แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภูเก็ต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภูเก็ต แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2556

ผู้ตรวจฯ กระทรวงท่องเที่ยวลงภูเก็ตย้ำหน่วยงานในสังกัดทำงานสนองรัฐบาล


หัวหน้าผู้ตรวจฯ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ภูเก็ต แจงหน่วยงานในสังกัดเร่งทำงานสนองนโยบายรัฐบาล
                 เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 26 มี.ค.56 ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ อ.เมืองภูเก็ต นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมให้การต้อนรับ นายพัฒนาชาติ กฤดิบวร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในโอกาสเดินทางมาตรวจราชการ เพื่อชี้แจง แนะนำ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติงาน หรือการจัดทำภารกิจตามนโยบายของกระทรวง เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามแผนงานการตรวจราชการ ปีงบประมาณ 2556 ตลอดจนการดำเนินงานในภาพรวมของแต่ละหน่วยงาน
      
       รวมทั้งรับทราบผลความสำเร็จของการปฏิบัติงาน ปัญหา และให้ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงาน โดยมี นายชาญชัย ดวงจิตต์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดภูเก็ต นายวิรัช พาที ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต นายสาโรจ อังคณาพิลาส นายกสมาคมกีฬาจังหวัดภูเก็ต นายสันติ ป่าหวาย การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เขต 6-7 เข้าร่วม
            นายสันติ ป่าหวาย การท่องเที่ยว และกีฬาจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การเดินทางมาตรวจราชการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 1 ซึ่งจังหวัดภูเก็ตเป็นเจ้าภาพ โดยมีนายพัฒนาชาติ กฤดิบวร หัวหน้าผู้ตรวจฯ เป็นหัวหน้าคณะในการมาตรวจราชการครั้งนี้ หน่วยงานที่รับการตรวจก็มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัด-ภาค สำนักงาน ททท.ภาค เขต สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขต โรงเรียนกีฬา สถานีตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เพื่อรับมอบนโยบายในการปฏิบัติงาน ซึ่งในแต่ละปีมีโครงการหลักๆ ในการมาตรวจราชการ เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการท่องเที่ยว โครงการนันทนาการมวลชน โครงการกีฬาต้านยาเสพติด โครงการโฮมสเตย์ ซึ่งเป็นโครงการหลักๆ ตามแผนการตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ส่วนการลงมาตรวจราชการครั้งต่อไป จะมีขึ้นในประมาณเดือนมิถุนายน 2556
           แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับนโยบายที่รับมอบในวันนี้เพื่อซักซ้อมความเข้าใจของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกันในการดำเนินงานตามโครงการต่างๆ ตามแผนงานที่ผู้ตรวจราชการได้มีไว้อยู่แล้ว เพื่อให้โครงการโครงการหลักๆ ที่ผ่านมติ ครม.แล้ว สามารถดำเนินการไปได้โดยไม่มีอุปสรรค และปัญหา ซึ่งในส่วนของการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต โครงการที่มีการติดตาม คือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการท่องเที่ยว เรื่อง ภูเก็ตเมืองแห่งไมซ์ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 26 เมษายน 2556 และ โครงการกีฬาและมวลชน
โดย.. ASTV Manager ภาคใต้

วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ทูตฝรั่งเศสพบผู้ว่าฯ ภูเก็ตกระชับความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง


เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส พบผู้ว่าฯ ภูเก็ต กระชับความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องนีซ-ภูเก็ตหลังเคยลงนามมาตั้งแต่ปี 2532 เตรียมนำผู้ประกอบการ SME ศึกษาดูงาน เชื่อมความสัมพันธ์ด้านการค้า-ท่องเที่ยว
           เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 ก.พ.56 ที่ห้องรับรองศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายตีแยรี วีโต (Thierry Viteau) เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย พร้อมคณะเดินทางเข้าพบนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อเยี่ยมคารวะ และหารือการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดภูเก็ต และประเทศฝรั่งเศส ในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่งใหม่ โดยเลือกเดินทางเยือนจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดแรก
      
       นายตีแยรี กล่าวถึงการเดินทางเยือนจังหวัดภูเก็ต ว่า หลังจากรับตำแหน่งก็เลือกเดินทางมาเยือนจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย ซึ่งในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีของประเทศฝรั่งเศสเดินทางเยือนประเทศไทยก็ได้เน้นย้ำให้มีการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยเฉพาะการเป็นเมืองพี่เมืองน้องระหว่างภูเก็ตกับเมืองนีซ ซึ่งภูเก็ตถือเป็นเมืองเดียวเท่านั้น ที่มีการสานความสัมพันธ์ในลักษณะเมืองพี่เมืองน้องระหว่างกัน ที่ฝรั่งเศสจัดให้มีการลงนามความร่วมมือกับประเทศไทย จึงเป็นโอกาสดีที่จะมีการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันหลังจากนี้ ซึ่งจากการหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตก็พบว่ามีความเห็นด้วย
          อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เดินทางกลับไปที่กรุงเทพฯ จะทำหนังสือถึงนายกเทศมนตรีเมืองนีซ ในการทบทวนเรื่องของการสานความสัมพันธ์ระหว่างภูเก็ต และเมืองนีซ และแจ้งให้ทราบถึงการเดินทางมาเยือนจังหวัดภูเก็ต รวมถึงความเห็นของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตที่ต้องการให้การกระชับความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น ในฐานะที่เป็นเอกอัครราชทูตก็จะทำในอำนาจหน้าที่เพื่อช่วยส่งเสริมการกระชับความสัมพันธ์อีกแรง
      
       นายตีแยรี กล่าวต่อไปว่า นอกจากจะมีการกระชับความสัมพันธ์ในลักษณะของการเป็นเมืองพี่เมืองน้องแล้ว มองว่าน่าจะมีการกระชับความสัมพันธ์ในเรื่องของการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างกันด้วย ซึ่งตนมีแผนที่จะนำนักธุรกิจ SME เดินทางมาศึกษาดูงาน และศึกษาความเป็นไปได้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และหารือร่วมกันในการแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางด้านการค้าการลงทุนระหว่างกันด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่าจะเดินทางมาเมื่อไหร่ ซึ่งจะต้องมีการหารือกันอีกรอบในการกำหนดกรอบต่างๆ
          ขณะที่นายไมตรี กล่าวว่า จากการร่วมหารือกับเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในครั้งนี้ มีความเป็นไปได้ในการที่จะสานความสัมพันธ์ระหว่างกันให้มีความแน่นแฟ้นมากขึ้น ซึ่งจะต้องกลับไปดูว่าหลังจากที่มีการร่วมลงนามเป็นเมืองพี่เมืองน้องระหว่างกันแล้วตั้งแต่ปี 2532 ทั้ง 2 เมืองได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตก็ต้องกลับมาทบทวน และวางแผนในการเชื่อมความสัมพันธ์ว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ส่วนกรณีที่ทางเอกอัครราชทูตจะเชิญผู้ประกอบการ SME เข้ามาศึกษาดูงานในภูเก็ตนั้นทางจังหวัดภูเก็ตยินดีต้อนรับ แต่จะต้องมาหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง นอกจากนั้น ในการหารือร่วมกันก็ได้มีการพูดถึงเรื่องของการตั้งสาขาโรงเรียนของฝรั่งเศสที่ภูเก็ต เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาของคนภูเก็ต
      
       ส่วนเรื่องของการดูแลนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาอาศัย และเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้น ทางเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสได้ขอบคุณทางการไทย รวมทั้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยดูแลนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี พร้อมแจ้งว่า กรณีที่นักท่องเที่ยว หรือคนฝรั่งเศสที่เข้ามาอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ต ประมาณ 1,000 คน ทำตัวมีปัญหา หรือสร้างปัญหาให้แจ้งทางสถานทูตได้เลย เพื่อที่จะเข้ามาดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งทางสถานทูตยินดีที่จะเข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่
โดย.. ASTV Manager ภาคใต้

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ภาครัฐ-เอกชน มั่นใจนักท่องเที่ยวอินเดียเข้าภูเก็ตปีละ 2 แสนคน


หน่วยงานเกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวภูเก็ต หารือร่วมกับบริษัทนำเที่ยวอินเดีย หาแนวทางดึงอินเดียเข้าภูเก็ตเพิ่มขึ้น ด้านเอเย่นต์ทัวร์อินเดียระบุ แต่ละปีนักท่องเที่ยวอินเดียเข้าภูเก็ตไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน
      
       นายธีระ เจี่ยสกุล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงการทำตลาดท่องเที่ยวในกลุ่มนักท่องเที่ยวอินเดีย ภายหลังเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการส่งเสริมการตลาดประเทศอินเดีย โดยมีคณะกรรมการสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต และบริษัทท่องเที่ยวยักษ์ใหญ่ของประเทศอินเดีย เข้าร่วม ณ ห้องประชุมปิยาภรณ์ โรงแรมป่าตอง รีสอร์ท จังหวัดภูเก็ต ว่า
      
       การประชุมครั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างภูเก็ต และอินเดีย ซึ่งจากการประชุมในครั้งนี้ ได้รับทราบข้อมูลของอินเดียบางส่วนที่จะนำนักท่องเที่ยวเข้ามาจังหวัดภูเก็ต โดยเบื้องต้น ทางอินเดียจะนำนักท่องเที่ยวเข้ามาภูเก็ตประมาณ 2 แสนคนต่อปี พร้อมทั้งมีการหารือเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคต่างๆ ในการนำนักท่องเที่ยวเข้ามาอีกด้วย
      
       ทั้งนี้ ในส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้มีการส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวอินเดียมาเยือนจังหวัดภูเก็ต โดยสร้างความมั่นใจให้แก่ตัวแทนของประเทศอินเดียที่มาประชุมในครั้งนี้ว่า จังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งความปลอดภัย รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว โดยเราจะต้องมีการส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น ไปทำโรดโชว์ต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวอินเดียเข้ามาจังหวัดภูเก็ตมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อสร้างรายได้ให้แก่จังหวัดภูเก็ต และกลุ่มจังหวัดในอันดามันด้วย
โดย.. ASTV Manager ภาคใต้

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

กลุ่ม จ.อันดามันซ้อมแผนช่วยเหลือทางทะเล สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ

ระนอง-ภูเก็ต ร่วม ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ระดับกลุ่มจังหวัดอันดามัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลในพื้นที่ภูเก็ต พังงา กระบี่ สมมติเหตุการณ์เรือบรรทุกนักท่องเที่ยวชนเรือสินค้ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
      
       วันที่ 27 ก.ค.54  นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลในระดับกลุ่มจังหวัดอันดามัน ซึ่งจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 จัดขึ้น ณ บริเวณท่าเรือเทียบอ่าวปอ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อเตรียมความพร้อมระบบการป้องกันและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล การประสานการปฏิบัติเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน มูลนิธิต่างๆ เพื่อให้สามารถป้องกันและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลได้ทันเหตุการณ์
      
       รวมทั้งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เดินทางโดยทางเรือ เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันที่กำหนดให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลในระดับโลกประตูเชื่อมโยงเศรษฐกิจสู่นานาชาติ โดยได้รับการสนับสนุนบุคลากรและเรือจาก ทัพเรือภาคที่ 3 ตำรวจน้ำ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มูลนิธิกุศลธรรม รวมไปถึงเรือผู้ประกอบการใน จ.ภูเก็ต ชุดกู้ชีพกู้ภัย และเรือเร็วจาก อบต.อ่าวนาง จ.กระบี่ และ อบต.เกาะปันหยี จ.พังงา เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งการซ้อมแผนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
      
       สำหรับการซ้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลในครั้งนี้ได้สมมุติให้มีเหตุการณ์เรือโดยสารนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่ มีผู้โดยสารประมาณ 200 คน ประสบอุบัติเหตุชนกับเรือบรรทุกสินค้า จนเกิดเพลิงลุกไหม้ ขณะออกเดินทางจากท่าเทียบเรืออ่าวปอเพื่อไปท่องเที่ยวยังอ่าวพังงา จ.พังงา ได้ประมาณ 30 นาที ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
      
       หลังจากนั้น ได้มีการแจ้งขอความช่วยเหลือมายัง อบต.ป่าคลอก หลังรับแจ้งทาง อบต.ได้ประสานขอกำลังจากทัพเรือภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลัง ทีมกู้ชีพกู้ภัย ทีมแพทย์ฉุกเฉิน และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือตามแผน พร้อมกับได้กำหนดแผนบัญชาการเหตุการณ์ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับจังหวัด โดยมี อบต.ป่าคลอก อำเภอถลาง สำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย จ.ภูเก็ต และรองผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมบัญชาการเหตุการณ์
      
       นายพิจิตร วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 กล่าวว่า การซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลในครั้งนี้สืบเนื่องจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ได้รับงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคใต้อันดามันตามโครงการจัดตั้งศูนย์กู้ภัยทางทะเลขึ้น เพื่อจัดหาอุปกรณ์กู้ภัยทางทะเล ขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้มีการส่งมอบอุปกรณ์ให้จังหวัดต่างๆครบแล้วโดยในวันนี้ได้มอบเรือตรวจการณ์จำนวน 3 ลำ เรือยาง 9 ที่นั่ง รถยนต์จำนวน 3 คัน สถานีไลน์การ์ดพร้อมเครื่องมือ 3 ชุด ให้กับ 3 จังหวัด จังหวัดละ 1 ชุด ประกอบด้วย จ.พังงา ตรัง และ จ.ระนอง
      
       ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรในแต่ละพื้นที่ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลจึงได้กำหนดให้มีการซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลขึ้น โดยเลือกพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ท่าเทียบเรืออ่าวปอ เป็นสถานที่ฝึกซ้อมเนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีเรือขนส่งนักท่องเที่ยวและเรือขนส่งสินค้าทางทะเลจำนวนมาก และเป็นพื้นที่ที่เสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุสูง จังหวัดภูเก็ตเป็นสถานที่ซ้อมเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง
      
       การซ้อมแผนในครั้งนี้เป็นการซ้อมแผนที่มีความรุนแรงในระดับ 3 ซึ่งเป็นภัยที่เกิดขีดความสามารถของจังหวัดต้องขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานพื้นที่ใกล้เคียงทั้งจากจังหวัดกระบี่และจังหวัดพังงาเข้าร่วมด้วย
      
       ขณะที่ นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามันเป็นพื้นที่ที่มีความเสียงในการเกิดอุบัติเหตุทางทะเลสูง จึงเป็นโอกาสดีที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันฝึกซ้อมแผนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมีความชำนาญ เข้าใจ และสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ซึ่งจะทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลทำได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ภูเก็ตจัดแข่งร่มร่อนครั้งที่ 2 ช่วยส่งเสริมท่องเที่ยว

ผู้ว่าฯภูเก็ต ร่วมแถลงจัดแข่งขันกีฬาร่มร่อนภูเก็ต ครั้งที่ 2 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวภูเก็ต เผย มีนักกีฬาทั้งในและต่างประเทศตอบรับเข้าร่วมการแข่งขัน แล้วกว่า 40 คน‏

วันที่ 2 มิ.ย.54 ที่โรงแรม all Seasons หาดในหาน ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานแถลงข่าว การจัดการแข่งขันร่มร่อนภูเก็ต ครั้งที่ 2 ประจำปี 2554 (Phuket Fun Fly) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 26 มิ.ย.54 ณ บริเวณเนินกังหันลมและหาดในหาน ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ระหว่างเวลา 08.00-18.00 น.โดยมี นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ นายบัวยัญ สุวรรณมณี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ทันตแพทย์ ประเสริฐ เทพละออง ประธานชมรมร่มร่อนภูเก็ต และ นางสาวอริยาภรณ์ เธียรวิโรจน์ จากบริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนดฺ) จำกัด ร่วมแถลง

นายตรี กล่าวว่า กีฬาร่มร่อนเป็นกีฬาที่ตื่นเต้น ท้าทายสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง นับเป็นกีฬาใหม่ที่น่าสนใจและน่าส่งเสริมในระยะยาว เพราะเป็นกีฬาที่สามารถสร้างสีสันให้กับบรรยากาศการท่องเที่ยวของจังหวัดได้ อีกทั้งยังเป็นกีฬาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือ ไม่มีเครื่องยนต์กลไกใดที่ทำให้เกิดมลพิษ นักบินทุกคนทั้งที่อาศัยอยู่ในภูเก็ต และสมาชิกชมรมจากส่วนกลาง ก็มีความตั้งใจจริงในการผลักดันกีฬาชนิดนี้ให้ได้รับความนิยมในวงกว้างซึ่งจังหวัดภูเก็ตมีความยินดีที่ชมรมเครื่องร่อนประเทศไทย และชมรมร่มร่อนภูเก็ตได้เลือกจังหวัดภูเก็ตเป็น 1 เป็นพื้นที่จัดการแข่งขัน เพราะกีฬาร่มร่อนจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดภูเก็ตได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า กิจกรรมการแข่งขันกีฬาร่มร่อนในครั้งนี้ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดี ต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และยังสร้างความคึกคักให้กับบรรยากาศการท่องเที่ยวของจังหวัด รวมถึงธุรกิจในท้องถิ่น โดยเฉพาะในเขตตำบลราไวย์ที่ได้รับประโยชน์จากนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน นักท่องเที่ยว รวมถึงประชาชนในท้องถิ่นที่เข้าร่วมชมงานกีฬาร่มร่อน จึงเป็นการกีฬาที่ช่วยสร้างสินค้าชนิดใหม่ให้กับการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต

ด้าน นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ กล่าวว่า จากความสำเร็จของการจัดการแข่งขันครั้งแรกในปี 2553 ที่จัดขึ้นที่เขาแดง ต.ราไวย์ ทำให้ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้น และปีนี้มีผู้สนใจมาร่วมแข่งขันจำนวนมากทั้งแบบบินด้วยตัวเอง และแบบผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น และเชื่อแน่ว่า จะมีจำนวนผู้ให้ความสนใจมากขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน

ขณะที่ นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า ททท.ภูเก็ต ได้ให้การสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์การแข่งขันบินร่มร่อนให้กับนักท่องเที่ยวได้รับทราบ โดยได้แนะนำกีฬาร่มร่อนในเอกสารแนะนำการท่องเที่ยว ให้เป็นหนึ่งในกิจกรรม สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนในจังหวัดภูเก็ตในช่วงกรีนซีซัน รวมถึงได้จัดพิมพ์โปสเตอร์นำกีฬาประเภทนี้เพื่อประชาสัมพันธ์ในสถานที่ต่างๆ อีกด้วย

ทางด้าน ทันตแพทย์ ประเสริฐ เทพละออง ประธานชมรมร่มร่อนภูเก็ต กล่าวถึงสถานการณ์กีฬาร่มร่อนในประเทศไทยว่า ปัจจุบันมีประชาชนทั่วไปรู้จักและให้ความสนใจทั้งชมการแข่งขัน และฝึกบินมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากมีการจัดการแข่งขันตลอดทั้งปีหมุนเวียนไปตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ทำให้กีฬาประเภทนี้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ได้รับความสนใจจาก นักกีฬาทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างดี มีนักกีฬาตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันแล้วประมาณ 40 คน

ส่วน นายบัวยัญ สุวรรณมณี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ในฐานะผู้จัดงานและผู้ประสานงาน กล่าวว่า ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนการแข่งขันครั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันเอเชียน บีชเกมส์ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2557 ซึ่งการแข่งขันร่มร่อน หรือพาราไกลดิ้ง เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ที่บรรจุในการแข่งขันนี้ ตนหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้การแข่งขันครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มของการท่องเที่ยวด้วยกีฬาทางอากาศของเกาะภูเก็ตในอนาคตต่อไป

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ภูเก็ต กำหนดโซนนิ่งการเล่นเจ็ทสกีใน 5 พื้นที่

ภูเก็ตประกาศ เขตปลอดเจ็ตสกี ภายใน 7 ปี ตั้งแต่ปี 2547 จังหวัดเตรียมทบทวน คาด ยังต้องคงไว้เหตุเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวตอบรับ แต่คงจะต้องคงจำนวนและกำหนดมาตรการควบคุม เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องการร้องเรียน

นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ช่วงประมาณปี 2547 ได้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการนำเจ็ทสกีมาให้บริการนักท่องเที่ยวบริเวณชายหาดต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยวที่เล่นน้ำอยู่บริเวณชายหาด ในครั้งนั้นได้มีการเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้อง และได้สรุปมาตรการดำเนินการเพื่อให้เจ็ทสกีหมดไปภายใน 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2547 และกำหนดโซนนิ่งการเล่นเจ็ทสกีใน 5 พื้นที่ ประกอบด้วย หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน หาดกมลาและหาดบางเทา โดยให้คงจำนวนไว้ที่ 219 ลำ และในระหว่างใช้ประกาศดังกล่าวก็ได้มีการเรียกร้องของผู้ประกอบการเพื่อให้บริการเจ็ทสกีได้ตลอดไปภายในเงื่อนไขที่กำหนด และขณะนี้ระยะเวลาตามประกาศดังกล่าวก็ครบแล้วจำเป็นที่จะต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

“การให้บริการเจ็ทสกีเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวอย่างหนึ่งที่สร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยวบริเวณชายหาด และมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่ต้องการกิจกรรมดังกล่าว ดังนั้นจึงเป็นไปได้ยากที่จะยกเลิกไม่มีการให้บริการเจ็ทสกีเลย ตามที่มีการระบุไว้ในประกาศจังหวัดภูเก็ต เรื่องมาตรการจัดระเบียบเจ็ทสกี เมื่อปี 2547 ที่จะทำให้เจ็ทสกีหมดไปจากเกาะภูเก็ต เพราะที่ก่อให้เกิดปัญหาไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้ก็เป็นเพียงส่วนน้อย และต้องคำนึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย”

นายตรี กล่าวด้วยว่า จากการหารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมก็คงจะต้องมีการเชิญผู้ประกอบการเจ็ทสกีมาหารือ และรับฟังความคิดเห็นว่าเป็นอย่างไร รวมถึงการกำหนดมาตรการในการควบคุมดูแล เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากตามกฎหมายแล้วเจ็ทสกีจะต้องนำมาใช้ในเรื่องของการกีฬาไม่สามารถที่จะนำมาให้บริการด้านการท่องเที่ยวได้ แต่ที่ผ่านมาก็ได้มีการอนุโลม เพราะเป็นกิจกรรมที่สร้างสีสันให้กับทางท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง”

ทั้งนี้ธงที่ตั้งไว้เบื้องต้นนั้นยังคงมีการจำกัดจำนวนเจ็ทสกีเช่นเดิม ส่วนพื้นที่ให้บริการและระยะเวลาในการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไรคงต้องรับฟังความคิดเห็นก่อน รวมถึงเงื่อนไขอื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมา ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องเกิดความเป็นธรรมกับฝ่าย ส่วนการควบคุมดูแลเพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดนั้นคิดว่าหากทุกฝ่ายเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตัวเอง รวมทั้งคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมก็คงไม่มีปัญหา แต่สาเหตุที่เกิดปัญหาขึ้นเพราะมีบางอย่างแอบแฝง นายตรี กล่าว

...สาลินี ปราบ สนับสนุนข่าว โสภณ เคี่ยมการ ส.ปชส.ภูเก็ต/ทาน

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ททท.สนับสนุน Art & Culture Phuket Festival 2011 จัดยิ่งใหญ่

ททท.สนับสนุน “ Art & Culture Phuket Festival 2011” จัดยิ่งใหญ่ !! ระดมงานศิลป์ และการแสดงระดับชาติทุกแขนง นำเสนอผ่านศิลปะ วัฒนธรรมของชาวภูเก็ต

บริษัท แม็กซ์อิมเมจ จำกัด ด้วยการสนับสนุน จาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ เทศบาลเมืองป่าตอง และ ห้างสรรพสินค้าจังซีลอน จัด “ Art & Culture Phuket Festival 2011 ” งานดีๆ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ ดนตรีและศิลปะ โดยมีคุณเพ็ญสุดา ไพรอร่าม รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยวให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วยทีมผู้บริหารร่วมเปิดงานอย่างยิ่งหญ่ ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวในระดับนานาชาติ และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และภาคใต้ โดยการนำเสนอผ่านศิลปะ วัฒนธรรมของชาวภูเก็ต ภายใต้แนวคิด ‘กระต่ายชมจันทร์ เกาะสวรรค์ สีสันแห่งแรงบันดาลใจ Paradise Island Land of Inspiration ’ ซึ่งได้ พีเค – ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร รับหน้าที่พิธีกรในงาน ณ ลาน The Port Arena ห้างสรรพสินค้าจังซีลอน หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต

โดยในงานนอกจากได้พบกับการแสดงศิลปะจากเหล่านักศึกษา และศิลปินท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงแล้ว ยังมี การโชว์ภาพเขียนจาก อาจารย์วัชรินทร์ รอดนิตย์ และการประกวดภาพถ่าย Art of Rabbit พร้อมด้วยการสาธิตผลงานศิลปะต่างๆ อิ่มอร่อยกับร้านอาหารท้องถิ่น และเพลิดเพลินไปกับร้านค้าสินค้าแฮนด์เมด จาก ‘หลาดปล่อยของ’ โดยคุณณรงค์ผู้บุกเบิกถนนคนเดินที่เป็นที่นิยมของชาวภูเก็ต นอกจากนั้นยังได้รื่นรมย์ไปกับการแสดงประจำท้องถิ่น การแสดงจากกลุ่มศิลปินชาวต่างชาติ และที่สำคัญการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง ที่นำโชว์โดย เจ เจตริน , Teddy Ska Band และวงดนตรีท้องถิ่น ตลอดจนการร่วมชมร่วมตัดสินการเพ็นท์ประติมากรรมกระต่ายหมายจันทร์ และร่วมส่งภาพถ่ายประติมากรรมกระต่ายเข้าประกวด โดยมี 2 นักแสดงสาว เบนซ์ พรชิตา และ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ที่แทคทีมกันมาร่วมเพนท์ ตัวกระต่ายในงานนี้ด้วย

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

“Phuket Great Time” จัดแพ็คเกจเที่ยว ภูเก็ต-พังงา ราคาจิ๊บจิ๊บ

ขอเชิญชาวไทยมาร่วมงานมหัศจรรย์สองฝั่งทะเลใต้ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ โซนซี ชั้น 2 วันที่ 26-29 พฤษภาคม 2554 บูธ D024-D025

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต จับมือภาคธุรกิจการท่องเที่ยว จังหวัดภูเก็ตและ จังหวัดพังงา จัดกิจกรรม Phuket Great Timeส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วง Green Season ด้วยโปรโมชั่นแบบครบวงจรพิเศษสุดในรอบปี ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม 2554 นี้

สำหรับท่านที่เลือกซื้อแพ็คเก็จในงานจะได้รับของรางวัลจากผู้สนับสนุนรายการ อาทิ เช่น เสื้อ แก้วกาแฟจากบางกอกแอร์ สมุดโน๊ต พร้อมคูปองส่วนลดมูลค่ามากกว่า 50,000 บาท

แพ็คเก็จที่สามารถจองได้ในวันงานมีทั้งหมด 5 แพ็คเก็จ

1. ภูเก็ต พังงา ราคาจิ๊บจิ๊บ A เที่ยวเป็นคู่ท่านละ 2,450 บาท รถขับ 3 วัน ห้องพักแบบสแตนดาร์ด 2 คืน

2. ภูเก็ต พังงา ราคาจิ๊บจิ๊บ B เที่ยวเป็นคู่ท่านละ 4,950 บาท รถขับ 3 วัน ห้องพักแบบพูลวิลล่า 2 คืน

3. ลัดฟ้าตะลุยเกาะภูเก็ต พังงา A เที่ยวเป็นคู่ท่านละ 5,500 บาท ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ รถขับ 3 วัน ห้องพักแบบสแตนดาร์ด 2 คืน

4. ลัดฟ้าตะลุยเกาะภูเก็ต พังงา B เที่ยวเป็นคู่ท่านละ 8,800 บาท ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ รถขับ 3 วัน ห้องพักแบบพูลวิล่า2 คืน

5. เที่ยวสนุกมีสไตล์สบายกระเป๋า เที่ยวเป็นคู่ท่านละ 13,000 บาท ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ ( โดยสารการบินบางกอกแอร์ ) รถขับ 3 วัน ห้องพักแบบพูลวิลล่า 2 คืน

ท่องเที่ยวป่าตองดีกว่าปีก่อน แต่คุณภาพนักท่องเที่ยวลดลง

นายกสมาคมโรงแรมป่าตอง เผย ท่องเที่ยวภูเก็ตดีกว่าปีที่แล้ว แต่คุณภาพนักท่องเที่ยวลดลง
นายแพทย์ จิระชัย อมรไพรโรจน์ นายกสมาคมโรงแรมหาดป่าตอง กล่าวถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ว่า สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวของป่าตองในปีนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากกว่าปีที่แล้ว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ เรื่องของคุณภาพของนักท่องเที่ยวที่ช่วงหลังๆ พบว่า ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเรื่องนี้ในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวยข้องจะต้องมีการหารือ และเตรียมแผนในการรองรับ เพื่อรักษาระดับคุณภาพของนักท่องเที่ยว

นายแพทย์ จิระชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับแหล่งท่องเที่ยวหาดป่าตอง ยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ซึ่งหาดป่าตองนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการที่จะรองรับนักท่องเที่ยวในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวแบบไฮเอนด์ นักท่องเที่ยวที่ชอบความสนุกสนาน ตลอดจนประเภทของกีฬาทางน้ำ เฉพาะในพื้นที่ป่าตองนั้นมีห้องพักจำนวนมาก มีทั้งบังกะโล อพาร์ตเมนต์ โรงแรม

“ตนคิดว่า ในเรื่องของจำนวนห้องพักในพื้นที่น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะขณะนี้มีจำนวนห้องพักเกิดขึ้นจำนวนมาก หากในพื้นที่ยังมีการก่อสร้างโรงแรมที่พักเพิ่ม ก็จะส่งกระทบต่อผู้ประกอบการเอง เนื่องจากจะต้องแย่งแขกกันเองแล้ว เมื่อมีการแย่งแขกด้วยการลดราคาก็จะทำให้คุณภาพการให้บริการต่างๆ ไม่ได้มาตราฐาน ส่งผลต่อภาครวมของการท่องเที่ยวทั้งหมด

นอกจากนั้น การก่อสร้างโรงแรมที่พักที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็จะส่งกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งปัญหาน้ำเน่าเสีย ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากภูเก็ตเราส่วนใหญ่แล้วเรามีจุดขายที่ทะเล ชายหาด และอยากจะฝากถึงทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้ด้วย” นายแพทย์ จิระชัย กล่าวในที่สุด

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

ภูเก็ตโรดโชว์อาระเบียนฯฉลุย-เตรียมจัดอีก 2 เมืองที่จีนมิ.ย.

ภูเก็ตเผยจัดโรดโชว์งานอาระเบียนแทรเวลมาร์ทส่งผลดี ยอดจองช่วงโลว์ซีซันเข้ามาแล้ว มั่นใจมีนักท่องเที่ยวจากกลุ่มตะวันออกกลางเข้าพื้นที่หลังโรดโชว์ไม่ต่ำกว่า 60,000-70,000 คน เตรียมจัดโรดโชว์ที่จีนอีก หลังมีการเพิ่มมาตรการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวเอง ออกนอกประเทศในปี 2011-2012 ไม่น้อยกว่า 8 แสนคน

นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซัน ว่า สำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตนั้นได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอสินค้าทางด้านการท่องเที่ยวให้เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวมากขึ้น

ล่าสุด สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบการทางด้านการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ไปร่วมงานส่งเสริมการขายในงานอาระเบียนเทรเวลมาร์ท ที่เมืองดูไบ ปรากฎว่า ได้รับการตอบรับจากตัวแทนบริษัทนำเที่ยวเป็นอย่างมาก

ขณะนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวจากตลาดตะวันออกกลาง อัฟริกาเหนือ อิหร่าน อินเดีย จองห้องพักเข้ามาแล้ว ซึ่งเป็นผลจากการเดินทางไปร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายในงานอาระเบียนเทรเวลมาร์ทครั้งล่าสุด และเชื่อว่าหลังจากนี้ตลาดนักท่องเที่ยวจากกลุ่มตะวันออกกลางจะเดินทางเข้ามายังจังหวัดภูเก็ตมากขึ้นอย่างแน่นอน อย่างน้อยจะมีนักท่องเที่ยวจากตลาดดังกล่าวเดินทางเข้าภูเก็ตประมาณ 60,000-70,000 คน

นายภูริต ยังได้กล่าวต่อไปถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวหรือการจัดโรดโชว์ ที่กำลังจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ เพื่อตอกย้ำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตมากยิ่งขึ้น ว่า ระหว่างวันที่ 19-24 มิถุนายนนี้ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตโดยการสนับสนุนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มีกำหนดการจะเดินทางไปจัดโรดโชว์ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง ประเทศจีน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยวเองเข้ามาภูเก็ตมากขึ้น

จากการสำรวจของบริษัทนำเที่ยวชั้นนำ และบริษัทนำเที่ยวออนไลน์พบว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มที่เดินทางไปท่องเที่ยวเอง โดยไม่ต้องอาศัยกรุ๊ปทัวร์มีเพิ่มสูงขึ้นถึง 30 % ประกอบกับขณะนี้มีเที่ยวบินประจำบินตรงจากเมืองต่างๆของจีนเข้ามายังจังหวัดภูเก็ตจำนวนมากทั้งจากปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางเจา การไปจัดโรดโชว์ในครั้งนี้ก็เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ให้เข้าภูเก็ตมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดรายได้กระจายไปทั่วถึงทุกกลุ่ม รวมทั้งเป็นการป้องกันปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญได้อีกทางหนึ่งด้วย

นายภูริต ยังได้กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเองก็พยายามที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวเองให้เข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น และได้มีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางออกนอกประเทศสะดวกขึ้น โดยในปี2011-2012 นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองจะเดินทางออกนอกประเทศไม่น้อยกว่า 800,000 คน

สำหรับนักท่องเที่ยวจีนนั้นเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจังหวัดภูเก็ต และปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวจีนถือว่าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังจังหวัดภูเก็ตมากเป็นอันดับ 2 รองจากนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียที่เข้ามามากเป็นอันดับหนึ่ง

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

ภูเก็ตเสนอปัญหาท่องเที่ยว 5 กลุ่มหลักเรื้อรังให้รัฐบาลสางต่อ

รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ภูเก็ต รับทราบปัญหาทางการท่องเที่ยวที่เรื้อรังแก้ไม่ตกในระดับจังหวัด เสนอรัฐบาลแก้ไขต่อไป ภูเก็ตเสนอ 5 ปัญหาหลักที่นักท่องเที่ยวร้องเรียนมากที่สุด

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 19 พ.ค.54 นายพระนาย สุวรรณรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกลวง ถูกเอาเปรียบ ในพื้นที่ท่องเที่ยวอันดามัน ทั้งระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต และ ตรัง เพื่อรับทราบปัญหาและแนวทางในการแก้ไข โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่อันดามัน 5 จังหวัดเข้าร่วม ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต

นายพระนาย กล่าวว่า การมารับฟังปัญหาด้านการท่องเที่ยวของ 5 จังหวัดในฝั่งอันดามัน สืบเนื่องจากทางผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ได้มีการหยิบยกปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของไทย ทั้งภูเก็ต พัทยา สมุย เชียงใหม่ หาดใหญ่ และพื้นที่อื่นๆ ไปหารือกับนายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ซึ่งจากการหารือในครั้งนั้น ได้ข้อสรุปให้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 4 ชุด เพื่อติดตามการแก้ปัญหาด้านการท่องเที่ยว

คณะทำงานชุดแรกมีหน้าที่ในการติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นกับการท่องเที่ยวทุกประเภท ชุดที่สอง ทำหน้าที่ในการแก้ปัญหาแต่ละพื้นที่ ชุดที่สาม บริหารจัดการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ และชุดสุดท้ายดูแลเฉพาะพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งในส่วนของตนนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบในชุดที่สอง ที่ทางกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพ ในการติดตามปัญหาตามในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญๆ เพื่อช่วยกลั่นกรองปัญหาที่เกิดขึ้นและประมวลปัญหาทั้งหมดเสนอรัฐบาลต่อไป

“พื้นที่อันดามันเป็นพื้นที่แรก ที่คณะทำงานได้ลงมารับทราบปัญหา เนื่องจากอันดามันเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านการท่องเที่ยวมาก มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมากในแต่ละปี”

ขณะที่ นายภูริต มาศวงศศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัญหาทางการท่องเที่ยวที่ทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมากมีอยู่ 5 กลุ่ม คือ ปัญหาค่าโดยสารรถรับจ้างที่ราคาแพงและไม่มีมาตรฐาน ปัญหาสร้างความเดือดร้อนและสร้างความรำคาญให้กับนักท่องเที่ยว เช่น การรบกวนนักท่องเที่ยวให้ซื้อสินค้าต่างๆ ด้วยการฉุดกระชากลากถู ปัญหาการจราจรที่ไม่สะดวกในการเดินทาง ปัญหาขยะ ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมไปถึงปัญหาคนต่างชาติมาแย่งอาชีพคนไทยในอาชีพมัคคุเทศก์

ปัญหาทั้งหมดนี้ จังหวัดภูเก็ตพยายามที่จะแก้ไขมาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขให้หมดไปได้ ยังมีการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายแพทย์ ศิริชัย ศิลปอาชา ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัญหาการจราจรของภูเก็ตถือเป็นปัญหาสำคัญมาก เนื่องจากภูเก็ตไม่มีระบบขนส่งมวลชนที่ได้มาตรฐาน ดังนั้นเห็นว่าภูเก็ตควรที่จะรถไฟฟ้า เชื่อมจากสนามบินภูเก็ตมายังตัวเมือง และมีที่จอดรถสี่มุมเมือง หากทำได้จะทำให้ภูเก็ตเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวมากกว่านี้

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

อันดามันจ้างที่ปรึกษาทำแผนแม่บทท่องเที่ยว-คมนาคม

กลุ่มจังหวัดอันดามันจ้างบริษัทที่ปรึกษาฯ 25 ล้านบาทจัดทำแผนแม่บทพัฒนาท่องเที่ยวและโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยง 5 จังหวัด หวังใช้เป็นแผนในการพัฒนาระยะเร่งด่วน-ระยะยาว เผยอันดามันต้องพัฒนาท่องเที่ยวควบคู่อุตสาหกรรมเกษตร

วันที่ 3 พ.ค.54 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต บริษัท สแปน คอนซัลแตนท์ จำกัด นำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้น “โครงการศึกษาเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวและการค้าทางทะเลสู่อันดามัน” โดยมีนายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ 5 จังหวัดอันดามันเข้าร่วม

สำหรับโครงการศึกษาเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวและการค้าทางทะเลสู่อันดามันนั้น ทางสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน” ได้ว่าจ้างบริษัท สแปนฯ ทำการศึกษาในวงเงินงบประมาณ 25 ล้านบาท และให้แล้วเสร็จเป็นผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ในเดือนมกราคม 2555 ที่จะถึงนี้

ทั้งนี้เพื่อจัดทำเป็นแผนแม่บทการพัฒนาระบบคมนาคมและขนส่งที่เหมาะสมในฝั่งอันดามัน โดยเชื่อมโยงการคมนาคมทุกรูปแบบที่รองรับแหล่งท่องเที่ยว และศึกษาขีดความสามารถในการรองรับการท่องเที่ยวของกลุ่มอันดามันในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งกำหนดกลไกลการพัฒนาการท่องเที่ยวในอันดามัน เพื่อจัดทำเป็นแผ่นแม่บท แผนระยะเร่งด่วน (1-5 ปี) แผนระยะปานกลาง (5-10 ปี) และแผนระยะยาว (มากกว่า 10ปี)

โดยจะทำการศึกษาครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน ประกอบด้วย ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ซึ่งจะเน้นศึกษาใน 3 เรื่องหลักๆ คือ การศึกษาด้านการท่องเที่ยว การศึกษาด้านเศรษฐกิจและการค้า และการศึกษาระบบคมนาคม ขนส่ง และโลจิติกส์

ในส่วนของการท่องเที่ยวนั้น จากการศึกษาในเบื้องต้นพบว่าในพื้นที่อันาดามัน นักท่องเที่ยวที่เข้ามามีความหลากหลายและลักษณะของนักท่องเที่ยวมีความเป็น mass มากขึ้น เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีนและเอเชียที่เข้ามาเป็นกรุ๊ปทัวร์มากขึ้น แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เป็นครอบครัวเข้ามาท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน ซึ่งจุดนี้จะต้องบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ

โดยได้กำหนดตำแหน่งของแต่จังหวัดในการพัฒนาการท่องเที่ยวดังนี้ คือ ระนอง จะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เน้นเรื่องของสุขภาพ เพราะมีน้ำแร่ที่มีชื่อเสียง พังงา เป็น Long Stay ภูเก็ต เป็น ICT City พัฒนาสู่ฐานอุตสาหกรรมความรู้ด้านการแพทย์ การเป็นเมือง MICE และMarina เป็นต้น กระบี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพสูง และตรัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นต้น

ส่วนด้านการคมนาคมนั้น พบว่ามีการใช้คมนาคมครบทุกด้านทั้งทางอากาศ ทางบกและทางน้ำ เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะเดินทางเข้ามาโดยทางเครื่องบินหลังจากนั้นก็จะใช้รถยนต์ในการเดินทางเข้าโรงแรมและท่องเที่ยวต่างแหล่งๆต่างๆ ส่วนการเดินทางเชื่อมระหว่างจังหวัดจะใช้ทางถนนเส้นทางหลัก

อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ปรึกษาได้สรุปผลการศึกษาในเบื้องต้นว่า กลุ่มจังหวัดอันดามันเศรษฐกิจหลักขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยวและการเกษตร ซึ่งจะเห็นว่าหากการท่องเที่ยวเติบโตเศรษฐกิจจังหวัดนั้นๆก็จะเติบโตตามไปด้วย แต่ในบางจังหวัดถึงแม้ว่าท่องเที่ยวจะทรุดแต่เศรษฐกิจไม่ได้ทรุดตามไปทั้งหมด จากที่มีผล ผลิตทางการเกษตรออกมารองรับ

ดังนั้น จะต้องเพิ่มขีดความสามารถด้านการคมนาคมขนส่งให้สะดวกยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในแต่ละจังหวัดและเชื่อมโยงในกลุ่มอันดามัน พร้อมทั้งขยายฐานการลงทุนด้านอุตสาหกรรม ด้วยการพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางรางและทางน้ำรองรับ

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

ผู้ประกอบการนำเที่ยวทางทะเลรับได้ปิดบางจุดฟื้น “ปะการัง”


ผู้ประกอบการนำเที่ยวทางทะเลภูเก็ต เห็นด้วยปิดอุทยานบางจุด เพื่อฟื้นฟูแนวปะการังที่ได้รับความเสียหายจากการฟอกขาว หลังกรมทรัพยากรทางทะเลฯเสนอปิดอุทยานฟื้นแนวปะการัง

จากกรณีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เสนอกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขอให้ปิดอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา เพื่อฟื้นฟูแนวปะการังที่ได้รับความเสียหายและตายจากการฟอกขาว หลังเกิดปัญหาปะการังฟอกขาวในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน จนส่งผลให้ปะการังตายมากถึง 90% โดยเฉพาะปะการังเขากวาง ปะการังวงแหวน ปะการังดาวใหญ่ ปะการังโขด

สาเหตุการเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว พบว่า มาจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นถึงกว่า 30 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2553 ที่ผ่านมา ต่อเนื่องกันถึง 3 เดือน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้ประกอบนำเที่ยวทางทะเลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่ให้บริการนำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำชมความสวยงามของแนวปะการัง และโลกใต้ทะเลฝั่งอันดามัน ต่างต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด โดยการกำหนดมาตรการที่เข้มงวดในการเข้าไปชมแหล่งดำน้ำของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว รวมทั้งการควบคุมจำนวนเรือและผู้เข้าไปใช้บริการในแต่ละวัน ส่วนการปิดอุทยานนั้นหากปิดเป็นบางจุดส่วนใหญ่เห็นด้วย

นายต่อพงษ์ วงเสถียรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีสตาร์อันดามัน จำกัด ซึ่งให้บริการนำเที่ยวและดำน้ำบริเวณหมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ และเกาะตาชัย จ.พังงา กล่าวว่า กรณีที่มีการเสนอปิดพื้นที่ดำน้ำบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์-สิมิลัน

ความคิดเห็นส่วนตัว มองว่า สาเหตุของแนวปาการังที่ได้รับความเสียหายนั้นเกิดจาก 2 สาเหตุ คือความผิดปกติทางธรรมชาติที่น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูง ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวและตายเป็นจำนวนมาก และผลกระทบที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ดังนั้นการที่อุทยาน หรือกระทรวงทรัพย์ จะทำการปิดแหล่งดำน้ำ เพื่อให้ปะการังฟื้นตัวนั้น คิดว่า ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องและตรงจุด เพราะในแต่ละปีจะมีการปิดอุทยานฯอย่างน้อย 6 เดือนอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ปะการังฟื้นตัว คิดว่า น่าจะดำเนินการในเรื่องของการกำหนดมาตรการที่เข้มงวดในการเข้าไปใช้บริการดำน้ำในเขตอุทยานฯ ของผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเรือที่จะทำให้ไม่มีคราบน้ำมันเกิดขึ้น รวมถึงการสร้างจิตสำนึกของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบเรือของผู้ประกอบการ

มาตรการการให้ความรู้กับทั้งผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ก่อนที่จะลงดำน้ำรวมทั้งการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว และจะต้องมีการกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวด้วย เพราะปัจจุบันมีความเสียหายเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก และเกิดขึ้นก่อนที่จะมีปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะบริเวณอ่าวมาหย่า ทั้งนี้ เป็นผลมาจากขาดการบริหารจัดการที่ดี ทำให้ความเสื่อมโทรมเกิดขึ้นอย่างมาก
เชื่อปิดหมดกระทบภาพรวม

ดังนั้น หากจะแก้ปัญหาก็ควรจะดำเนินการให้ตรงจุด ก็ต้องมีการกำหนดมาตรการและเข้มงวดในการเข้าไปใช้บริการ โดยเฉพาะการสร้างจิตสำนึกไม่ให้มีการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความยั่งยืนได้ โดยห้ามจับ ห้ามเก็บและห้ามทิ้ง ยกตัวอย่าง การให้อาหารสัตว์น้ำ และมีการทิ้งขยะลงไปในทะเล ซึ่งสัตว์น้ำไม่สามารถแยกแยะได้ เมื่อกินเข้าไปก็จะตายในที่สุด ที่เป็นข่าวมาต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นเต่าทะเล พะยูนหรือปลาขนาดใหญ่

นายต่อพงษ์ กล่าวด้วยว่า หากมีการปิดอุทยานฯ ก็จริงย่อมที่จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในวงกว้างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมโยงกับการประกอบการอื่นๆ เพราะที่ผ่านมาก็มีการดำเนินการปิดแหล่งดำน้ำในบางจุดอยู่แล้ว แต่ถ้าปิดอุทยานบางจุด เพื่อให้ปะการังที่เสียหายมากๆฟื้นตัวก็เห็นด้วยแต่ไม่ใช้ปิดทั้งหมด

ขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจให้บริการเรือนำนักท่องเที่ยวดำน้ำ ในฝั่งอันดามันรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เห็นด้วยถ้าเป็นการปิดอุทยานเพียงบางจุดเพื่อให้ปะการังฟื้นตัว แต่ถ้ามีการปิดทั้งหมดนั้น เชื่อว่าจะส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวแน่นอน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ

การแก้ปัญหาเพื่อให้แนวปะการังที่เกิดจากปรากฏการณ์การฟอกขาว คิดว่า แนวทางที่ดีที่สุดคือ การจำนวนเรือที่เข้าไป รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้แหล่งดำน้ำแออัดเกินไป การเข้าไปของนักท่องเที่ยวจำนวนมากๆ อาจจะไปกระตุ้นให้แหล่งปะการังฟื้นตัวช้าขึ้น และจะต้องกระจายนักท่องเที่ยวไปในแหล่งๆอื่นเพื่อให้แนวปะการังได้ฟื้นตัว

สำหรับในฝั่งทะเลอันดามัน มีแหล่งดำน้ำจำนวนมาก และแต่ละแหล่งมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ซึ่งจากการนำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำ พบว่า บางจุดยังเห็นความเสียหายไม่ชัดเจน แต่บางจุดก็เห็นชัด เช่นที่เกาะราชา เกาะบอน เกาะเฮ เกาะแอว จังหวัดภูเก็ต พบว่า ปะการังที่ได้รับความเสียหายและตายจำนวนมาก คือ ปะการังเขากวาง ส่วนที่เกาะสิมิลัน เกาะสุรินทร์ นั้นการนำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำส่วนใหญ่จะไปดำน้ำบริเวณน้ำลึกซึ่งเป็นจุดที่ปะการังเสียหายไม่มากนัก เปิดรายงานศึกษาผลกระทบการเกิดปะการังฟอกขาวปี 2553

จากการศึกษาเก็บรวบรวมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า ปี 2553 แนวปะการังเสียหายจากการฟอกขาวมากที่สุด เนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลจากปกติ 29 องศาเซลเซียสได้เริ่มสูงขึ้นเป็น 30 องศาเซลเซียสตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2553 สามสัปดาห์ต่อมาปะการังได้เริ่มฟอกขาวแผ่พื้นที่เป็นวงกว้างคลุมทะเลทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย

จากการสำรวจโดยหลายหน่วยงาน พบว่า ในแต่ละพื้นที่มีปะการังฟอกขาวมากน้อยต่างกันไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับชนิดปะการังที่ขึ้นคลุมพื้นที่มากเป็นพวกที่ไวต่อการฟอกขาว พื้นที่นั้นก็จะได้รับผลกระทบมาก อย่างเช่น แนวปะการังที่มีปะการังเขากวาง (Acropora spp.) ขึ้นเป็นดงกว้างใหญ่ พื้นที่นั้นก็จะได้รับผลกระทบมาก นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับว่าชายฝั่งที่แนวปะกรังขึ้นอยู่นั้นได้รับอิทธิพลจากคลื่นลมมากน้อยเพียงไรด้วย ด้านที่รับแรงจากคลื่นลมจะเป็นด้านที่อุณหภูมิไม่สูงอยู่ตลอดเวลา (เช่น ด้านตะวันตกของเกาะต่างๆ ทางฝั่งทะเลอันดามัน) ปะการังจึงฟอกขาวน้อยกว่าด้านอื่น

จากการตรวจสอบในหลายพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม 2553 โดยเฉพาะที่หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เกาะราชา จ.ภูเก็ต เกาะไข่นอก และหมู่เกาะสุรินทร์-สิมิลัน จ.พังงา พบว่า ในแต่ละแห่งแนวปะการังได้รับผลกระทบ เกิดความเสียหายมาก

จากการที่แนวปะการังได้รับความเสียหายจากการฟอกขาวอย่างรุนแรงในปี 2553 นี้ ทำให้สภาพแนวปะการังเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก แนวปะการังหลายแห่งเปลี่ยนจากสภาพสมบูรณ์ไปเป็นสภาพเสียหายมาก การฟื้นตัวของแนวปะการังจะเกิดขึ้นได้ โดยขบวนการทางธรรมชาติ โดยโคโลนีของปะการังที่ยังหลงเหลืออยู่เจริญเติบโตต่อไป และจากการเข้ามาลงเกาะใหม่ของตัวอ่อนปะการัง ซึ่งอาจเป็นตัวอ่อนที่ได้จากแม่พันธุ์ที่อยู่ภายในแนวปะการังนั้น หรือมาจากแหล่งอื่นที่อยู่ใกล้เคียงหรือห่างไกลออกไป

ดังนั้น การจัดการพื้นที่จึงต้องครอบคลุมเป็นพื้นที่กว้าง เพราะแนวปะการังถึงแม้มิใช่เป็นผืนเดียวกัน แต่ก็มีความเชื่อมโยงกัน เพราะต้องอาศัยตัวอ่อนที่แพร่กระจายไปตามกระแสน้ำ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแนวปะการังครั้งนี้ แน่นอนที่สุดในแต่ละพื้นที่ใช้เวลาแตกต่างต่างกันในการฟื้นตัวกลับคืนสู่สภาพดีดังเดิม

การสำรวจหลังการฟอกขาวของปะการังในครั้งนี้ ได้พบโคโลนีวัยอ่อน ขนาดเล็กกว่า 5 ซม. ของปะการังในสกุล Acropora ขึ้นในหลายพื้นที่ แสดงให้เห็นว่าสิ่งแวดล้อมในแนวปะการังเหล่านั้นยังอยู่ในสภาวะที่เอื้ออำนวยต่อการลงเกาะและการเจริญเติบโตของตัวอ่อน มีอยู่เพียงแห่งเดียวที่น่าเป็นห่วง คือบริเวณฝั่งตะวันออกของเกาะเมียง (หาดเล็ก) ซึ่งไม่พบปะการังวัยอ่อนเลย แต่กลับพบว่ามีสาหร่ายในกลุ่ม blue-green algae (cyanobacteria) ขึ้นคลุมบนซากปะการังที่ตายจากการฟอกขาว

สิ่งนี้เป็นข้อบ่งชี้ถึงมวลน้ำที่ไม่สะอาด สาเหตุอาจเกิดจากของเสียที่ถูกถ่ายเทลงน้ำ โดยเฉพาะของเสียจากเรือที่จอดอยู่เป็นจำนวนมากในบริเวณนั้น รวมทั้งอาจเป็นของเสียที่ไหลซึมผ่านชั้นดินเนื่องจากพื้นที่นั้นไม่ไกลจากที่พักของนักท่องเที่ยว ฉะนั้น การจัดการพื้นที่เพื่อให้คุณภาพน้ำดีเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทางอุทยานฯ ต้องจัดการ

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

ผู้แทนด้านการท่องเที่ยวประเทศมาเลเซียเข้าพบผู้ว่าภูเก็ตฯ หารือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 มกราคม 2554 ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายโมฮัมหมัด ฟาห์มี่ นอร์ดิน รักษาการผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวประเทศมาเลเซีย (สำนักงานภูเก็ต) พร้อมด้วย นายธนกร ใจกล้า ผู้จัดการฝ่ายบริหารการตลาด (สำนักงานภูเก็ต) เข้าคารวะ นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมทั้งหารือเรื่องการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย

นายธนกร กล่าวว่า สำหรับการท่องเที่ยวของประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียนั้นไม่มีความแตกต่างกัน ในการจะผลักดันและส่งเสริมการขายใน 3 เมือง คือ ภูเก็ต ปีนัง มะละกา เพราะว่าวัฒนธรรมและ การกินอาหาร ของประเทศไทยและประเทศมาเลเซียมีลักษณะใกล้เคียงกัน และที่สำคัญ ปีนังและมะละกา นั้นเป็นมรดกโลก ซึ่งจังหวัดภูเก็ตก็สามารถจะอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมรวมไปถึงสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ให้ใกล้เคียงกับเมืองมรดกโลกของมาเลเซีย และถือเป็นการตลาดหลัก ๆ ที่จะเน้นในปีนี้ด้วย สำหรับการเติบโตของตลาดมีการเติบโตในเดือนแรกประมาณร้อยละ 10 ซึ่งถือว่าเป็นยอดที่สูง เพราะจากปีใหม่ที่ผ่านมายังไม่มีผลกระทบมากมายนัก แม้จะมีข่าวอุบัติเหตุที่ประเทศมาเลเซียแต่ผู้คนยังจะท่องเที่ยว แต่จะระมัดระวังมากขึ้น

ข้อมูลจาก...ส.ปชส.ภูเก็ต

วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

“รมว.สุวิทย์” เปิดศูนย์ประสานงานเครือข่ายกู้ภัยทางทะเลที่ภูเก็ต


รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มั่นใจว่า ประชาชนและนักท่องเที่ยวจะมีความมั่นใจมากเพิ่มขึ้น เพราะมีศูนย์ประสานงานเครือข่ายการกู้ภัยทะเลทุกแห่ง พร้อมเน้นย้ำห้ามมีการร้องเรียนเด็ดขาด

วันที่ 17 ม.ค.54 นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานเครือข่ายการกู้ภัยทางทะเล และเปิดฝึกอบรมดำน้ำหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (อันดามัน) จังหวัดภูเก็ต

ภายในงานจัดให้มีการแสดงนิทรรศการให้ความรู้ทางทะเล และชมการสาธิตการกู้ภัยทางทะเล ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล กรณีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชจัดขึ้น เพื่อฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ประจำหน่ายค้นหา และกู้ภัยทางทะเลตามโครงการทำดีเพื่อแผ่นดิน ร่วมใจกู้ภัยทางทะเล และเป็นการฝึกอบรมหลักสูตรดำน้ำเบื้องต้นให้กับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติจำนวน 40 คน โดยมีข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลจากจังหวัดต่างๆ และนักเรียนในพื้นที่เข้าร่วม

นายสุวิทย์ กล่าวว่า โครงการทำดีเพื่อแผ่นดิน ร่วมกู้ภัยทางทะเล ถือเป็นโครงการที่จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติต่างๆ ได้เพิ่มมาก เพราะในขณะนี้ในเขตอุทยานแห่งชาติต่างๆ จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติทางทะเลทั้ง 6 แห่ง เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เกาะสุรินทร์ เกาะสิมิลัน อ่าวพังงา เขาลำปี-หาดท้ายเหมือง

สำหรับการอบรมเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางทะเล เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมจะต้องมีความรู้เรื่องของการปฐมพยาบาล เรื่องของการช่วยชีวิต รวมถึงเรื่องของการประสานขอความร่วมมือจากเครือข่ายที่จะต้องมีการดำเนินการร่วมกัน

การอบรมให้ความช่วยเหลือนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ ในส่วนของหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทางทะเลเองจะต้องดำน้ำลึกได้ และสามารถที่จะนำบุตรหลานเข้าร่วมได้ ตนเชื่อว่า ต่อไปภูเก็ต พังงา กระบี่ จะมีฤดูกาลท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาได้ตลอดเวลา

นายสุวิทย์ ยังได้กล่าวต่อไป สิ่งสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว คือ เรื่องของความยั่งยืนทางธรรมชาติ ถ้าปัจจุบันภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ แต่ถ้ามีการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนและแหล่งท่องเที่ยวไม่แตกต่างจากที่อื่น ต่อไปภูเก็ตก็จะไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา เพราะฉะนั้นในส่วนของหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่ง จะต้องให้ความสำคัญดูแลไม่ให้มีการบุกรุกเข้าไปในอุทยานฯ ซึ่งอุทยานแห่งชาติจะต้องเป็นอุทยานเขียว น้ำใส จึงจะต้องช่วยกันดูแล

ทั้งนี้ หากมีการบุกรุกเข้าไปและมีการร้องเรียนเข้ามา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งตนจะเอาผิดกับหัวหน้าอุทยานฯที่ถูกร้องเรียนเข้ามา เพราะฉะนั้นหัวหน้าอุทยานฯ อย่าเห็นแก่ผลประโยชน์เล็กน้อย เพราะทรัพยากรนั้นเมื่อเสียหายไปแล้วฟื้นฟูกลับมายาก เพราะฉะนั้นจะต้องป้องกัน และดูแลและอย่าให้มีการร้องเรียนเกิดขึ้น อยากให้หยุดขายแผ่นดิน กินป่า และมาร่วมกันทำความดีเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายสุวิทย์ กล่าวต่อไปเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ ถือเป็นเรื่องสำคัญปัญหาน้ำเสียเมื่อเกิดขึ้นแล้วฟื้นฟูให้กับมาเหมือนเดิมอยาก พื้นที่ใดที่มีปัญหาและมีความจำเป็นที่จะต้องปิดก็จะต้องปิด เพื่อเปิดโอกาสให้ทรัพยากรธรรมชาติฟื้นฟู ส่วนเรื่องของการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯเพื่อปลูกปาล์ม หรือสวนยางพาราถ้าหาจับกุมแล้ว จะต้องตัดทำลายและปลูกพืชทดแทนอย่าปล่อยไว้จะต้องมีการดำเนินการอย่างเด็ดขาด

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554

ภูเก็ตเปิดบ้านเลขที่ 63 ถนนถลางให้ข้อมูลท่องเที่ยวย่านเมืองเก่า

เทศบาลนครภูเก็ตเปิดบ้านเลขที่ 63 ถนนถลางเป็นศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ที่เริ่มขยายตัวเข้ามาท่องเที่ยวในตัวเมืองมากขึ้น

นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวถึงการเปิดศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว เทศบาลนครภูเก็ต ณ บ้านเลขที่ 63 ถนนถลาง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่า ขณะนี้แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะย่านการค้าเมืองเก่าถนนถลาง อ.เมือง จ.ภูเก็ต กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

เดิมนั้นจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในระดับโลก หาดทรายที่สวยงามเป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ในปัจจุบัน ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประเพณีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันเป็นอัตลักษณ์ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น

ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เทศบาลนครภูเก็ตจึงได้เปิดศูนย์บริการข้อมูลทางด้านการท่องเที่ยว ที่บ้านเลขที่ 63 ถนนถลาง ซึ่งภายในจะเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของย่านการค้าเมืองเก่า ข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ย่านเมืองเก่าของภูเก็ต

น.ส.สมใจ กล่าวต่อไปว่า และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนโดยเฉพาะย่านการค้าเมืองเก่า จึงอยากให้ชาวภูเก็ตร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจเมืองภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักของนักลงทุน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยร่วมกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในเขตเมือง ในระดับประเทศและระดับสากล

รวมทั้งร่วมกันรักษาความเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นให้คงอยู่อย่างยั่งยืนถาวร ร่วมกันใส่ใจดูแล รักษาสิ่งแวดล้อมเมืองให้มีความสะอาด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการต้อนรับนักท่องเที่ยว รวมถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดี

สำหรับ ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว เทศบาลนครภูเก็ตนับเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือร่วมใจระหว่างองค์กรภาครัฐ และภาคประชาชน อันจะนำไปสู่ความสำเร็จร่วมกันต่อไปในภายหน้า เชื่อว่าหลังจากเปิดศูนย์ให้บริการนักท่องเที่ยวแล้ว แหล่งท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าจังหวัดภูเก็ตจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเข้าชมจำนวนมาก ซึ่งศูนย์บริการข้อมูลดังกล่าวเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ที่สำคัญต่อไป

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

ปลัด กระทรวงการท่องเที่ยวดูสถานที่จัดแข่งขันเอเชี่ยนบีชเกมส์ที่ภูเก็ต


ปลัด ก.ท่องเที่ยวฯลงภูเก็ต ดูสนามเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดแข่งเอเชี่ยนบีชเกมส์ พร้อมประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ขณะที่ผู้ว่าฯยืนยันภูเก็ตพร้อมเต็มที่เบื้องต้นคาดใช้พื้นที่ชายหาดป่าตอง-กะตะ-กะรน เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน เชื่อช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวภูเก็ตและประเทศไทย

วันที่ 9 ม.ค.54 ที่ห้องประชุมเฮ-นาคา โรงแรมรอยัลภูเก็ต ซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 4 ซึ่งประเทศไทยได้ลงนามในสัญญาข้อตกลงให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอเชี่ยนบีชเกมส์ โดยใช้สถานที่ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจะจัดขึ้นในปี พ.ศ.2557

โดยมี นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นายจารึก อารีย์ราชการัณย์ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ตลอดจนหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม เพื่อรับทราบข้อมูลสภาพพื้นที่ในภาพรวม ข้อมูลพื้นฐาน เพื่อจะได้ดำเนินการจัดเตรียมข้อมูลและความพร้อมต่างๆ

รวมทั้งเพื่อแจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้า และการเตรียมการของทางจังหวัด อย่างไรก็ตาม หลังจากการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางคณะได้ลงพื้นที่หาดกะรน และหาดป่าตอง เพื่อดูสถานที่จริงที่จะใช้สำหรับการจัดการแข่งขัน

นายสมบัติ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ย.53 ที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งหน่ายงานที่เกี่ยวข้องได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ลงนามในสัญญาข้อตกลง กับคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งเอเชีย (Olympic Council Of Asia : OCA) ที่เมืองกวางโจว ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งการลงนามดังกล่าวตกลง ให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 4 ที่ จ.ภูเก็ต เพราะฉะนั้นหลังจากนี้ไปทางประเทศไทย และจังหวัดภูเก็ตจะต้องเตรียมความพร้อมในทุกด้านไม่เฉพาะในส่วนของการจัดการแข่งขันเท่านั้น แต่รวมถึงในส่วนของพื้นที่ที่ใช้ในการแข่งขันด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาดังกล่าวนั้น เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติของไทยทั้งในส่วนของการจัดเตรียมสถานที่ บุคลากร นักกีฬา ตลอดจนส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นการส่งเสริมการพัฒนาประเทศโดยใช้เรื่องของกีฬาเข้ามาเป็นส่วนช่วย รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประเทศในช่วงโลว์ซีซัน และเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาเมืองภูเก็ตอีกทางหนึ่ง

โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดการยอมรับทั้งในระดับเอเชียด้วยกันเอง และระดับโลก นอกจากนี้ยังจะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศและจังหวัดภูเก็ตอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งผลการหารือในครั้งนี้จะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งการเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันนั้นจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก

ขณะที่ นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ทางจังหวัดได้มีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จะใช้เป็นสนามในการแข่งขันทั้งในส่วนของเทศบาลตำบลกะรนซึ่งจะใช้พื้นที่บริเวณชายหาดกะรนมีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร หาดกะตะยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร และเทศบาลเมืองป่าตอง มีชายหาดยาวประมาณ 3 กิโลเมตร

แต่ที่สามารถใช้สอยได้จริงประมาณ 70-80% ซึ่งก็ได้มีการซักซ้อมและทำความเข้าใจกันไปแล้วในระดับหนึ่ง เชื่อว่า ก่อนที่จะมีการแข่งขันมีความพร้อมอย่างแน่นอน

ด้าน นายจารึก อารีย์ราชการัณย์ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในการจัดการแข่งขันนั้นนอกจากการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ แล้ว เราจะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อปฎิบัติต่างๆ ที่จะต้องดำเนินการตามธรรมนูญของโอซีเอ ซึ่งจะมีการส่งเจ้าหน้ามากำกับดูแลในทุดด้าน เช่น การมอบเหรียญรางวัล ขั้นตอนการจัดการแข่งขัน การรักษาความปลอดภัย เป็นต้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในส่วนของเราจะต้องรับรู้และรับทราบด้วย เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาขึ้นภายหลัง

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มีการสรุปช่วงระยะเวลาในการจัดการแข่งขันว่า จะเป็นช่วงประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน 2557 ส่วนประเภทของกีฬาที่จะใช่ในการเข่งขันเบื้องต้นที่คาดว่าน่าจะจัดได้อย่างน้อย 14 ประเภท ส่วนที่เหลือจะต้องรอการเสนอเพิ่มเติมของประเทศต่างๆ ที่จะเข้าร่วมแข่งขัน ทั้งนี้จะมีการหารือร่วมกันอีกครั้ง

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแหลมพันวา ภูเก็ตเปิดโซนน้ำตก รับนักท่องเที่ยว


สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแหลมพันวา ภูเก็ต เปิดตัวโซนน้ำตกจำลอง สร้างระบบนิเวศน์พันธุ์ปลาน้ำจืด สัตว์หายากสร้างแรงดึงดูดเพิ่มนักท่องเที่ยวเข้าชม

นางสาวราตรี สุขสุวรรณ นักวิชาการประมงชำนาญการ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลนกล่าวถึงการปรับปรุงสถานแสดงพันธ์สัตว์น้ำภูเก็ตเพื่อสร้างความหลากหลายให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าชม ด้วยการสร้างน้ำตกจำลอง ขนาดพื้นที่ 10 ตารางเมตร ภายในโซน 3 ตู้แสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ตว่า ขณะนี้ ทางสถานพันธ์สัตว์น้ำภูเก็ตได้สร้างน้ำตกจำลองขนาดพื้นที่ 10 ตารางเมตรเสร็จแล้วและเปิดให้นักท่องเที่ยวรวมทั้งประชาชนทั่วไปเข้าชมในวันเด็กแห่งชาติที่กำลังจะมาถึง

ซึ่งนอกจากจะมีน้ำตกจำลองแล้วภายในโซนน้ำตกจำลองยังมีการแสดงพันธ์ปลาน้ำจืดทั้งของไทยและต่างประเทศ ที่สวยงามและหายากมาจัดแสดงให้ผู้เข้าชมได้ชมด้วย

สำหรับปลาน้ำจืดที่คาดว่าจะได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยว คือ ปลาจระเข้ฟอริด้า หรือ Alligator (อัลลิเกเตอร์) ขนาดใหญ่จำนวน 2 ตัวนี้ มีขนาดความยาวประมาณ 2 ฟุตและ 1 ฟุต ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีปลาน้ำตกที่สวยงาม ควรค่าแก่การอนุรักษ์ อย่าง ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาหมอบัตเตอร์ ปลาเปคู ปลาแรดเผือกมาจัดแสดงชาวปลาพันธ์ปลาน้ำจืดเหล่านี้จะได้รับความสนใจไม่น้อยไปจากอุโมงค์ปลาน้ำเค็มที่จัดแสดงอยู่แล้ว

ส่วนโซนด้านนอกนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำปูไก่ ซึ่งเป็นปูที่หาดูได้ยากพบเห็นไม่บ่อยนักมาจัดแสดงให้ผู้เข้าชมได้ชมด้วย สำหรับปูไก่นั้นมีเอกลักษณ์ที่กระดองเป็นรูปไข่ เวลาหากินจะมีเสียงร้องเจี๊ยบๆคล้ายลูกไก่

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554

ททท. ภูเก็ต พร้อมเตรียมเปิดตลาดเอเชียเพิ่ม รองรับช่วงเทศกาลตรุษจีน




เมื่อเวลา 11.00 น. วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต สรุปการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2554 ที่ผ่านมาว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม อัตราการจองห้องพักในแถบชายทะเล อย่างเช่น หาดป่าตอง กะรน อยู่ที่ 90-100 % ห้องพักค่อนข้างเต็ม ส่วนในตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 60 และกลุ่มนักท่อง เที่ยวที่เข้ามาเที่ยวมาก จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวแสกนดิเนเวีย ออสเตเรีย รัสเซีย และ ตะวันออกกลาง และที่น่าแปลกใจก็คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชีย เช่น จีนที่เคยมาท่องเที่ยวมาก จะหายไปค่อนข้างมาก อยู่ที่ 20% และกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยอีกด้วยที่หายไปจากจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวสึนามิ

สำหรับหาดทราย ชายทะเล ที่เป็นยอดฮิตที่สุดที่นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวมาก คือ เกาะพีพี สิมิลัน หมู่เกาะราชา ส่วนคนไทยมีประมาณ 20% แต่จะท่องเที่ยวในลักษณะวัฒนธรรม มากกว่าการท่องเที่ยวที่เป็นชายทะเล ในส่วนของรายได้นั้น จะมากกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 15% อย่างไรก็ดีนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปในช่วงปีใหม่นั้นได้มีการจองห้องพักเข้ามาตั้งแต่ 15 มกราคม 2554 ถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยช่วงนี้จะเป็นนักท่องเที่ยวเอเชียที่จะเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น ส่วนการวางแผนตลาด ในปีหน้าได้ร่วมหารือกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ต สมาคมโรงแรมไทย ภาคใต้จะเน้นส่งเสริมตลาดเอเชีย เนื่องจากด้วยวิกฤติในเรื่องของภัยทางธรรมชาติ จะเป็นอุปสรรคมากกับกลุ่มยุโรปที่จะเข้ามา จึงจะเน้นไปที่ประเทศจีน เกาหลี อินเดียให้มากขึ้น ส่วนตลาดฮ่องกงนั้นจะไม่ค่อยตื่นตระหนก ค่อนข้างจะรับฟังข่าวสารจากเมืองไทยอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ททท.จะมีการวางแผนปฏิทินกิจกรรมต่าง ๆ มีการเตรียมจัดงานใหญ่ ๆ หลายงาน ซึ่งได้หารือกันว่าจะเป็นการชูเอกลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตที่เป็นพรีเมี่ยมอัพเดทขึ้นไปให้มีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตามปีนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดภูเก็ตอยู่ที่ 3 ล้านคนเศษ และคาดว่าปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 10% โดยสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยลดลง โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาทดแทน

ข้อมูลจาก...ส.ปชส.ภูเก็ต

วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

แอร์เอเชียบินเชื่อมภูเก็ต-บาหลี ดึงนักท่องเที่ยวหนุนช่วงโลว์ซีซัน


สายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเส้นทางบินเชื่อมเกาะภูเก็ต-เกาะบาหลี เริ่มเที่ยวบินแรก 17 ธ.ค.นี้ หวังดึงนักท่องเที่ยวจากบาหลีให้เข้ามาเสริมตลาดภูเก็ตในช่วงโลว์ซีซัน

นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยถึงการเปิดเส้นทางบินภูเก็ต-บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ภายหลังเปิดเส้นทางบินใหม่ภูเก็ต-บาหลี โดยมีนายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผอ.ททท.สำนักงานภูเก็ต นายภูริศ มาศวงศ์ศา อุปนายกฝ่ายการตลาดต่างประเทศ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วม ณ โรงแรมเมอเวนพิค หาดกะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต วันที่ 8 พ.ย. ว่า

จากการที่สายการบินไทยแอร์เอเชียได้ใช้ภูเก็ตเป็นฐานในการบินเชื่อมเมืองสำคัญ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปรากฏว่า ได้รับการตอบรับที่ดีในหลายเส้นทาง ทางสายการบินไทยแอร์เอเชียจึงได้มองหาเส้นทางใหม่ ที่มีความต้องการการเดินทางเชื่อมกับภูเก็ตและการเดินทางเชื่อมระหว่างกันก่อนหน้านี้ค่อนข้างที่จะลำบาก จึงได้ข้อสรุปที่จะบินในเส้นทางภูเก็ต-เกาะบาหลี แม้จะเป็นเส้นทางที่หลายสายการบินมองว่าเป็นเส้นทางปราบเซียนก็ตาม แต่ด้วยศักยภาพของเกาะภูเก็ตและเกาะบาหลีที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของออสเตรเลีย เชื่อว่าจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวให้เดินทางจากบาหลีมาภูเก็ตและจากภูเก็ตไปบาหลีได้อย่างแน่นอน

เส้นทางดังกล่าวจะเปิดบินเป็นเที่ยวบินแรกในวันที่ 17 ธ.ค.2553 นี้ บินสัปดาห์ละ 4 เที่ยวบินก่อนในช่วงแรก คือ วันจันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์ ในราคาพิเศษสุดเริ่มต้นที่ 1,490 บาท หลังจากนั้นคาดว่าจะประมาณ 3 เดือนน่าที่จะเปิดบินได้ทุกวัน เพราะจากการศึกษาตลาด พบว่า มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยว ที่บาหลีบางส่วนต้องการที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวต่อที่ภูเก็ตและจากภูเก็ตก็ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวต่อที่บาหลีเช่นกัน และโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเดินทางเข้าบาหลีเพิ่มขึ้นรวดเร็วมาก ซึ่งจะเห็นได้จากการที่ทางสายการบินแอร์เอเชียเปิดบินในเส้นทางอินโดนีเซีย-เพิร์ธ วันละ 2 เที่ยวบิน อัตราการจองที่นั่งสูงถึง 90% และสามารถเปิดบินวันละ 3 เที่ยวบินภายใน 2 เดือน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวออสเตรเลียอัตราการจองที่นั่งสูงถึง 100%

“การเปิดเส้นทางภูเก็ต-บาหลีนั้น ทางเราเชื่อว่า จะเป็นการนำนักท่องเที่ยวจากบาหลีเข้ามาเสริมตลาดภูเก็ตในช่วงโลว์ซีซั่น รวมไปถึงนักท่องเที่ยวจากจีนอีกหลายเมืองที่บินเข้าบาหลี และญีปุ่นอีก 2 เมือง หากสามารถดึงนักท่องเที่ยวจากบาหลีปีละ 3 ล้านคนให้บินต่อเข้ามาภูเก็ต 10-20% ก็ถือว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภูเก็ตได้อีกทางหนึ่ง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวและว่า

ในช่วงแรกของการเปิดเส้นทางภูเก็ต-บาหลี ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของทั้งสองเกาะได้ตั้งเป้าการจองที่นั่งบนเครื่องบินไว้ที่ 85-90% ส่วนช่วงโลว์ซีซันอยู่ที่ 70-75% ก็ถือว่าดีแล้ว

นายทัศพล ยังกล่าวถึงเส้นทางบินเชื่อมระหว่างภูเก็ตกับเมืองสำคัญต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ ว่า หลังจากที่ทางสายการบินไทยแอร์เอเชียได้เปิดบินเชื่อมระหว่างภูเก็ตกับฮ่องกง สิงคโปร์ จาการ์ตา ปรากฏว่า ได้รับการตอบรับดีมาก เช่น ฮ่องกงผู้โดยสารแต่ละเที่ยวบินอยู่ที่ 82% ขณะที่เส้นทางในภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ 90% อุดรธานี 75-78% อุบลราชธานีซึ่งประสบภัยน้ำท่วมอยู่ที่ 60% แต่หลังจากน้ำท่วมคลี่คลายไปแล้ว คาดว่า จะดีขึ้นตามลำดับ ส่วนเส้นทางโอจิมินห์ ประเทศเวียดนาม และเมืองเมดาน ประเทศอินโดนีเซียนั้นได้ยกเลิกการบินไปแล้ว เนื่องจากผู้โดยสารน้อย

ส่วนในอนาคตอันใกล้นี้อยากที่จะบินเชื่อมเส้นทางภูเก็ตกับอินเดีย เพราะขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจากอินเดียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น ส่วนจะเป็นเมืองใด และบินเมื่อใดนั้น ยังไม่สามารถที่จะระบุได้ในขณะนี้

ส่วนปีหน้า สายการบินไทยแอร์เอเชียมีเป้าหมายที่จะทำให้เชียงใหม่เป็นฐานการบินในการบินเชื่อมกับจังหวัดต่างๆ ภายในประเทศที่เป็นเมืองท่องเที่ยวหรือเมืองธุรกิจ

ด้าน นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผอ.ททท.สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า การเปิดเส้นทางบินเชื่อมระหว่างเกาะภูเก็ตกับเกาะบาหลีของอินโดนีเซียในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มความสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมระหว่างสองเกาะ และทั้งเกาะภูเก็ตและเกาะบาหลีก็เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกอยู่แล้ว นักท่องเที่ยวพร้อมที่จะเดินทางระหว่างกันหากการเดินทางสะดวก และนักท่องเที่ยวทั้งสองเกาะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงอยู่แล้ว

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลฯ