเปิดตัวประชาสัมพันธ์หมู่บ้านท่องเที่ยวโอทอป ของบ้านบางคณฑีให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยมีหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชนเข้าร่วม
      
       นางดุจดาว ยุคุณธร ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 บ้านบางคณฑี ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า หมู่บ้านท่องเที่ยวโอทอป บ้านบางคณฑี เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นตามโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอป เพื่อเป็นสินค้าที่ระลึกของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จำนวน 70,000 บาท
                เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอปให้เป็นสินค้าที่ระลึกที่มีคุณภาพ ทำให้สินค้าโอทอปมีความเข้มแข็ง มีศักยภาพในการพัฒนา และบริหารจัดการ รวมทั้งเพื่อเผยแพร่และเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการโอทอปมากขึ้น
      
       นางดุจดาว กล่าวต่อว่า บ้านบางคณฑีได้รับการสนับสนุนส่งเสริมในการพัฒนาศักยภาพให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ทำให้มีศักยภาพ และมีความพร้อมในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ในด้านพื้นที่สามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดภูเก็ต เช่น แหลมพรหมเทพ แหลมกา เกาะโหลน เกาะเฮ เป็นต้น และสิ่งสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อคนในชุมชน คือ หมู่บ้านนี้ได้รับการคัดเลือกเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ที่มีความพร้อมในการต้อนรับการศึกษาดูงานด้านวิถีชีวิตพอเพียง และยังมีจุดเรียนรู้การประหยัดพลังงานลดโลกร้อน นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผลิตภัณฑ์โอทอปที่เกิดจากการรวมตัวของคนในชุมชน ในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่งคง และยั่งยืนแก่คนในชุมชน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ภูเก็ตเปิดฤดูท่องเที่ยวยิ่งใหญ่ที่หาดป่าตอง สร้างสีสันให้เมืองท่องเที่ยว


ภูเก็ตจัดงานเปิดฤดูท่องเที่ยวยิ่งใหญ่ที่หาดป่าตอง ภายใต้รูปแบบสีสันแห่งท้องทะเล เสน่ห์หาดป่าตองเพื่อสร้างสีสันให้แก่เมืองป่าตอง ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ ผู้ว่าฯ ย้ำสร้างความอุ่นใจปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว ขณะที่ยอดจองห้องพักเกือบ 100% แล้ว
                เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 6 ธ.ค.55  ที่เวทีซอยบางลา หาดป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.พีระยุทธ์ การะเจดีย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง นายกฤษฎา ตันสกุล อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และนายเสงียบ ศักดิ์วิจารณ์ ผู้จัดการภาคการตลาดที่ 8 บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ณ หาดป่าตอง ครั้งที่ 27 ประจำปี 2555 มี พ.ต.อ.จิรภัทร โพธิ์ชนะพันธ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกะทู้ ฝ่ายบริหาร หัวหน้าส่วนราชการเทศบาลเมืองป่าตอง ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และและหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน รวมถึงนักท่องเที่ยวเข้าร่วมจำนวนมาก
      
       
สำหรับการจัดงาน เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ณ หาดป่าตอง ครั้งที่ 27 ประจำปี 2555 ทางเทศบาลเมืองป่าตอง ร่วมกับบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 15-20 ธันวาคม 2555 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้รับทราบข้อมูลข่าวสารในการจัดงานเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ณ หาดป่าตอง ครั้งที่ 27 ประจำปี 2555 เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวหาดป่าตองให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ และเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดภูเก็ต
                ส่วนรูปแบบการจัดงานในปีนี้ ใช้รูปแบบงานที่ว่า สีสันแห่งท้องทะเล เสน่ห์หาดป่าตองเพื่อสร้างสีสันให้แก่เมืองป่าตอง ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ และสร้างความหลากหลายในกิจกรรมให้แก่นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นขบวนพาเหรดอันตระการตา การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง การจำหน่ายสินค้า นอกจากนี้แล้ว ยังเป็นกิจกรรมประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว และการเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เกิดความประทับใจ ทั้งยังเป็นการร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสรรค์สร้างกิจกรรมนี้ขึ้นมาให้ควบคู่กับป่าตองสืบไป
      
       
นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการตอบรับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งภาคเอกชน ธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรม และภาครัฐ และการจัดงานที่ป่าตองซึ่งเป็นโซนพิเศษ ถือเป็นการสร้างความมั่นใจ สร้างความอุ่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว และขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนช่วยเป็นหูเป็นตา ทั้งตำรวจใน และนอกเครื่องแบบ ตำรวจอาสา ตำรวจบ้าน และภาคส่วนต่างๆ ในการสร้างความอุ่นใจ ปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นแคมเปญที่ดีที่สุด
                 ด้านนายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศบาลเมืองป่าตอง กล่าวว่า การจัดงานครั้งที่ 27 นี้ จะยิ่งใหญ่กว่าครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะวงดนตรี มี 10 กว่าวง มาร่วมมอบความสนุกแก่ผู้ร่วมงานในทุกค่ำคืนตลอดการจัดงาน และที่สำคัญคือ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการบูรณาการทำงานต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เรามีการเตรียมพร้อมในเรื่องของ 4 ส คือสงบ สะอาด สะดวก และสบาย
      
       
ขณะที่ พ.ต.อ.พีระยุทธ์ การะเจดีย์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวรับเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวว่า ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ให้ความสำคัญกับเรื่องการท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา และมีความพยายามอย่างยิ่งที่จะวางมาตรการต่างๆ ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย มั่นคง ปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในภาพรวมของจังหวัดภูเก็ตทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาดป่าตอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต เพราะฉะนั้น ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ให้ความสนใจติดตามความคืบหน้ามาโดยตลอด
                ด้านนายกฤษฎา ตันสกุล อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงสิ่งอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในพื้นที่ในช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ด้านโรงแรมที่พักว่า ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวเป็นที่รู้จักระดับโลก มีความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเรื่องทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยว ที่เป็นธรรมชาติ แหล่งสันทนาการ หรือกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต อย่างเช่นกิจกรรมที่จะเริ่มขึ้นในไม่อีกกี่วันข้างหน้า ซึ่งนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ตลอดทั้งวันบนพื้นฐานความปลอดภัย วันนี้เรามีนักท่องเที่ยวเข้ามาภูเก็ตเยอะมาก ปัญหาเรื่องการดูแลนักท่องเที่ยวแทบจะไม่มีให้เห็นเลย อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้นทุกวัน ซึ่งปลายปีนี้มียอดจองเข้ามาแล้วเกือบ 100%
                 ขณะที่นายเสงียบ ศักดิ์วิจารณ์ ผู้จัดการภาคการตลาดที่ 8 บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด กล่าวถึงการเข้ามาส่งเสริมกิจกรรมงานเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ณ หาดป่าตอง ว่า ทางบริษัทได้สนับสนุนงานติดต่อกันมาหลายปีแล้ว แล้วก็ต่อไปในอนาคต งานก็จัดได้ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าทุกปี ปีนี้ตนก็เชื่อว่ายิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา ความพร้อมในด้านความปลอดภัยก็เชื่อว่าสูงกว่าปีที่ผ่านมาด้วย สำหรับกิจกรรมต่างๆ ในฐานะที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก เราก็ได้เตรียมกิจกรรมแห่งความสุขเพื่อส่งมอบให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติที่มาร่วมงานในระหว่างวันที่ 15-20 ธันวาคม 2555 ณ หาดป่าตอง อย่างไรก็ตาม บริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่มาร่วมงานจะได้รับความสุขร่วมกันในการส่งท้ายปีที่มอบให้ในงาน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์